GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

1 ปี “สึนามิ”

จุดแข็งของคนไทย คือ "น้ำใจ"

     เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ผมอยู่ที่โรงแรมเอเชีย แอร์พอตท์ กทม. วันนั้นมีการประชุมของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เมื่อเปิดสมุดบันทึกส่วนตัว ผมได้บันทึกไว้ว่า ทันทีที่ทราบข่าวการเกิด “สึนามิ” จาก TV ช่วงนั้นยังงงว่าคืออะไร เมื่อได้ติดตามข่าวอย่างต่อเนื่องว่าเป็นมหันตภัยร้ายคลื่นยักษ์ถล่ม ก็โทรหาพี่สาวที่อยู่ภูเก็ต ก็ติดต่อไม่ได้ โทรหาพ่อที่บ้าน พ่อแจ้งว่าพี่สาวโทรกลับมาที่บ้านแล้วว่าปลอดภัยดี แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดของที่อื่น ๆ มากนัก

     จึงโทรหา “เก๋” และ “พี่น้อย” เพื่อนที่เรียน ป.โท รุ่นเดียวกัน ก็ติดต่อไม่ได้ ทั้งหมดเป็นการติดต่อด้วยมือถือที่ติดต่อไม่ได้ จึงค้นหาเบอร์บ้านในสมุดบันทึก พบเบอร์ที่บ้านเก๋ โทรไปเจอแม่ของเก๋ ก็ทราบว่าทุกคนปลอดภัย เพราะไม่ได้อยู่แถบชายทะเล ส่วนเก๋ไม่อยู่ ไปงานศพที่บ้านแฟนที่ จ.นครศรีธรรมราช เนื่องจากพ่อของแฟน เสีย ส่วยพี่น้อยก็ยังติดต่อไม่ได้ ก็ได้ทราบในช่วงหลังวันเดียวกันว่าปลอดภัยดี พี่น้อยเป็นพยาบาลประจำ รพ.ถลาง (แฟน ผอ.รพ.) ก็ได้ออกหน่วยเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย จึงไม่ได้พยายามที่จะติดต่อตรงไปอีก

     จากนั้นก็โทรหาเพื่อนอีกคน (สาว) ที่เพิ่งกลับมาจากเกาะพีพี จ.กระบี่ เดิมเขาทำงานที่นั่น แต่ได้สนทนากัน ก็แนะนำว่าอยู่บ้านเราดีกว่า จะได้อยู่กับลูก ๆ สงสารเด็ก ทั้ง 3 คนที่ต้องอยู่กับยาย ทำให้เขาตัดสินใจไม่กลับไปที่เกาะพีพี อีก แต่ยังไม่ได้นำของใช้ เสื้อผ้ากลับมาไว้ เกรงว่าเขาจะเดินทางไปในช่วงนั้นพอดี แต่ก็พบว่าอยู่บ้าน ส่วนเพื่อน ๆ ที่เคยทำงานอยู่ด้วยกันนั้น ยังติดต่อได้ไม่หมด เท่าที่ตรวจสอบได้เสียชีวิตหลายคน และบาดเจ็บสาหัสอยู่ รพ.ต่าง ๆ ก็หลายคน ตอนหลัง ก็ทราบว่าได้ไปเยี่ยมเยียนกันจนครบแล้ว (ทุกวันนี้ยังพูดถึงอยู่ว่าหากผมไม่ทัดทานเรื่องให้อยู่ทำมาหากิน เปิดร้านขายของเล็ก ๆ เพื่ออยู่กับลูก ๆ (พี่แม่น ป.4 น้องมอส ป.2 และน้องมด อนุบาล 2) แบบพอเพียง ไม่รู้จะเป็นอย่างไรบ้าง)

     วันที่ 28 ธันวาคม 2547 ผมเดินทางกลับหลังประชุมเสร็จ ในช่วงค่ำ เช้าวันที่ 29 ธันวาคม 2547 ก็ได้มีการระดมความช่วยเหลือ ซึ่งก็ได้ทำผ่านหมู่บ้านที่ผมอยู่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และสมาคมหมออนามัย จว.พัทลุง ในหลาย ๆ รูปแบบ ทั้งเงิน เสื้อผ้า อาหาร ข้าวสาร ส่วนการเป็นอาสาสมัครนั้นมีผู้แสดงความจำนงมากกว่าที่ผมจะมาถึงเสียอีก จึงไม่ได้ทำในส่วนนั้น

     เหตุการณ์การเกิด “สึนามิ” ครั้งนี้ เท่าที่เฝ้าติดตาม สิ่งหนึ่งที่ต้องบอกว่าเป็นจุดแข็งของคนไทย คือ "น้ำใจ" อย่างที่ไม่น่าจะมีปมขัดแย้งใด ๆ มาลบล้างอย่างที่เกิดขึ้นใน 2-3 วันที่ผ่านมาที่สืบเนื่องกับเรื่องนี้ได้เลย

     ในท้ายบันทึกที่ผมบันทึกไว้ ผมได้นำข้อมูลที่เพิ่งได้มาในวันหลังลอกลงไว้ ดังนี้ วันที่ 26 ธันวาคม 2547 เวลา 0:58:50 น. (UT) หรือเวลา 7:58:50 น. ตามเวลาในประเทศไทย ได้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.9 ตามมาตราริคเตอร์ ที่นอกชายผั่งตะวันตกทางตอนเหนือของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย จุดศูนย์กลางอยู่ลึก 10 กม. ห่างจากเมืองบันดาเอเช่ ประมาณ 250 กม. และห่างจากกรุงเทพฯ 1,260 กม. แผ่นดินไหวนี้เป็นแผ่นดินไหวที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 5 นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1900 และใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่แผ่นดินไหวอลาสกาในปี ค.ศ. 1964 เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดการสั่นสะเทือนรับรู้ได้ในประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย นอกจากนั้นได้ทำให้เกิดสึนามิในวงกว้างทำให้เกิดผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมากในประเทศอินเดีย ศรีลังกา มาเลเซีย และจังหวัดท่องเที่ยวทางใต้ของประเทศไทย โดยเกิดสึนามิสูงประมาณ 6 เมตรพัดเข้าชายฝั่ง ทำให้มีผู้เสียชีวิตและมีผู้บาดเจ็บเป็นจำนวนมากในจังหวัดภูเก็ต พังงา ตรัง และกระบี่ รายละเอียดและคลังความรู้เรื่อง “สึนามิ” อยู่ที่ http://tsunami.thaisnews.com/ ซึ่งสามารถเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมได้

     บันทึกนี้จึงขอรำลึกไว้อาลัยกับผู้เสียชีวิต และผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ จากเหตุการณ์สึนามิ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ อีกครั้งหนึ่ง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 10575
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 1
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (1)