เมื่อไม่กี่วันได้ค้นหาฟอนท์ล้านนาเพื่อให้ในงานของบริษัทฯ ก็ไปพบฟอนท์ของสำนักงานส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ชื่อฟอนท์ LN-TILOK ลองนำมาใช้ดูแล้วถูกใจมาก ๆ การพิมพ์ง่าย ๆ รวดเร็วทันใจ เพราะใช้ตำแหน่งตัวอักษรเทียบเคียงกับแป้นคีย์บอร์ดภาษาไทยกลาง ก็ขอชมผู้จัดทำไว้ ณ ที่นี้ด้วย
สำหรับผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดได้ที่ http://art-culture.chiangmai.ac.th/fontlanna/
และในส่วนตัวของผู้เขียนเองที่สนใจภาษาพื้นเมืองมาตั้งแต่เด็ก โดยสมัยเด็ก ๆ ถูกคุณตาบังคับให้เขียน อ่าน จนพอรู้ความ พอตอนบวชเรียนเป็นเณรได้เรียนภาษาพื้นเมืองอีก คราวนี้กับทำให้สับสนเล็กน้อย เพราะหลักการเขียนต่างกันบางจุด เพราะสิ่งที่เรียนมากับตาเป็นภาษาพื้นเมืองแบบไทลื้อ สำเนียงหรือการเขียนบางอย่างไม่เหมือนกัน แต่ก็พอกล้อมแกล้มไปได้
เมื่อหลายปีก่อนได้ไปอยู่เชียงใหม่ เชียงราย ก็ศึกษาวิธีการเขียนภาษาล้านนา ก็แปลกใจและรำคาญกับหลักการเขียนการพูด เพราะแต่ละท้องถิ่นจะแตกต่างกัน
เมื่อกลับไปน่านอีกครั้งก็ได้คุยกับเพื่อน ๆ ที่เคยเรียนด้วยกันก็เจอปัญหาคล้าย ๆ กัน ทางน่านก็เขียนอีกแบบหนึ่ง ทางเชียงใหม่ก็เขียนอีกแบบหนึ่ง
แต่จริง ๆ แล้วหลาย ๆ สำนักก็มักจะมีวิธีการเขียนเป็นเอกลักษณ์ เช่น บางแห่งชอบเขียนแบบย่อ ๆ โดยเขียนซ้อนกัน เช่น คำว่า ไปมา หรือ กันว่า เป็นต้น
ทำให้ผู้เขียนคิดว่าถ้ามีการจัดการหรือการรวบรวมความคิดและหาวิธีการ สร้างแนวทางเพื่อเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยเชิญผู้ทรงความรู้ และสนใจ มาเข้าร่วมสัมมนาและจัดตั้งหน่วยงานเพื่อพัฒนาให้เกิดขึ้นเป็นรูปเป็นร่างอย่างแท้จริง
แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนเป็นห่วงก็คือการสัมมนาหาข้อสรุปไม่ใช่ทำกันเองแล้วสรุปว่าเป็นล้านนา เช่น การสัมมนของสำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมที่แสดงในเว็บ เมื่อดูรายชื่อแล้วก็มีแต่ผู้ทรงความรู้จากเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียง เท่านั้นเองจะสรุปเอาว่าเป็นตัวแทนล้านนาคงไม่ได้
แล้วจังหวัดน่าน แพร่ เชียงราย และยังมีทางเชียงของ เทิง เชียงคำ เหล่านี้ก็ใช้ภาษาล้านนาหรือ ตั๋วเมือง เหมือนกัน
จริงอยู่การดำเนินการกับคนหมู่มากย่อมมีเรื่องค่าใช้จ่าย และเวลา แต่ถ้าหากต้องการให้เป็นรูปธรรมและเป็นสิ่งที่ยอมรับ ก็ต้องทำ ไม่อย่างนั้นก็เข้าอีหรอบเดิม ในเมื่อมีคนไม่เห็นด้วยก็จะดื้อดึงพัฒนาตามแนวทางของตนเองไปเสีย
ผมเองก็เป็นคนเมือง อยากใช้ภาษาเมือง ที่ถูกต้องและเป็นมาตรฐานเดียวกันขอเอาใจช่วย และถ้ามีโอกาสก็จะหาทางเอาแรงกายเข้าแลก... ขอบคุณมากครับ...
ลองพิจารณานะครับในความเป็นจริงภาษาล้านนา ณ จุดกำเนิดจะเหมือนกันมีพ่อแม่คนเดียวกัน แต่เนื่องจากผ่านกาลเวลาจึงเกิดลูกเกิดหลานแตกแขนงกันไปตามท้องถิ่น กลุ่มชน ตามสำเนียงพูด แตกต่างกันไปด้วยเหตุผลนานาประการ
หากทุกฝ่ายลองคิดพิจารณาว่าตัว "อ" เชียงใหม่ หันหัวเข้า "อ" ลำปาง แพร่ น่าน หันหัวออก แล้วมาถกกันว่าใครถูกผิดนั้นจะสร้างปัญหาความแตกแยกโดยใช่เหตุ อีกอย่างลักษณะการเขียนแบบมีเทคนิคเฉพาะตัวโดยตัดนั่นนิดเติมนี่หน่อยก็เช่นกัน
ปราชญ์ผู้ที่ตกผลึกทางความคิดแล้วนั้นมักมองเห็นเป็นเรื่องเล็กน้อย โดยแท้จริงลักษณะลายมือของผู้จารย่อมแตกต่างกัน ส่วนการผสมคำนั้นก็เช่นกันมักมีการจงใจเขียนให้แตกต่างเพื่อแสดงภูมิหรือเพื่อจะได้บ่งชัดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่เป็นการวิวัฒน์ของภาษา
และในที่สุดผู้ตามมาภายหลังก็จะเขียนกันตามครูบาอาจารย์ผู้สอน(แบบเถรวาท)จากรุ่นต่อรุ่น ยึดเอาสิ่งที่ได้รับในครั้งแรกนั้นเป็นที่ถูกต้องสิ่งเดียวนั้นคงเป็นการบีบความคิดให้แคบลงซึ่งไม่น่าเป็นเช่นนั้นเลย
หากพิจารณาดีแล้วตรองดู และกลับมาที่มาตรฐานอันเกิดแต่เดิมของเราจะพบว่า พ่อแม่(ดั้งเดิม)สอนเขียนอย่างนี้มาก่อนก็ลองเขียนและพิจารณาตาม ก็จะเห็นข้อเท็จจริง และหลุดออกจากกรอบความคิดที่ครอบเราได้ในที่สุด