<p></p>

เดือนมกราคมปี 2549 (ค.ศ. 2006) เป็นปีที่คนรุ่นเบบี้บูม (baby boomers) ที่เกิดในวันที่ 1 มกราคม 2489 มีอายุครบเกษียณ 60 ปี ช่วงเบบี้บูมเป็นช่วงที่มีคนเกิดกันมาก

</font></strong><p>คนรุ่นเบบี้บูมในสหรัฐอเมริกามีประมาณ 77 ล้านคน เกิดในช่วงปี 2489-2507 (ค.ศ. 1946-1964) </p> <p>เมื่อคนรุ่นนี้อายุครบ 60 ปีจึงเกิดปัญหาใหญ่ในประเทศตะวันตกทั้งสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และยุโรปได้แก่ การเกิดสังคมที่มีสัดส่วนของคนหลังเกษียณ(คนสูงอายุ)มาก </p>

คนเหล่านี้ส่วนหนึ่งชอบท่องเที่ยว การท่องเที่ยวจึงต้องปรับตัวเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวสูงอายุ ซึ่งมักต้องการการท่องเที่ยวที่ไม่โลดโผนเกินไปนัก ต้องการชมศิลปวัฒนธรรม การเอาอกเอาใจมากกว่าคนวัยอื่นๆ

คนเหล่านี้ต้องการการดูแลสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการส่งเสริมสุขภาพ ทำให้เกิดธุรกิจอาหารส่งเสริมสุขภาพ ธุรกิจออกกำลังกาย การดูแลโรคเรื้อรัง ผู้ช่วยพยาบาล และแม่บ้านจำนวนมาก โดยเฉพาะเมื่อคนรุ่นเก่า(เบบี้บูมเม่อร์)กำลังจะเกษียณออกไปจำนวนมาก

เครดิต ซุยส์ เฟิร์สท์ บอสตันรายงานว่า ผู้หญิงสหรัฐอเมริกามีอายุขัยเฉลี่ย 82.6 ปี ผู้ชายมีอายุขัยเฉลี่ย 78.1 ปี ผู้หญิงมีอายุขัยเฉลี่ยมากกว่าผู้ชายประมาณ 4 ปี

</font>ผู้หญิงสหรัฐฯ ทำงานหนักมากขึ้น สูบบุหรี่มากขึ้น เครียดมากขึ้น จึงเป็นโรคหัวใจขาดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งเพิ่มขึ้น <p>แนวโน้มอายุขัยเฉลี่ยของผู้ชายในสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นมากกว่าผู้หญิง ช่วง 22 ปีที่ผ่านมา...อายุขัยเฉลี่ยผู้ชายเพิ่มขึ้น 3.7 % ผู้หญิงเพิ่มขึ้น 1.7 % ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา...อายุขัยเฉลี่ยผู้ชายเพิ่มขึ้น 2 % ผู้หญิงเพิ่มขึ้น 1 %</p>

ช่วงหลังผู้ชายตายจากแอลกอฮอล์ ยาเสพติด ปืน(ฆ่ากัน) เอดส์ลดลง การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดได้แก่ ผู้ชายสหรัฐฯ เป็นโรคหัวใจน้อยลง เป็นมะเร็งน้อยลง

ดร.ไมเคิล ตัน นักวิจัยสาขาระบาดวิทยาจากสมาคมมะเร็งอเมริกันกล่าวว่า ผู้ชายสหรัฐฯ สูบบุหรี่น้อยลงมา 25 ปี มะเร็งปอดในผู้ชายลดลงตั้งแต่ปี 2533 การไม่สูบบุหรี่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ชายสหรัฐฯ อายุยืนขึ้น

ขอแนะนำ                                                                     

    แหล่งที่มา:                                      

  • Thank > Ed Leefeldt. Men catching up to women in life expectancy: study. > http://go.reuters.com/newsArticle.jhtml?type=healthNews&storyID=10648255&pageNumber=0 > December 22, 2005.
  • Thank > E-newsletter from the resource center. Corporation for national & community service (USA). Vol. 3, No. 9. December 2005. > December 23, 2005.
  • บล็อก "บ้านสุขภาพ" และการอ้างอิงมีไว้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่เพื่อรักษาโรค > ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำไปใช้
  • ขอขอบพระคุณ > โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี + อาจารย์เทวินทร์ อุปนันท์ IT
  • ขอขอบพระคุณ > ศูนย์มะเร็งลำปาง + อาจารย์ณรงค์ ม่วงตานี IT
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > ๒๒ ธันวาคม ๒๕๔๘

</font>