วันนี้ได้มีโอกาสไปพบกับเครือข่ายคนพิการอีกหนึ่งเครือข่าย พบว่ายังมีอะไรซ่อนอยู่อีกมาก เกินกว่าที่เราจะคาดเดาได้
ไม่ว่าจะเ็ป็นกรณีที่คนพิการโดนขัง ไร้ซึ่งอิสระภาพ
คนพิการไม่ได้รับสิทธิที่ควรมีควรได้
คนพิการได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ
คนทำงานคนพิการ ได้รับผลกระทบจากรอบด้าน
แต่ที่น่าสลดใจผู้เขียนที่สุด
คือ คนพิการทางการรับรู้คนหนึ่ง
ร้องให้เสียใจ เนื่องจากหนูไม่มีที่เรียน
คุณแม่บอกว่าน้องเค้าเรียน จบ ม.3 แต่
เมื่อจะขึ้นม. 4 หนูไม่ทราบจะเรียนที่ไหนดี
เพราะไม่มีที่ไหนรับหนูเลย คุณแม่เล่าให้ฟังว่า น้องเค้าอยู่โรงเรียนไม่ได้ทำร้ายใคร ไม่ได้เกเร เพียงแต่ระบบการรับรู้การเขียนเค้าอ่อนมากๆ และเมือ่จบม. 3 แล้ว โีรงเรียนไม่รับเข้าม.4 เนื่องจาก เค้ามีระเบียบของเค้า เด็กเข้าไปต้องมีเกรด อาจจะทำให้โรงเรียนเกรดตก คุณแม่ก็พาไปหลายโรงเรียนแล้ว แต่เค้าก็ไม่รับ คุณแม่เล่าให้ฟังต่อว่า
หลังจากไม่ได้เรียน น้องไม่ทราบจะทำอะำำไร เดินไปเดินมา หงุดหงิดมากขึ้น ร้องให้อยากไปโรงเรียน ผู้เขียนจนด้วยเกล้าไม่ทราบจะว่าอย่างไร ต่อ นอกจากบอกว่าขอประสานถามผู้รู้ แต่ผู้เขียนพลาดที่ไปถามน้องว่า
หนูอยากเรียนเหรอคะ จบคำถาม น้องร้องให้ใหญ่ เลยต้องยุติการสนทนา ใครช่วยได้ช่วยให้หนูได้เรียนหน่อยได้ไหมคะ
และสิ่งที่ได้เรียนรู้มากที่สุดคือ มันยังมีอะไรซ่อนอยู่อีกเยอะมาก มากเหลือเกิน ไม่โทษว่ากล่าวใคร แต่อยากชวนทุกคน ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย มาช่วยกัน
ผมเคยพบcase เด็กพิการ เป็นเด็กหนุ่มน่าตาดี แต่ขาพิการจากอุบัติเหตุ มาด้วยการดื่มยาพิษ และล้างท้องเรียบร้อยแล้ว ผมเป็นผู้ให้คำปรึกษาครับ- - -ทุกอย่างไปได้ด้วยดี
ถึงเวลาเยี่ยมบ้านเราก็พบปัญหามากมาย โชคดีที่คุณพ่อคุณแม่เข้าใจอารมณ์ที่ผันแปรของลูกชายที่เกิดขึ้นบ่อยๆ
ปัญหาอยู่ที่ที่เรียนครับ เด็กอยากเรียน แต่ลักษณธของการช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แม้กระทั่งเขาห้องน้ำ ผมพยายามติดต่อสถาบันที่สอนเด็กพิการหลายๆแห่งก็ไม่ได้รับคำตอบที่น่าพอใจ
สรุปแล้วแกก็ไม่ได้เรียน อ่านบันทึกนี้ผมนึกขึ้นมาได้ นานมากแล้วไม่ทราบว่าน้องเป็นอย่างไร
ให้กำลังใจคนทำงานนะครับ...ทำสิ่งดีๆเพื่อสังคม
ขอบคุณมากคะ
คุณค่าความเป็นคน
สูงส่งสักแค่ไหน
ต้อยต่ำสักปานใด
ล้วนอยู่ใต้ฟ้าเดียวกัน
สวัสดีค่ะคุณก้ามปู
ดีใจที่ได้เห็นคนทำงานกับคนพิการอีกท่านนึงค่ะ และจะบอกว่า "ปิติ"ขึ้นมาอีกเมื่อทราบว่า คุณก้ามปูอยู่ในวิชาชีพเดียวกัน
การศึกษาของผู้พิการ มีข้อคับข้องอยู่หลายส่วนค่ะ ดิฉันค่อนข้างเห็นใจและเข้าใจข้อคับข้องของทุกส่วนนะคะ ไม่ว่าจะทางสถานศึกษาหรือผู้ปกครอง ไหนจะความพร้อมและนโยบายอีกด้วย
จากที่ข้อมูลที่ให้มาเบื้องต้นนี้ ดิฉันเข้าใจว่าน้องคงจะเป็นเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ (Learning Disability : LD) ใช่หรือไม่คะ
การศึกษาของผู้พิการมีรายละเอียด และค่อนข้างอ่อนไหวค่ะ อย่างไรก็ดี ลองหาข้อมูลและปรึกษา ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัด หรือ ศูนย์การศึกษาพิเศษของมหาวิทยาลัยราชภัฏ ที่ใกล้บ้านนะคะ จะได้ข้อมูลที่ชัดเจนและทำได้จริงกว่าค่ะ
ถ้าน้องคือ เด็ก LD (จริงอย่างที่ดิฉันเข้าใจ) การจัดการศึกษาของน้อง ไม่ใช่แค่ให้เรียนผ่านชั้นไปเท่านั้นนะคะ เพราะการที่โรงเรียนหรือครู สอนแบบ"เอื้ออาทร" ไม่ใช่เน้นที่"การพัฒนาศักยภาพ"จริงๆ และปล่อยให้ผ่านชั้นมาด้วยความสงสารเรื่อยๆ แม้น้องจะสำเร็จการศึกษาผ่านในระดับชั้นต้นๆมา
แต่เมื่อต้องเปลี่ยนโรงเรียนเพื่อผ่านไประดับชั้นสูงขึ้น ต้องมีการสอบประเมินใหม่ ถ้าน้องไม่ได้ตามเกณฑ์จริงๆ และโรงเรียนใหม่ไม่มีนโยบายหรือความพร้อมด้านบุคคลากรที่จะดูแลน้องเป็นพิเศษ (ครูการศึกษาพิเศษหรือครูเรียนร่วม) ก็คงจะลำบากใจในการรับเข้าเรียนอ่ะค่ะ
ยิ่งเป็นการศึกษาที่สูงขึ้นย่อมต้องเรียนรู้มากขึ้น ต้องการการดูแลมากขึ้นค่ะ
โดยส่วนตัวแล้ว เท่าที่ดิฉันทำงานการจัดการศึกษาของผู้พิการอยู่ จะได้ยินคำถามจากอาจารย์ผู้สอนที่สนใจเด็กๆเหล่านั้นว่า จะสอนอย่างไร จะต้องระดับเข้มข้นขนาดไหน
ดิฉันจะเรียนชี้แจงเสมอว่า ดิฉันไม่ต้องการให้อาจารย์แต่ละท่านอ่อนเข้มลงเพียงเพราะว่า เด็กพิการ ดิฉันเชื่อมั่นว่า ลูกๆทำได้ค่ะ เพราะอย่างน้อยเด็กที่นี่ก็ผ่านการสอบเข้ามาช่องทางเดียวกันกับเด็กทั่วไป ถ้าจะเรียนปริญญาตรี ก็ต้องเรียนเหมือนเด็กทั่วไป ศึกษาค้นคว้า ทำรายงานเหมือนเด็กอื่นๆ ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน เพียงแต่บางครั้ง(บางกรณี) เด็กๆอาจจะส่งงานช้ากว่าเพื่อนเล็กน้อย เพราะเด็กๆอาจจะไม่สามารถเข้าถึงสื่อการเรียนรู้ได้ เช่น เด็กตาบอด ดิฉันจะต้องมาทำเป็นสื่อเสียง หรือ สื่อเบรลล์ก่อน
เพราะเมื่อลูกๆของ DSS สำเร็จการศึกษาเขาจะต้องไปหางานทำในแหล่งงานเดียวกันกับคนทั่วไป อันนำไปสู่การดำรงชีวิตอิสระ (Independent Living: IL)
ถ้าเขาได้รับปริญญาเอื้ออาทร เพราะว่าเขาพิการ เขาจะมีความสามารถทัดเทียมเด็กอื่นได้อย่างไร
ในภาวะการณ์ที่ต้องแข่งขัน เช่นนี้นายจ้างจะให้โอกาสเขาเข้าทำงานหรือ ในเมื่อเขาเองก็มีความบกพร่องทางร่างกายให้เห็นอยู่แล้ว แถมพ่วงมาด้วยปริญญาเอื้ออาทร
โดยส่วนตัวดิฉันเห็นว่า... การศึกษาทุกระดับสำคัญมาก คุณภาพของแต่ละระดับต้องได้เรื่องของการพัฒนาศักยภาพของแต่ละระดับจริงๆ ไม่เช่นนั้นเราจะมีคนพิการที่สำเร็จการศึกษาสูงขึ้น (ฟังเหมือนดูดีนะคะ ว่าคนพิการมีการศึกษาสูงขึ้น)
แต่ไม่สามารถทำงานได้ เช่นคนทั่วไปที่สำเร็จการศึกษาในระดับเดียวกัน
คนพิการไม่มีใครอยากเป็นภาระของสังคมค่ะ ทุกคนมีความวิริยะมาก เราผู้อยู่ในวงการศึกษาต่างหาก อดทนกับการพัฒนาศักยภาพที่แท้จริงของเขาหรือยัง
บางครั้งบางเรื่องเด็กๆต้องการเวลาในการเรียนรู้มากกว่าคนอื่นนะคะ เพราะเขามีข้อจำกัดในการเข้าถึงสื่อการเรียนรู้มากกว่าคนทั่วไป อย่าจำกัดหรือประเมินการศึกษาแค่ตามเวลา ต้องดูที่เป้าประสงค์การศึกษานั้นๆว่าผ่านเกณฑ์หรือยัง
อื้มมม...ก็เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ จากประสบการ์ที่ทำงานด้านการจัดการศึกษาของผู้พิการในมหาวิทยาลัยค่ะ
งานบริการสนับสนุนนิสิตพิการ กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ค่ะ
http://www.msu.ac.th/sa/dss/
สวัสดีคะ พี่หนิง ขอบคุณมากคะ