ปริญญาหมาเน่าในความหมายของคุณ...คืออะไร....ลองนิยามกันดูครับ แต่สำหรับของด่างเป็นแบบดั่งเรื่องเล่าต่อไปนี้ครับ
สวัสดีครับทุกท่านครับ
สบายดีกันทุกท่านนะครับผม เรื่องเล่าต่อไปนี้ล้วนเป็นเรื่องสมมุติขึ้นทั้งสิ้น โดยมีแรงบันดาลใจมาจากเรื่องของ พี่ชาย Handy เรื่อง ไม้เขี่ยหมาเน่า .....เขียนขึ้นมาเพื่อไว้เตือนสติของตัวผมเอง....
ด่างเป็นหมาตัวหนึ่งที่เกิดมาจากท้องพ่อแม่หมาในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ด่างได้อยู่กินนมกับแม่จนโตได้ระดับหนึ่ง ด่างก็คิดว่าชีวิตตัวเองก็ต้องพึ่งพาตัวเอง ต้องศึกษาเรียนรู้ ด่างเลยตัดสินใจแยกตัวจากพ่อแม่แล้วออกเดินทางตามเส้นทางของชีวิตของตัวเอง ค้นหาสิ่งที่ตัวเองต้องการ เจอประสบการณ์มากมายที่ด่างต้องค้นหาและแก้ปัญหา จนด่างคิดว่าสิ่งที่สำคัญมากที่สุดคือการศึกษา วันหนึ่งด่างรู้สึกว่าตัวเองอยากจะศึกษาชีวิตและสิ่งต่างๆ ให้มากขึ้น โดยเฉพาะลำคลองที่แบ่งกั้นพื้นที่ออกสองส่วนเป็นสองฟาก ตอนนั้นด่างมีอายุได้ครบเจ็ดปีพอดี ด่างคิดว่าเส้นทางบนพื้นดินด่างได้ศึกษามามากพอสมควร ด่างเลยอยากจะศึกษาข้อมูลในคลองดูบ้าง ด่างเลยตัดสินใจกระโดดลงคลองแห่งหนึ่งเพื่อศึกษาว่าคลองเส้นนี้ ไกลเพียงใด โดยตัวด่างเองอยากจะทราบว่าน้ำลึกแค่ไหน เย็นไหม เจอปลาและสิ่งมีชีวิตในน้ำหรือไม่ โดยพยายามจะไม่ว่ายน้ำหาฝั่ง น้ำเองก็ไหลตลอด แต่ด่างไม่ได้คิดว่ามันจะเหน็บหนาวแค่ไหนกับเส้นทางนี้ แต่ด่างหวังว่าซักวันด่างจะพบกับปากแม่น้ำที่กว้างใหญ่ไพศาล
ด่างพยายามว่ายไปผ่านมาช่วงหนึ่ง ก็รู้สึกว่าหนาวมากและเหนื่อยหมดแรงขณะที่อยู่กลางคลองกว้างแห่งนั้น ท้ายที่สุดด่างหนาวมากและหมดแรง ด่างเลยตายกลางลำคลอง แต่ด่างก็ได้เรียนรู้อะไรมากมายเหมือนกันแต่ไม่ได้เห็นฝั่งปากแม่น้ำว่าเป็นอย่างไร ลำตัวด่างก็ได้ลอยไปพร้อมลำตัวที่โตขึ้นเรื่อยๆ น้ำได้พัดพาลำตัวด่าง ผ่านช่วงของแม่น้ำมาทีละขั้น ทีละขั้น จนครบ 6 ระดับขั้น โดยแต่ละขั้นลำตัวของด่างไปกระทบฝั่ง ก็จะมีผู้ใจบุญ ช่วยเอาไม้เขี่ยหมาเน่า มาช่วยกันเขี่ยให้ออกและไหลไปตามแม่น้ำในลำคลองนี้ เป็นอยู่อย่างนี้ ทั้ง 6 ขั้น
จนด่างต้องไปเจอคันเขื่อนกันน้ำกักน้ำเอาไว้ ด่างต้องรอโอกาสที่มีช่วงน้ำแรง มากระทบตัวด่าง ด่างถึงได้ยกลำตัวจากแรงน้ำกระชากตัวด่างให้ผ่านไปได้อีกช่วงหนึ่งของหลังความตาย....ตัวด่างก็ลอยไปเรื่อยๆ จนครบ 3 ระดับขั้น ก็จะมีไม้เขี่ยหมาเน่ามาเขี่ยให้ลำตัวด่างไปจนครบทุกขั้นที่มีปัญหาไปติดตามขอนไม้ แต่ด่างก็ต้องเจอคันกันน้ำ อีกแล้ว ครั้งนี้ ต้องรอจังหวะนานหน่อย กว่าตัวด่างจะหลุดผ่านลงไปได้ แต่ด่างก็ผ่านไปได้ด้วยดีครับ เป็นอย่างไรอยู่เรื่อยๆ ด่างเจออะไรที่มากมายขึ้น เจอสิ่งมีชีวิตมากมายในสายน้ำ ในลำคลอง ยิ่งลอยไปยิ่งเจออะไรที่น่าค้นคว้า เจออะไรอีกมากมาย ช่วงนี้ เป็นช่วงที่ต้องผ่านช่วงตอนของแม่น้ำ อีกสามตอนเช่นกัน
จนด่างต้องมาเจอด่านคันกันน้ำอีกรอบ ด่านนี้เป็นด่านกว้างมากครับประมาณว่าต้องรอฝนห่าใหญ่ที่จะตกลงมาให้น้ำท่วมแล้วล้นคันกันคลื่น ฟ้าฝนคะนองตกลงมาพอดีแม้ว่าด่างจะอยู่ในสภาพที่ตัวพองโตมากขึ้นก็ตาม ช่างโชคดีของด่างที่ฝนตกหนักและน้ำในคลองสูงขึ้น พร้อมกับตัวด่างก็เป็นรูเป็นแผลมากขึ้น เพราะได้รับการเขี่ยมาจากผู้ใจบุญแล้วหลายๆ ท่าน
ช่วงชีวิตใหม่ของด่างได้พัดผ่านมาเจอลำคลองที่กว้างมาแล้ว มีหลายอย่างมากกว่าที่เคยผ่านหูผ่านตามาให้ศึกษา เจอเพื่อนๆ สิ่งมีชีวิตอื่นๆ ก็อยู่ในสภาพเหมือนด่างเช่นกัน เพียงแต่ละชีวิตที่เคยเจอมาอาจจะมาจากหลายๆ ลำคลองที่มาไหลรวมตัวกัน แม้ว่าด่างเองจะได้เจอจุดรวบตัวของน้ำมาอย่างน้อยก็สองครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้เป็นโอกาสดีที่ได้มาเจอเพื่อนๆ มากขึ้น
แม้ว่าเส้นทางนี้ของด่างจะต้องใช้เวลานานอีกก็ตามในการไหลไปซึ่งเป้าหมายของด่างก็คือ ปากคลองใหญ่ ปากแม่น้ำนั่นเอง ด่างก็ได้รับการจิ้ม การเขี่ยทุกครั้งที่มีการกระทบฝั่ง ด้วยไม้เขี่ย จนผ่านช่วงคลองมาเป็นเวลา 4 ช่วง ด่างและเพื่อนๆ ก็ได้พบกับปากแม่น้ำใหญ่มา โอ้โห...นี่หรือสิ่งที่เราค้นหา เราเจอแล้ว แม้ว่าสภาพของเรามันจะไม่น่าดู ตัวเต็มไปด้วยรูพรุน กระดูกออกมานอกร่างกาย......
เส้นทางของด่างผ่านมาได้ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต แต่การศึกษาของด่างก็เกิดขึ้นได้ตลอดทุกช่วงเส้นทาง ท้ายที่สุดแล้วด่างก็ได้รับความสำเร็จที่ได้เจอปากแม่น้ำใหญ่ และด่างก็ได้รับปริญญาในการเรียนรู้ครั้งนี้ สำหรับชีวิตอื่นด่างไม่ทราบ แต่ชีวิตด่างด่างเรียกมันว่า ปริญญาหมาเน่า... จะมีประโยชน์กับชุมชนมากน้อยแค่ไหนสำหรับปริญญาใบนี้ ด่างอาจจะต้องรอคนมารับตัวด่างไปตามที่ควรจะเป็น หรือเพียงแต่รอให้สิ่งมีชีวิตอื่นมาร่วมกันจิกกินจนท้ายที่สุดแล้ว ก็กลายเป็นดินน้ำลมไฟ.............
อาลัยชีวิตด่าง..............ในคลองใหญ่ ปากแม่น้ำแห่งนี้..............จบด้วย ปริญญาหมาเน่า......เคล้ากลิ่นที่ใครไม่พึงประสงค์......
ปริญญาหมาเน่าในความหมายของคุณ...คืออะไร....ลองนิยามกันดูครับ แต่สำหรับของด่างเป็นแบบดั่งเรื่องเล่าที่ผ่านมาครับ
ขอบคุณมากครับ
เม้ง
สวัสดีครับ
หนุ่มไฟแฮง <ul>
</ul><p> </p>
สวัสดีครับทุกท่าน
ขอบคุณมากเลยครับ ที่ไม่รังเกียจบทความที่มีคำว่าเน่าครับ และมองในหลายๆ ด้านที่ได้จากเรื่องเล่านี้ การศึกษาคงไม่ใช่แค่ของคนใช่ไหมครับ.....
ขอบคุณมากคับ
ความรู้ไม่ได้อยู่ที่ปลายของเส้นทาง แต่ความรู้อยู่ที่ระหว่างที่ก้าวเดินต่างหาก ดังนั้นสิ่งที่เราน่าจะทำคือ เก็บเกี่ยวทุกสิ่งที่มีคุณค่าในระหว่างการเดินทาง อย่ามองเป้าหมายจนลืมเท้าที่ก้าวเดิน
สวัสดีค่ะ
แวะเข้ามาทักทายกัน...และก็ไม่ผิดหวังจริงๆ เมื่ออ่านแล้ว ก็ได้แง่คิดอะไรดีๆ กลับไป...ขอบคุณนะค่ะ...ว่าง ๆ ช่วยแนะนำการทำบล็อคสวยๆ บ้างนะค่ะ สำหรับมือใหม่หัดขับในการทำบล็อค
สวัสดีครับน้องอรุฏา
สวัสดีครับคุณทอยด์
เมื่อ ส. 23 มิ.ย. 2550 @ 14:16
สวัสดีครับพี่เหลียงที่เคารพ
ขอบพระคุณมากครับสำหรับความเห็นดีๆ ในอีกซีกหนึ่งของสังคมการศึกษา
เมื่อ อา. 24 มิ.ย. 2550 @ 09:04
ความรู้ไม่ได้อยู่ที่ปลายของเส้นทาง แต่ความรู้อยู่ที่ระหว่างที่ก้าวเดินต่างหาก ดังนั้นสิ่งที่เราน่าจะทำคือ เก็บเกี่ยวทุกสิ่งที่มีคุณค่าในระหว่างการเดินทาง อย่ามองเป้าหมายจนลืมเท้าที่ก้าวเดิน
สวัสดีครับเพื่อนรัก
เมื่อ อา. 24 มิ.ย. 2550 @ 13:25
สวัสดีค่ะ
แวะเข้ามาทักทายกัน...และก็ไม่ผิดหวังจริงๆ เมื่ออ่านแล้ว ก็ได้แง่คิดอะไรดีๆ กลับไป...ขอบคุณนะค่ะ...ว่าง ๆ ช่วยแนะนำการทำบล็อคสวยๆ บ้างนะค่ะ สำหรับมือใหม่หัดขับในการทำบล็อค
สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับนะครับ ขอบคุณมากนะครับ ที่เข้ามาเยี่ยมนะครับ
สำหรับเรื่องบล็อกลองเข้าไปอ่านที่ บทความนี้นะครับ http://gotoknow.org/blog/mrschuai/103148 มีเทคนิกเล็กๆ ในการตกแต่งในส่วนต่างๆ นะครับ ขอให้สนุกนะครับ และยินดีต้อนรับในชุมชนแลกเปลี่ยนเรียนรู้นะครับ
ขอบคุณมากและสนุกในการทำงานนะครับ
จาก เจ้าหนังกลับ ณ วัดแห่งหนึ่ง
สวัสดีครับ ด้วยความยินดีครับ เจ้าหนังกลับ
จะได้เป็นปริญญาต้นตอ...ออกลูกออกหลานกันต่อไปครับ หย่อนโบ้ง กันต่อไป ให้คนหน๊อะกินครับ
อิๆๆๆ ว่าแล้วคิดถึงลูกตอเลยชาติ
ขอบคุณเจ้าหนังกลับมากนะกั๊บ
สวัสดีค่ะคุณเม้ง
บันทึกนี้ติดค้างอยู่ในใจนานมากเลยค่ะ... เพราะต้องย้อนกลับไปตะกุยหาเรื่อง " ชาวนาและนายห้าง " ของลาว คำหอม เพื่อมาเล่าสู่กันฟังในบันทึกนี้..
เรื่องราวเกิดขึ้นที่ชานกรุงเทพฯ ลุงคงกับภรรยาเป็นผู้เช่านา เมื่ออายุมากเข้าไม่สามารถทำนาได้ก็กลายเป็นคนเฝ้านาให้เจ้าของหรือนายทุนนั่นเอง
สองตายายเฝ้านามีหมาหลายตัว ที่น่ารักและฉลาดกว่าเพื่อนชื่อ " เจ้าสำริด " วันหนึ่งนายห้างพาฝรั่งไปเที่ยวยิงนกแถวนั้นเกิดชอบเจ้าสำริดเข้า
ไปมาหลายครั้งจนสนิทสนม อยู่มาวันหนึ่งเจ้าสำริดป่วย นายห้างกับฝรั่งก็พามันไปหาหมอในเมือง จากนั้นก็ยังไม่ส่งกลับ แต่กลับส่งเข้าโรงเรียนหมา
ลาว คำหอม ประชดประชันอย่างแสบๆคันๆเชียวล่ะค่ะ เล่าต่อนะคะ.. เมื่อชายชราถาม นายห้างว่า " ส่งหมาของแกไปโรงเรียนเพื่อสอนให้เป็นอะไร "... " สอนให้เป็นคนฉลาด " นายห้างตอบ " เขาสอนให้มันรู้จักหน้าที่ รู้จักเฝ้าบ้าน ช่วยเจ้าของถือตระกร้า จับขโมย เป็นอนามัย ไม่ทำสกปรก "
ชายชราพึมพำกับภรรยาเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า่ การไปโรงเรียนหมา " ทำให้หมาในกรุงทำอะไรได้สารพัด ราคาค่างวดก็ตกถึงเก้าชั่ง สิบชั่ง แพงกว่าควายโตๆในท้องนาซะอีก "
แต่การไปอยู่เมืองกรุง การไปโรงเรียนหมาทำให้เจ้าสำริดลืมบ้านเก่า เมื่อนายห้างเอามันมาส่ง มันไม่ยอมขึ้นจากเรือ " ลืมรสน้ำข้าวแล้วสิ ท่าทาง... " ยายหลุดปากออกมา
ที่ร้ายไปกว่านั้นเจ้าสำริดไม่เคยกัดไก่ ก็ไล่กัด...ยายทนไม่ไหว คว้าไม้พายหวดลงกลางหลัง " หนอย เขาขุนสองสามมื้อ โอ่จะเป็นนายห้าง เดี๋ยวแม่ซัดด้วยไม้พาย หลังหัก "
" ตั้งแต่กลับจากกรุง เจ้าสำริดไม่ยอมกินข้าว ท่าทางจองหอง เกะกะกับเพื่อน ไม่ไหวเลย "
" ก็เ็ห็้นบอกว่าส่งไปฝึกอบรม เข้าโรงร่ำโรงเรียน "
" นั่นน่ะสิ ไม่รู้ว่ามันเสี้ยมสอนกันยังไง ทำให้ไอ้สำริดของฉันเสียหายหมด "
" มันจำเจ้าของไม่ได้ "
และสุดท้ายมันก็แว้งกัดลุงคงที่เลี้ยงมันมาตั้งแต่เล็กจนโต
เหมือนกับที่เขา " ถูกกัด " จากนายทุนเจ้าของนา ที่ขายที่ให้กับโรงงานอุตสาหกรรม ทำให้สองตายายต้องย้ายออกไป โดยไม่มีใครบอกได้ว่าจะไปอยู่ที่ไหน....
เจ้าสำริดในเรื่องนี้ไปโรงเรียนหมา ทำให้เสียหมาลืมกำพืดตัวเอง และลืมแม้แต่บุญคุณข้าวน้ำที่เคยเลี้ยงดูมา ลาว คำหอม ประชดเรื่อง " การไปโรงเรียน ทำให้คนแปลกแยกจากสังคมเดิม " ได้อย่างเจ็บแสบมากเลยนะคะ
เอามาฝากเพราะเห็นว่า " ด่าง " ตาย แต่ " สำริด " เสียหมาค่ะ อิ อิ อิ
สวัสดีครับคุณเบิร์ด