การสร้างความดีทุกประการล้วเป็นแแหล่งของการเกิดผลบุญกุศลทั้งสิ้น แล้วก่อให้เกิดอานิสงส์ที่จะสร้างความสำเร็จในชีวิตได้ทั้งสิ้น
ช่วงเวลาต่อจากนี้ข้าพเจ้ามีความสุขจะขอบอกบุญต่อจากการที่ได้อ่านหนังสือที่มีคุณค่ายิ่งสำหรับการปฏิบัติตัว เรื่อง การใช้บุญ สร้างความสำเร็จในปัจจุบัน

ที่มา: พระเดชพระคุณพระอาจารย์เกษม  อาจิณณสีโล

พิมพ์ที่ หจก.ขอนแก่นการพิมพ์

        ต้องขอยกเรื่องนี้มาบอกบุญต่อท่าน เผื่อจะได้เป็นอานิสงส์ผลบุญแก่บิดามารดาข้าพเจ้า เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายและผู้ที่สนใจเรื่องการทำความดี ดังนี้พระพุทธเจ้า ทรงแสดงการเกิดบุญไว้ 3 ประการย่อ ๆ  คือ

1.บุญเกิดจากการให้ทาน

2.บุญเกิดจากการรักษาศีล

3.บุญเกิดจากการภาวนาอบรมจิตใจ

       โดยสรุปแล้ว การสร้างความดีทุกประการล้วนเป็นแหล่งของการเกิดผลบุญกุศลทั้งสิ้น แล้วก่อให้เกิดอานิสงส์ที่จะสร้างความสำเร็จในชีวิตได้ทั้งสิ้น

        เมื่อกำลังให้ของแก่ใคร ไม่ว่าจะถวายของแก่พระสงฆ์ ให้ของแก่พ่อแม่ พี่น้อง ญาติมิตร แม้เอาข้าวให้หมากิน เอาอาหารโยนให้ปลากิน เอาเศษอาหารโปรยให้มดกิน ย่อมเกิดกระแสบุญขึ้นเป็นกระแสเรืองรอง แผ่ออกจากตัวผู้กำลังให้ เพียงไม่กี่วินาทีแสงนี้จะพุ่งหายขึ้นไปเบื้องบน แล้วสะสมเป็นกองบุญของผู้ให้ อยู่บนเทวโลก ดังนี้น ขณะให้ของแก่ใคร จึงควรอธิฐานจิต คิดทันทีว่า "บุญนี้จงเป็นของเทวดาผู้รักษาตัวข้า"หรือ "บุญนี้จงเป็นของเจ้ากรรมนายเวรของข้า" หรือ "บุญนี้จงเป็นของเทวดา ภูต ผี ปีศาจ เปรต ครุฑ นาค ยักษ์ ที่อาศัยอยู่ในสถานที่เรือกสวนไร่นา หรือเคหสถานบ้านเรือนของข้า"  เป็นต้น ขึ้นอยู่กับว่า เราต้องการแก้ไขในจุดไหน เช่น

           บุตรของเราเกเรเหลือเกิน ชอบสร้างแต่ความเดือนร้อน สั่งสอนไม่ฟัง แบบนี้ต้องให้เทวดาผู้รักษาตัวเขาเป็นผู้ขนาบตักเตือน วิธีที่เทวดาตักเตือนนั้นท่านจะสั่งการไปที่ความรู้สึกนึกคิดจิตใจของเขา ถ้าเทวดาประจำตัวเขาเป็นมิจฉาทิฐิ เมื่อไ้ด้รับบุญบ่อย ๆ เทวดารู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวเอง มีชีวิตที่สุขสบายขึ้น มี ฤทธิ์อำนาจขึ้น เขาจะทราบได้เองว่าสิ่งที่เขาได้รับนั้นมาจากไหน เมื่อเราอุทิศบุญให้ท่านก็อธิษฐานว่า "เมื่อเทวดาได้รับบุญแล้ว ขอให้มีความสุขมีกินมีใช้ มีเสื้อผ้าที่อยู่อาศัย และขอให้อบรมตักเตือนลูกของข้าให้เป็นคนดีด้วย" ดังนี้ ไม่นานหรอก จะเกิดกรณีพิศดารขึ้นกับบุตรเกเรคนนั้น จนต้องเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นคนดีแน่นอน

      สามีหรือภรรยา คู่ครองของตนเองเป็นที่น่าเอือมระอาเหลือเกิน อยากให้คู่ครองดี รักเรา ละเลิกความประพฤติชั่วเหลวไหล ก็ให้ทำแบบเดียวกันกับที่ให้บุญแก่เทวดาที่รักษาบุตร

      กิจกรรมค้าของท่านล้มเหลวหรือซบเซา เมื่อท่านทำบุญทุกครั้ง ควรอุทิศให้เทวดาประจำตัวของท่านและเทวดาที่ดูแลกิจการค้าด้วยพร้อมกันไป แล้วอธิษฐานว่า "เทวดารับบุญของเราแล้วโปรดช่วยเหลือกิจการค้าธุรกิจของเราให้ประสบความสำเร็จด้วยเถิดร่ำรวยจะทำบุญให้ท่านยิ่ง ๆ ขึ้นไปอีก"

     จะใช้คำเรียกตนเองว่า ข้า ว่า เรา ก็ได้ทั้งนั้น ร้านค้าขาย จะเป็นร้านอะไรก็แล้วแต่ เมื่อทำบุญก็ให้อุทิศแก่เทวดาที่รักษาร้านค้านั้นด้วย แล้วบอกว่า "เทวดาเมื่อไ้ด้รับบุญแล้ว โปรดเีรียกลูกค้ามาอุดหนุนให้มาก ๆ ด้วย "

       การอุทิศบุญ ไม่ต้องพูด ไม่ต้องกรวดน้ำให้ใช้การคิด ต้องรีบคิดทันที อย่าชักช้า เพราะแสงบุญที่เกิดขึ้น จะดำรงอยู่ไม่กี่วินาทีแล้วจะหายไปอยู่สวรรค์ ถ้าฝึกบ่อย ๆ เราจะชำนาญในการคิด เพราะมีกระแสแรงกว่าพูดออกจากปาก เวลาหย่อนก้อนข้าวลงในบาตรให้ิคิดส่งบุญทันที แล้วคิดให้ชัดเจน อย่าลางเลือน ให้ของแก่ใคร เมื่อของหลุดจากมือเราก็ให้คิดทันที อย่าช้า

        การรักษาโรคภัยไข้เ้จ็บที่เกิดกับตัวเรา สืบเนื่องจากนายเวรผู้เคียดแค้นชิงชังกระทำทั้งสิ้นพระพุทธเจ้าตรัสว่า ผู้ฆ่าสัตว์ย่อมอายุสั้น ผู้เบียดเบียนสัตว์ย่อมสุขภาพไม่ดี ดังนั้น การรักษา ต้องส่งบุญไปให้แก่เจ้ากรรมนายเวร ที่ทำให้เกิดอารเจ็บป่วยนั้นและให้เทวดาผู้รักษาตัวเรา ในขณะเดียวกันโปรดอธิษฐานว่า

       "หมอใด ยาใด ที่สามารถรักษาอาการนี้ให้หายขาดได้ ขอให้เทวดาจงนำหมดนั้นมารักษาเราเจ้ากรรมนายเวรได้รับบุญของเราแล้ว จงอโหสิกรรมให้เราด้วย ถ้าเราหาย เราจะทำบุญให้แก่ท่านยิ่ง ๆ ขึ้นไป" การอธิษฐานเบิกบุญเก่าอุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรที่รบกวน ควรทำวันละหลาย ๆ ครั้ง จนเขาพอใจอาการป่วยของเราจะหายเร็วขึ้น

       วิธีการให้บุญแก่เจ้ากรรมนายเวร ควรทำดังนี้ เป็นตัวอย่าง เช่น คนป่วยมะเร็งจุดไหน เมื่อส่งบุญให้คิดว่า "บุญนี้ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรที่ก่อให้เกิดการเจ็บป่วยตรว ....พวกเชื้อโรคมะเร็ง เมื่อไ้ด้รับบุญแล้วขอให้เจ้ามีชีวิตที่ดีขึ้น มีภพภูมิที่สูงขึ้น จงหลุดจากภาวะชีวิตชั้นต่ำเดี๋ยวนี้ เมื่อเราหายแล้ว เราจะทำบุญใ้ห้แก่พวกเจ้า ส่งชีวิตของพวกเจ้าให้สูงขึนเรื่อย ๆ พวกเจ้าจงเลิกจองเวรจองกรรมในเราเสียทีตั้งแต่นี้เราจะตั้งตนอยู่ในศีลในธรรม เลิกการเบียดเบียนเข่นฆ่าชีวิตสัตว์อื่น ขอส่งบุญทีเกิดจากการรักษาศีลแก่เจ้าด้วย"

     ผู้มีอาชีพเกี่ยวเนื่องกับการฆ่า หรือเบียดเบียนสัตว์อื่น เช่น เจ้าของโรงฆ่าสัตว์ คนขายเนื้อสัตว์ชาวประมง คนขายปลาสดตามตลาด เชือดไก่ขาย คนเหล่านี้ ต้องสร้างบาปกรรมทุกวัน ๆ จึงก่อความเคียดแค้น ชิงชังให้แก่สัตว์ที่ถูกฆ่าอยู่ทุกวี่ทุกวัน เขาก็พยายามจองล้างจองผลาญ แต่ในขณะที่บุญเก่าของผู้นั้นยังมีอยู่ เจ้ากรรมนายเวรก็ทำอะไรไม่ได้ แต่หากนายเวรได้ช่องทางเมื่อไร วิญญาณสัตว์ที่เคียดแค้นเหล่านั้น (นายเวร) จะตามมาทวงและให้ร้ายทันทีดังนั้น ต้องพยายามไถ่ถอนกรรมของตนด้วยการทำบุญแล้วอุทิศให้วิญญาณสัตว์ที่ตัวเองฆ่า ทำบ่อย ๆ ส่ง บ่อย ๆ เอาเนื้อสัตว์ที่เราขายนั้น ทำอาหารถวายพระหรือเลี้ยงผู้อื่น อธิษฐานว่า "บุญนี้ให้สัตว์ทั้งหลายที่เราได้ฆ่า หรือผู้อื่นฆ่าเพราะคำสั้งเรา เหล่าสัตว์เหล่าใดได้รับบุญแล้ว ขอให้มีแต่ความสุขความเจริญ มีชีิวิตวิญญาณที่ดีขึ้น จงหลุดพ้นจากกรรมเวรที่ตนเองสร้างไว้ จงมีภพภูมิที่สูงขึ้นไปเรื่อย ๆ จนกระทั้งเป็นเทวบุตรเทวดาในสรวงสวรรค์ เมื่อรับบุญแล้ว จงอโหสิกรรมให้เราด้วย  อย่าได้จองเวรกันและกันเลยเจ้าตายเพราะเรา แต่ก็มีชีวิตที่ดีขึ้นเพราะเรา ดีกว่า เจ้าตายเองหรือฝีมือผู้อื่น ซึ่งมีชีวิตทุกข์ทรมาน"

          การขับไล่ผี หรือ คุณไสยออกจากร่างผู้ป่วย เอาของให้ทานแก่ผู้ทรงศีล จะเป็นพระหรือฆราวาสก็ได้แล้วอุิทิศบุญเจาะจงถึงผีในร่างผุ้ป่วย ขอให้ได้รับบุญนี้เมื่อได้รับแล้วโปรดออกจากร่างผู้ป่วยเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่ยอมออก ก็ให้บ่อย ๆ ให้ิส่งของเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เงิน 5 บาท 10 บาท ให้กาแฟ 1 แก้ว โอวัลติน 1 แก้ว แล้วอุทิศได้ทั้งนัี้้น

          ในกรณีมีคุณไสยเข้าร่างผู้ป่วย ให้อธิษฐานดังนี้ "ด้วยอำนาจพระพุทธเจ้า ด้วยอำนาจพระธรรม ด้วยอำนาจพระสงฆ์ โปรดจงลบล้างอำนาจชั่วช้าต่ำทรามที่มีผู้ส่งเข้าผู้ป่วย ให้สูญสลายไป ณบัดนี้" ถ้าไม่หายให้ทำบ่อย ๆ เดี๋ยวอาการก็ดีขึ้นเอง โดยไม่ต้องไปทำพิธีอะไรอื่น หรือไม่ต้องไปจ้างหมอผีผู้มีวิทยาคมที่ไหนมาแก้ เพราะอำนาจของพระรัตนตรัยนั้น ยิ่งใหญ่เหนือทุกอย่างในสากลจักรวาล

           หลีกเลี่ยงการสวดมนต์เพื่อขับไล่วิญญาณบทสวดมนต์แต่ละบท มีอำนาจขับไล่และเบียดเบียนพวกวิญญาณชั้นต่ำในโลกทิพย์ ให้ได้รับความเดือนร้อนพระพุทธเจ้าทรงบัญญัติห้ามมิให้ภิกษุทำน้ำมนต์ขับไล่ฝีไว้ในพระวินัยบัญญัติ ดังนั้น เมื่อผู้ใดกล่าวสวดมนต์เพื่อเจริญพุทธานุสติ ธัมมานุสติ และสังฆานุสติ โปรดอย่าตั้งจิตเบียดเบียนภูตฝีปีศาจชั้นต่ำทั้งหลาย ให้ได้รับความเดือนร้อน เมื่อสวดมนต์ให้ตั้งจิตระลึกเสียก่อนว่า "ภูตฝีปีศาจชั้นต่ำทั้งหลาย บัดนี้เราจะกล่าวบทสวดมนต์ ใครชอบฟังเอาบุญกุศลก็ให้ตั้งใจฟังหากใครฟังแล้วทรมาณก็ให้หลีกหนีไปที่อื่น จนกว่าเราจะสวดมนต์เสร็จ แล้วจึงกลับมาเถิด เราไม่สวดเพื่อขับไล่ใคร แต่สวดเพื่อเจริญในพระพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ เท่านั้น"

          การนิมนต์พระมาทำพิธีขับไล่ภูตผีในบ้านนั้นไม่ถูกต้องโดยประกาทั้งปวง และควรงดเว้นให้เด็ดขาดเพราะวิญญาณนั้น เขาอยู่อาศัยที่นั้นมาก่อนเราอย่างสงบสุข บางตนก็เป็นญาติที่เราเคราพรักมาก่อน ตายแล้วมีบุญน้อย ก็เป็นภูตผีปีอาศัยอยู่ในบ้านนั้น ภูตฝีบางตนมีความทุกข์เดือดร้อน พยายามส่งกระแสความเดือดร้อนให้เรารู้สึก เพื่อจะได้ทำบุญส่งให้เขา แต่คนไม่เข้าใจคิดว่าเขาเบียดเบียนหลอกหลอน จึงนิมนต์พระมาสวดขับไล่ เมื่อเราไปทำพิธีขับไล่ เขายิ่งเืดือนร้อนแล้วพวกวิญญาณเหล่านั้นจะรวมหัวกันกลั่นแกล้งผู้คนในบ้านให้เดือนร้อนวุ่นวายกันมากขึ้น มีแต่เรื่องทะเลาะขัดแย้งกันเนื่อง ๆ สังเกตดู บ้านไหนที่มีคนถือวิชาอาคมสวดมนต์ไล่ผีบ่อย ๆ คนในบ้านจะหาความรักความสามัคคีกันไม่ได้เลย พ่อแม่ลูก สามีภรรยาทะเลาะขัดแย้ง จนฆ่ากันตายก็มี ต่อไปเมื่อมีเหตุเดือดร้อนควรทำบุญอุทิศให้พวกเขา เมื่อพวกเขาอยู่สุขสบายก็จะเลิกรบกวนเรา แล้วจะกลับเป็นเทวดาชั้นดีที่คอยปกป้องรักษาเราต่อไป

          หลีกเลี่ยงการติดผ้ายันต์กันภูตฝีในบ้าน หรือการพกพาเครื่องรางของขลังที่เบียดเบียนวิญญาณชั้นต่ำเพราะสิ่งเหล่านี้ กระทบกระเทือถึงนวิญญ าณชั้นต่ำให้ได้รับความเดือดร้อน และเคียดแค้นอันจะส่งผลให้เขาเป็นเจ้ากรรมนายเวร จองล้างจองผลาญเราไม่มีที่สิ้นสุดโดยที่เราไม่รู้ตัว บ้านเรือน เคหสถาน เป็นของที่มีอยู่ในโลกนี้ เป็นทั้งที่อยู่ของผู้มีชีวิตในโลกนี้ และในอีกมิติหนึ่งที่เรามองไม่เห็น ไม่ควรเห็นแก่ตัวว่าเป็นสมบัติของเราเพียงผู้เดียวควรร่วมกันอยู่อย่างสงบสุขพวกวิญญาณต้องอาศัยบุญกุศลถึงอยู่ได้ ถ้าได้รับบุญจากมนุษย์ผู้อาศัยอยู่ในผืนแผ่นดินเดียวกัน เขาย่อมพึงพอใจ และจะรักษามนุษย์ให้มีความสุขความเจริญแม้พระพุทธเจ้าก็ตรัสสอนไว้ใน เทวตาทิสสทักขิณานุโมทนาคาถา ว่า

     ยัสมิง ปะเทเส กัปเปติ  วาสัง ปัณฑิตะชาติโย

     สีละวันเตตถะ โภเชตวา  สัญญะเต  พรัหมะจาริโน

     ยา ตัตถะ  เทวะตา อาสุง   ตาสัง ทักขิณะมาิทิเส

     ตา ปูชิตา  ปูชะยันติ  มานิตา  มานะยันติ  นัง

    ตะโต  นังอะนุกัมปันติ  มาตา  ปุตตัง  วะโอระสัง

     เทวะตานุกัมปิโต โปโส  สะทา ภัทรานิ  ปัสสะติฯ

          แปลว่า ผู้ฉลาดชาติบัณฑิต  เมื่ออาศัยอยู่ในสถานที่ใด ย่อมเชื้อเชิญท่านผู้ทรงศีล สำรวมแล้ว ประพฤติพรหมจรรย์ เข้าไปเลี้ยงดูในสถานที่นั้น แล้วอุทิศบุญให้แก่เทวดาผู้อาศัย  ณ  ที่นั้น  เทวดาเหล่านั้น  เมื่อได้  รับการบูชาแล้ว ย่อมบูชาตอบเขา ได้รับการนับถือแล้วย่อมนับถือตอบเขา จากนั้น ย่อมอนุเคราะห์ช่วยเหลือเขาเหมือนมารดาอนุเคราะห์ช่วยเหลือบุตรซึ่งเกิดจากอก ฉะนั้น บุคคลผู้ได้รับการอนุเคราะห์ช่วยเหลือจากเทวดาแล้ว ย่อมประสบความเจริญรุ่งเรืองอยู่เป็นนิตย์ ฯ