“...ฐานะที่เป็นนักศึกษาศาสนาเปรียบเทียบ ข้าพเจ้าเชื่อว่า พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่สมบูรณ์มากที่สุด เท่าที่โลกเคยพบเห็นมา ปรัชญาของพระพุทธเจ้า ทฤษฎีวิวัฒนาการและกฎแห่งกรรม ยิ่งใหญ่เหนือลัทธิอื่นอย่างห่างไกล...” ( ศาสตราจารย์ คาร์ล กุสตาฟ จุง )
“...ข้าพเจ้าได้พิจารณาบรรดาศาสนาสำคัญของโลกทุกศาสนา และไม่เห็นมีศาสนาใดจะเกินหน้าพระพุทธศาสนาไปได้ ในด้านความงดงาม และความเข้าใจอริยสัจ ๔ ของพระพุทธองค์ ข้าพเจ้าพอใจที่ได้ดำเนินชีวิตไปตามหนทางดังกล่าวนี้...” ( ศาสตราจารย์ ริส เดวิดส์ )“...
พระพุทธศาสนาคือศาสนาที่กำลังมีชีวิต มิใช่เป็นเพียงศาสนาที่กำลังมีชีวิตเท่านั้น แต่ยังเป็นศาสนาเดียวที่ให้เครื่องหมายแห่งพลังชีวิต และพลังขับที่ชุ่มชื่น ความสนใจพระพุทธศาสนาที่อุบัติขึ้นในโลกตะวันตกมิใช่เพียงทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่ในทางจิตภาพอีกด้วย ปรากฏว่าพระพุทธศาสนามีสิ่งที่จะบอกให้ทราบในยามทุกข์ สมุทัย เมื่อคุณค่าทางศีลธรรมและคุณค่าทางศาสนามากหลายกำลังเสื่อมโทรม...” ( กูเซปเป ทุซซี่ )
“...พระพุทธเจ้าทรงเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์มาก พระองค์เป็นบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริงในทางประวัติศาสตร์ ฉะนั้น จึงเป็นการง่ายที่คนทั้งหลายจะเข้าใจ ส่วนพระคริสต์เป็นบุคคลที่มีตัวจริงทางประวัติศาสตร์และเป็นเทวดาในขณะเดียวกัน ฉะนั้น จึงยากมากที่จะเข้าใจ...ในฐานะที่เป็นนักศึกษาศาสนาเปรียบเทียบ ข้าพเจ้าเชื่อว่า พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่สมบูรณ์มากที่สุด เท่าที่โลกเคยพบเห็นมา ปรัชญาของพระพุทธเจ้า ทฤษฏีวิวัฒนาการและกฎแห่งกรรม ยิ่งใหญ่เหนือลัทธิอื่นอย่างห่างไกล...” ( ศาสตราจารย์ คาร์ล กุสตาฟ จุง )
“...ประมวลศีลธรรมของพระพุทธเจ้าสมบูรณ์มากที่สุดที่โลกเคยรู้จักมา...”(ศาสตราจารย์ แมกซ์ มืลเลอร์ )
“...พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงออกซึ่งสัจธรรม อันมีคุณค่าเป็นนิรันดร และทำให้จริยธรรมมิใช่เป็นของอินเดียเท่านั้น แต่เป็นมนุษยชาติก้าวหน้าไป พระพุทธเจ้าเป็นผู้หนึ่งในบรรดาอัจฉริยมนุษย์ทางศีลธรรม ที่โลกเคยได้มา...” ( อัลเบิร์ต ซไวเซอร์ )
“...พระพุทธศาสนาได้กระทำไว้มาก ยิ่งกว่าอิทธิพลอื่นใด ที่ปรากฏในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ชาติ เพื่อความก้าวหน้าแห่งอารยธรรมโลก และวัฒนธรรมที่แท้จริง...” ( เอช. จี . เวลส์ )
“...ในบรรดาศาสนาที่ยิ่งใหญ่ของโลกทั้งหมด พระพุทธศาสนาเพียงศาสนาเดียวที่ดำเนินไปโดยปราศจากการเบียดเบียนทางศาสนา การตรวจ ควบคุม และการซักถาม สอบสวน ในแง่เหล่านี้ทั้งหมด ประวัติของพระพุทธศาสนายิ่งใหญ่มากเหนือศาสนาอื่น ซึ่งดำเนินไปในระหว่างประชาชนผู้อยู่ในระบบการปกครองของทหาร..” ( อัลดัส ฮักซเลย์ )
“...พระพุทธศาสนาเป็นการรวมกันของปรัชญา แบบการเก็งความจริงกับวิทยาศาสตร์ พระพุทธศาสนานั้นสนับสนุนวิธีการทางวิทยาศาสตร์ และติดตามวิธีการนั้นจนถึงที่สุด ซึ่งอาจเรียกได้ว่า “ศาสนาแห่งเหตุผล” ในพระพุทธศาสนาเราได้รับคำตอบทีน่าสนใจ เช่น จิตกับวัตถุคืออะไร ? ระหว่างจิตใจกับวัตถุนั้นอย่างไหนสำคัญกว่ากัน ? เอกภพเคลื่อนไปหาจุดหมายปลายทางหรือไม่ ? พระพุทธศาสนาได้พูดถึงเรื่องที่วิทยาศาสตร์ยังไปไม่ถึง เพราะความจำกัดแห่งเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ ชัยชนะของพระพุทธศาสนาเป็น “ชัยชนะทางจิตใจ”...” ( เบอร์ทรันด์ รัสเซลล์ )
“...ถ้าข้าพเจ้าถือเอาผลแห่งปรัชญาของข้าพเจ้าว่า เป็นมาตรฐานแห่งความจริง ข้าพเจ้าก็ควรมีข้อผูกพันที่ต้องยอมรับพระพุทธศาสนาว่า “เด่นเป็นพิเศษเหนือศาสนาที่เหลือ” อย่างไรก็ตาม ก็ต้องเป็นที่น่ายินดีของข้าพเจ้า ที่ได้พบว่าคำสอนของข้าพเจ้าเข้ากันได้อย่างใกล้ชิดกับศาสนาซึ่งมนุษย์ส่วนมากนับถือ การเข้ากันได้นี้ต้องเป็นทีน่าพอใจมาก เพราะในการคิดปรัชญานั้น ข้าพเจ้าไม่ได้อยู่ในอิทธิพลของพระพุทธศาสนาแน่นอน...” ( อาร์เธอร์ โชเปนฮาเออร์ )
“...ศาสนาในอนาคตจะต้องเป็นศาสนาสกกล ศาสนานั้นควรอยู่เหนือพระเจ้าที่มีตัวตน และควรจะเว้นคำสอนแบบสำเร็จรูป ที่ให้เชื่อตามเพียงอย่างเดียว และแบบเทววิทยาคืออ้างเอาเทวดาเป็นหลักใหญ่ ศาสนานั้นเมื่อครอบคลุมทั้งธรรมชาติและจิตใจ จึงควรมีรากฐานอยู่บนความสำนึกทางศาสนาที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ต่อสิ่งทั้งปวง คือทั้งธรรมชาติและจิตใจอย่างที่เป็นหน่วยรวมที่มีความหมาย พระพุทธศาสนาตอบข้อกำหนดนี้ได้ ถ้าจะมีศาสนาใดที่รับมือได้กับความต้องการทางวิทยาศาสตร์สมัยปัจจุบันได้ ศาสนานั้นก็ควรเป็น “พระพุทธศาสนา”...”( อัลเบิร์ต ไอนสไตน์ )
“...พระพุทธเจ้าทรงเป็นผู้แนะนำที่ดีที่สุด และเป็นผู้บำบัดทุกข์ที่อ่อนหวานที่สุดแก่มวลมนุษย์ที่กำลังมีความทุกข์...” ( อนาโตล ฟรังซ์ )
“...ข้าพเจ้าได้พิจารณาบรรดาศาสนาสำคัญของโลกทุกศาสนา และไม่เห็นมีศาสนาใดจะเกินหน้าพระพุทธศาสนาไปได้ ในด้านความงดงาม และความเข้าใจในอริยสัจ ๔ ของพระพุทธองค์ ข้าพเจ้าพอใจที่ได้ดำเนินชีวิตไปตามหนทางดังกล่าวนี้...” (ศาสตราจารย์ ริส เดวิดส์ )
เป็นธรรมทานแด่ท่านสาธุชนผู้สนใจในหลักธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในฐานะที่เราเป็นชาวพุทธควรศึกษาเพื่อให้เข้าใจว่าคนต่างชาติเขามีความรู้สึกต่อพระพุทธเจ้าของเราอย่างไร.
สิ่งที่คนพุทธเรามองไม่เห็นคุณค่าแต่นักวิทยาศาสตร์เห็นคุณค่าเสมอ เพราะศาสนาของเราสามารถพิสูจน์ความจริงอันเที่ยงแท้และถาวร
ขอบคุณสำหรับการเข้ามาอ่านนะครับผม
เรามักจะมองไม่เห็นของดีใกล้ตัว ครับ อย่างที่เขา เรียกว่า ใกล้เกลือกินด่าง ผมก็เคยเป็นหนึ่งในนั้น กว่าจะรู้ว่าจริงๆแล้วเรามีของดีๆใกล้ตัวมากมาย ก็เกือบสาย ผมว่าจะดีมากเลยครับถ้ามีการวบรวม คำพูด ข้อคิดเห็น เกี่ยวกับศาสนาพุทธ ของปราชญ์ชาวบ้านบ้าง ผมว่ามีคนไทยเยอะแยะเลยที่ ปฏิบัติตนตามตำสอน แล้วเห็นผลที่ได้จากการปฏิบัตินั้นจริงๆ
บางสิ่งบางอย่างเราต้องเรียนรู้เองซะเป็นส่วนมาก เรื่องที่ไกล้ตัวเราบางทีเราก็นึกไปถึง เพราะคนเราต่างก็ไม่ผิดอะครับต่างแต่ความคิดคนเราต่างกันแค่นั้นเอง
ขอบคุณที่เสี่ยงชีวิตเข้ามาอ่านนะครับผม