ความโกรธเป็นสิ่งที่เกิดกับคนทุกคน เราเคยโกรธ เคยเห็นคนอื่นโกรธ และรู้ว่ามันไม่ดี แต่เราไม่ยักรู้ว่า เวลาเราโกรธแล้ว เราน่าเกลียดน่ากลัวเพียงใด ถ้าเรานำเอาคำพูด และการกระทำที่เราได้แสดงออกไปในช่วงที่เราโกรธมาฟังอีกครั้งและดูอีกหน เราคงแทบจะทนตัวเองไม่ได้ ไม่นึกว่าสิ่งที่เราพูดและทำลงไปเมื่อเราขาดสตินั้นออกมาจากตัวเราได้อย่างไร
อารมณ์โกรธเป็นอารมณ์ที่เกิดบ่อยครั้งที่สุดในครอบครัว และยังเป็นอารมณ์ที่อันตรายต่อชีวิตสมรสและความสัมพันธ์ที่ดีของสมาชิกทุกคนในครอบครัว แต่ทั้งๆที่รู้ เราก็ยังโกรธ ทำไมเราจึงโกรธ หลายคนก็อาจจะตอบแบบเดียวกันนั่นคือ โกรธเพราะมีสิ่งมายั่วโทสะ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีใครในโลกเลยที่จะทำให้เราโกรธได้ ถ้าหากเราจะไม่คิดและแปลสถานการณ์ไปในทางเลวร้าย พูดง่ายๆ ก็คือ เราเองต่างหากเป็นผู้กำหนดว่าเราจะโกรธหรือไม่โกรธใครหรืออะไร สมมุติว่า มีคนมายืนด่าว่าเราเสียๆ หาย ๆ เราอาจโกรธเขา แต่ถ้าเราคิดว่าเขาสติไม่ดี เขาไม่รู้ว่าพูดอะไรออกไป ความโกรธของเรา ก็ดูจะหายไปหมด นั่นเพราะเราแปลความหมายในทางดี จิตใจเราก็ไม่หงุดหงิด ตัวเราคือผู้รับผิดชอบต่ออารมณ์ของเรา ว่าจะโกรธหรือไม่โกรธ ความนึกคิดที่นำไปสู่ความโกรธที่รุนแรง
การคิดที่ไม่สมเหตุผล 4 ประการที่ควรหลีกเลี่ยง คือ
1. ขยายเรื่องราวที่ได้ยินได้ฟังมา บางครั้งเรื่องเล็กๆบางเรื่องหากเจ้าของนำมาคิดซ้ำซากหมกมุ่นอยู่ตลอดเวลา มันจะค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นทุกที จนในที่สุดกลายเป็นเรื่องคอขาดบาดตายจริงๆ การคิดไปเอง คิดซ้ำซาก นอกจากจะเพิ่มระดับความโกรธแล้ว ยังเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นตามจำนวนรอบที่คิดอีกด้วย
2. ด่วนสรุปเกินความจริง3
. ทำตัวเป็นนักอ่านใจคนอื่น คนช่างโกรธ มักชอบอ่านใจคนอื่นในทางผิดพลาดเสมอ
4. ใช้อารมณ์มาตัดสิน คนโกรธจะมีแต่อารมณ์ที่ขาดเหตุผล คิดเอาเองนึกเอาเอง เหมาเอาเอง และที่ร้ายที่สุด คือ เชื่อว่าสิ่งที่ตนคิดนั้นถูกต้องเสมอ
ถ้าเราหลีกเลี่ยงความคิดที่ไม่สมเหตุผล 4 ประการที่กล่าวมา เราคงจะโกรธกับใครหรืออะไรยากขึ้นเมื่อทราบแล้ว เราก็จะได้เตือนตัวเอง และเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ เพราะการคิดในด้านลบ ทั้ง 4 ข้อนี้ นอกจากจะเผาตัวเองแล้วความรุนแรงอาจจะเผาคนรอบด้านให้มอดไหม้เป็นจุลไปด้วยในเวลาเดียวกัน
เรามิได้เกิดมา เพื่อมีชีวิตที่หมกมุ่นอยู่กับความคิดที่ทำให้เราโกรธ อย่าพยายามหาทุกข์ใส่ชีวิต เพราะมันไม่จำเป็นเลยแม้แต่น้อย