กรมการค้าภายในจี้ผู้ผลิต นำเข้ายา แจ้งต้นทุนจำหน่าย สุ่มจาก 200 ตัวยา ก่อนส่งทีมออกตรวจ จับผิดขายแพง ร่อนหนังสือถึง 500 ผู้ผลิต-นำเข้าแจงต้นทุน  ขีดเส้น  15  วัน  ระบุหากต้องการปรับราคา       ให้แจ้งล่วงหน้า  15  วันเช่นกัน  "ศิริพล"  ผงะ!  รพ.เอกชนโขกกำไรค่ายา   200%   แฉราคายาต่างจากโรงพยาบาลของรัฐถึง 194%   ขู่งัดกฎหมายเล่นงาน วอนสาธารณสุขกำหนดเกณฑ์มาตรฐานค่าตรวจรักษา นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการหารือกับสมาคมโรงพยาบาลเอกชน และผู้แทนภาคอุตสาหกรรมยา ว่า กรมได้ขอความร่วมมือโรงพยาบาลเอกชนให้ร่วมกันดูแลใน 2 ส่วน คือ เรื่องราคายา และเรื่องการดูแลการรักษาพยาบาล โดยในเรื่องราคายา กรมจะทำหนังสือถึงผู้ผลิต ผู้นำเข้ายา ให้แจ้งราคายาที่ขายให้กับร้านค้าทั่วไป   คลินิก   โรงพยาบาลรัฐและเอกชน  เพื่อนำมาจัดทำเป็นฐานข้อมูลราคายา โดยจะคัดเลือกรายการยาที่จำเป็นในเบื้องต้น   200   รายการ  ทั้งจากยาในบัญชีทั่วไปที่มี 12,000  รายการ  และยาจากบัญชีหลัก  882  ราย เนื่องจากเห็นว่าเป็นยาที่มีความจำเป็นต่อการครองชีพ มีการใช้มาก และมีราคาแพง "จะเลือกยาที่จำเป็นจริง ๆ  ประมาณ  200 รายการออกมาก่อน แล้วขอให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า แจ้งราคาจำหน่าย  มาให้กรม ซึ่งจะเก็บเป็นฐานข้อมูลไว้  จากนั้นจะไปสุ่มตรวจตามสถานที่ต่าง ๆ ทั้งร้านขายยา คลินิก โรงพยาบาลรัฐและเอกชน  จะทำให้รู้ว่าใครขายยาแพง และแพงกว่าต้นทุนแค่ไหน" นายศิริพลกล่าว ทั้งนี้  กรมจะมีหนังสือถึงผู้ผลิตประมาณ 100 ราย และผู้นำเข้าประมาณ 400 ราย โดยในจำนวนนี้    เป็นผู้ผลิตและผู้นำเข้ารายใหญ่ประมาณ  30-40  รายในสัปดาห์หน้า และให้เวลา 15 วันในการแจ้งข้อมูลต้นทุนราคายา พร้อมกับขอความร่วมมือให้แจ้งราคาก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงราคายาภายใน 15  วันด้วย ซึ่งหากไม่ให้ความร่วมมือ มีโทษตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ  พ.ศ. 2542 จำคุก 5 ปี ปรับ 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  "จากข้อมูลที่กรมมีอยู่ โรงพยาบาลเอกชนบางแห่งมีกำไรจากราคายา 30-200% ขณะที่โรงพยาบาลของรัฐ  หรือร้านขายยาทั่วไปมีกำไรแค่ 15-30%  ส่วนค่าตรวจรักษาพยาบาลพบว่า โรงพยาบาลเอกชนมีการปรับเพิ่มราคาจากปี 2545 สูงถึง 66%  ขณะที่โรงพยาบาลของรัฐเพิ่มขึ้นแค่ 11% และเมื่อเทียบอัตรา      ค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชนกับรัฐ แตกต่างกันถึง 194%  ซึ่งหากมีการเข้าไปดูแลแล้วสถานการณ์ไม่ดีขึ้น คงต้องบังคับใช้กฎหมายต่อไป" นายศิริพลกล่าว ส่วนการดูแลค่ารักษาพยาบาล   กรมจะขอความร่วมมือไปยังกระทรวงสาธารณสุขให้เข้ามาช่วยดูแล  โดยขอให้มีเกณฑ์มาตรฐานในการคิดค่ารักษาพยาบาลประเภทต่าง ๆ ในฐานะที่เป็นผู้ควบคุมดูแลโดยตรง และมีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้มีอัตราค่าบริการมาตรฐาน พร้อมทั้งขอความร่วมมือไปยังสมาคมให้แจ้งข้อมูลแก่สมาชิก ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงกับผู้ที่มาใช้บริการ ไม่ใช่เข้ามารับบริการแล้ว ค่าใช้จ่ายแตกต่างจากที่แจ้งไว้ในตอนแรก ซึ่ง  ไม่เป็นธรรมกับผู้ใช้บริการ  สำหรับตลาดยาในไทย ปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ 57,000 ล้านบาท และค่าตรวจรักษาพยาบาล ซึ่งประกอบด้วย ค่าตรวจวินิจฉัยโรค ค่าเอกซเรย์ ค่าห้อง ค่าบริการอื่น ๆ มีมูลค่าประมาณ 140,000 ล้านบาท ไทยโพสต์  แนวหน้า  โพสต์ทูเดย์   สยามรัฐ  ไทยรัฐ  เดลินิวส์  15  มิ.ย.  50