ความสำเร็จเข้าเส้นชัยหลังความอดทนและความพยายามเสมอ
บ่ายวันนี้ท้องฟ้าขมุกขมัว ฝนตกโปรยปราย ผู้เขียนไม่ค่อยชอบบรรยากาศแบบนี้เลย ทำให้คิดถึงเมื่อสมัยเรียนอยู่ปริญญาตรี ต้องจากบ้าน จากพ่อแม่ จากน้องๆ และเพื่อนๆที่เคยอยู่ด้วยกัน กินด้วยกัน เล่นด้วยกัน
ไปเจอสังคมใหม่ เพื่อนใหม่ ที่ยังไม่คุ้นเคย เหงา อยากร้องไห้
แต่ไม่มีโอกาสได้ร้องไห้สักครั้ง เพราะเทอมแรกที่เข้าเรียน ผู้เขียนต้องคอยปลอบเพื่อนที่ร้องไห้คิดถึงบ้านเกือบทุกวัน ถ้าเราไม่เข้มแข็งแล้วใครจะเป็นกำลังใจให้เพื่อนล่ะ
เฮ้อ....กว่าจะเรียนจบกันได้ ต้องแลกกับน้ำตาเป็นขันๆ (ทุกคนจะมีขันน้ำคนละใบสำหรับใส่อุปกรณ์อาบน้ำ บางครั้งยืนกอดขันร้องไห้ในห้องน้ำ น้ำตาหยดลงในขัน)
สวัสดีค่ะ
นี่คือสังคมครอบครัวที่แน่นแฟ้นและอบอุ่นค่ะ
ทุกคนคิดถึงห่วงหากันอย่างแน่นแฟ้น
เป็นวัฒนธรรมของชาวเอเซียส่วนใหญ่ค่ะ
แต่เราก็ต้องไม่ลืมสอนวินัยให้เด็กนะคะ
ครับ…ผมเห็นด้วยกับการที่นึกถึงบ้านเกิด ถึงแม้คุณจะเรียนสูงแค่ไหน แต่ยังนึกถึงบ้านเกิดแสดงว่าคุณเป็นคนกตัญญูนึกถึงบุญคุณของพ่อแม่ บรรพบุรุษและแผ่นดิน เชื่อว่าสักวันคุณจะได้รับสิ่งที่ดี ซึ่งตรงกับตามสุภาษิตอิสลามว่า สวรรค์อยู่ใต้ฝ่าเท้ามารดา
ขอบคุณค่ะ
นมัสการ หลวงพี่ BM.chaiwut ค่ะ
มนุษย์.........มักมองโลกในแง่ร้ายเสมอ เมื่อไม่ได้ดังใจก็กล่าวโทษเทวดาฟ้าดินไปเรื่อยๆ แต่มนุษย์ไม่คิดว่าภายใต้สิ่งชั่วร้ายนั้นๆ มีบทเรียนอันทรงคุณค่าอยู่เสมอ
หากทุกคนคิดว่า ความทรงจำที่ดีและไม่ดีที่ผ่านเข้ามาคือ Case study หนึ่งๆในชีวิต สอนให้เราไม่ประมาท รู้จักระมัดระวังทุกก้าวย่าง (ไม่ใช่ระแวง)
แค่นี้ก็ลดความวุ่นวายในสังคมได้อีกโขเลยค่ะ