หลวงพ่อบ้านแหลม เป็นพระพุทธรูปยืนปางอุ้มบาตร สูง ๒.๗๖ เมตรหล่อด้วยทองเหลืองปิดทอง ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถวัดเพชรสมุทรวรวิหารหรือเรียกกันทั่ว ๆ ไปว่า วัดบ้านแหลม ตั้งอยู่ใจกลางตลาดแม่กลองจังหวัดสมุทรสงคราม
หลวงพ่อบ้านแหลมนับถือกันว่ามีอภินิหารศักดิ์สิทธิ์นานาประการ เป็นที่เคารพสักการะของชาวแม่กลองและต่างจังหวัดเช่นเดียวกับหลวงพ่อโสธร เมืองแปดริ้ว จังหวัดฉะเชิงเทรา
มีตำนานเล่าถึงความเป็นมาของหลวงพ่อไว้ว่า หลวงพ่อวัดบ้านแหลมองค์นี้ท่านลอยน้ำมาจากเมืองเหนือ เดิมทีมีพี่น้อง ๕ คนอยู่ในเมืองเหนือ มีวิชาความรู้มากเมื่อสิ้นชีพแล้วได้อธิษฐานขอให้ไปสิงสู่อยู่ในพระพุทธรูป ๕ องค์แล้วชวนกันลอยน้ำลงมายังเมืองใต้คือภาคกลาง
พระพุทธรูปที่ลอยน้ำลงมา ๕ องค์นั้นได้แยกย้ายกันไปประดิษฐานอยู่ตามจังหวัดต่าง ๆ รวม ๕ จังหวัด คือ..
พระพุทธรูปองค์พี่ใหญ่ ลอยไปตามลำน้ำบางปะกงขึ้นประดิษฐานที่วัดโสธร คือหลวงพ่อโสธร
องค์ที่ ๒ลอยไปตามน้ำนครชัยศรี ขึ้นประดิษฐานที่วัดไร่ขิง เรียกว่าหลวงพ่อวัดไร่ขิงจ.นครปฐม
องค์ที่ ๓ ลอยมาตามแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นประดิษฐานที่วัดบางพลี ปากคลองบางพลี เรียกว่าหลวงพ่อวัดบางพลีอ.บางพลีจ.สมุทรปราการ
องค์ที่ ๔ ลอยมาตามแม่น้ำแม่กลองขึ้นประดิษฐานที่วัดบ้านแหลม เรียกว่าพลวงพ่อวัดบ้านแหลมจ.สมุทรสงคราม
องค์ที่ ๕ลอยไปตามแม่น้ำเพชรบุรี ขึ้นประดิษฐานที่วัดเขาตะเครา เรียกว่าหลวงพ่อเขาตะเคราจ.เพชรบุรี
ก่อนที่หลวงพ่อวัดบ้านแหลมจะขึ้นมาประดิษฐานที่วัดบ้านแหลมนี้นั้นตำนานเล่าไว้ละเอียดว่า ชาวบ้านแหลมเดิมทีเดียวอยู่ที่บ้านแหลมเมืองเพชรบุรีหนีภัยสงครามจากทหารพม่าที่ยกมาตีเพชรบุรี เมื่อ พ.ศ.๒๓๐๗ส่วนใหญ่ชาวบ้านเหล่านี้จะเป็นชาวประมงวันหนึ่งออกไปลากอวนหาปลาตามอาชีพดั้งเดิมที่ปากอ่าวแม่กลองก็ปรากฎว่าวันนั้นติดพระพุทธรูปขึ้นมาสององค์ องค์หนึ่งเป็นพระพุทธรูปยืนอีกองค์หนึ่งเป็นพระพุทธรูปนั่งจึงแบ่งองค์หลังให้ญาติพี่น้องนำปไปประดิษฐานที่วัดเขาตะเครา เรียกว่าหลวงพ่อเขาตะเครา ส่วนอีกองค์หนึ่งที่เป็นพระพุทธรูปยืนนำมาประดิษฐานที่วัดศรีจำปาอันเป็นวัดเก่าแก่มีมานานแล้วที่แม่กลอง
ชาวบ้านที่ได้พระมา พื้นเพดั้งเดิมคือชาวบ้านแหลม เพชรบุรีจึงเรียกกันติดปากว่าหลวงพ่อบ้านแหลม และเมื่อนานไปหลวงพ่อมีอภินิหารมีความศักดิ์สิทธิ์จนเป็นที่เลื่องลือ มีผู้เดินทางไปนมัสการกันมากมายเป็นผลให้วัดศรีจำปา ซึ่งเดิมเป็นวัดเล็ก ๆ ที่ทรุดโทรมก็กลับเจริญรุ่งเรืองเป็นวัดใหญ่และชื่อก็เปลี่ยนไปเป็น "วัดบ้านแหลม" เรียกว่าเปลี่ยนไปโดยอัตโนมัตินานไปจึงได้รับการยกย่องฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหารได้รับพระราชทานนามว่าวัดเพชรสมุทรวรวิหาร
พระพุทธรูปหลวงพ่อบ้านแหลมองค์นี้ เป็นพระพุทธรูปยืนปางอุ้มบาตรเมื่อชาวประมงลากอวนได้มาจากทะเลนั้นบาตรได้หายไปแล้วบาตรแก้วสีน้ำเงินที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้ไม่ใช่บาตรดั้งเดิมเป็นบาตรที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาภาณุพันธ์วงศ์วรเดชถวายใหม่เมื่อคราวเสด็จมานมัสการหลวงพ่อ
น่าอัศจรรย์ไหมครับ ตำนานหลวงพ่อในสัปดาห์ที่แล้ว กับในสัปดาห์นี้ องค์ท่านอยู่คนละที่ แต่สัมพันธ์เชื่อมโยง เพราะตามประวัติลอยน้ำมาเหมือนกันครับ