มีอยู่วันนึง บริษัทต้องไปเก็บหนังสือคืนจาก โรงเรียนที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ย่านสะพานพุทธ เราก็ส่ง massenger ไปที่โรงเรียนเพื่อจะเก็บหนังสือกลับบริษัท หลังจากที่เราเก็บหนังสือกลับมาแล้ว และ massenger นำหนังสือมาคืนเรา ก็จะมีเพียงกระดาษใบเดียวที่จดมาว่า คืนหนังสืออะไร จำนวนเท่าไหร่ (เพียงแค่นั้น) หลังจากได้รับหนังสือมาเรียบร้อยแล้ว เราก็โทรหาอาจารย์ท่านนึง ชื่อว่า อ.บุปผา เช็คเรื่องการเก็บหนังสือว่าเรียบร้อยหรือไม่อย่างไหร่ อาจารย์ตอบว่า เรียบร้อย ทุกอย่างคืนตามนั้น แล้วอาจารย์ก็ถามว่า เวลามาเก็บหนังสือทำไมไม่เอาบิลมาด้วยเอามาเช็คว่าคืนอะไรบ้าง คืนบิลไหนเท่าไหร่ เล่มไหน มาแต่ตัวแบบนี้ยังไง (อาจารย์ยังตำหนิ อยู่หลายประโยค) หลังจากที่ฟังคำตำหนิอยู่นั้น ก็พลันเกิดความคิดตัวงานบางอย่างขึ้นมาได้ จึงถามตัวเองว่า "ทำไมฉันถึงคิดเรื่องแค่นี้ไม่ได้"
หลังจากที่ได้ฟังคำตำหนิ จากอาจารย์ท่านนี้แล้ว ก็เอาคำตำหนิของอาจารย์ มาปรับงานวางบิลเก็บหนังสือของตัวเอง (อาจจะเป็นเพราะว่าเรายังไม่เคยทำงานด้านนี้ ยังไม่มีประสบการณ์ จึงอาจจะนึกงานไม่ออก) ปลอบใจตัวเอง
ด้วยคำตำหนินี้เอง ทำให้เรารู้ว่า ต่อจากนี้ไป เวลาไปเก็บหนังสือคืนจากที่ไหนต้องนำบิลไปด้วยทุกครั้ง และทุกครั้งที่วางบิลจะต้องสำเนาใบแจ้งหนี้แนบไปด้วยทุกครั้งเพื่อยืนยันยอดกัน เพื่อป้องกันความผิดพลาดของยอดเงิน ซึ่งหลังจากที่ปรับใช้มา ได้ผลดีทีเดียว
ขอขอบคุณ อาจารย์บุปผา แก้วรักษ์ เป็นอย่างมากที่ช่วยให้หนูเข้าใจงานตรงนี้ขึ้นอีก ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ
ขอบคุณอาจารย์ด้วยคนค่ะ
ขอบคุณน่ะค่ะพี่ปาน