แต่ถ้าดื่มเป็นประจำในปริมาณมาก ๆติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆจะทำให้เกิด ผลเสียตามมาอย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt 0.5in; text-indent: -0.5in; text-align: justify" class="MsoNormal">ผลของแอลกอฮอล์</p>
ผลต่อสมอง จะกดประสาท ทำให้สมองทำงานช้าลง ตัดสินใจช้า ความคิดสับสน ความจำเสื่อม การทรงตัวไม่ดี ชาตามมือตามเท้า ถ้าดื่มอย่างรวดเร็วในปริมาณมาก ๆ จะทำให้หมดสติ และหยุดหายใจ เป็นเหตุให้เสียชีวิตได้ สตรีมีครรภ์ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำอาจจะทำให้ทารกปัญญาอ่อน ใบหน้าผิดปกติ หัวใจผิดปกติด้วย
ผลต่อร่างกาย ทำให้ตับอักเสบ ตับแข็ง ตับอ่อนอักเสบ กระเพาะอาหารอักเสบ เป็นแผลในกระเพาะอาหาร มะเร็งทางเดินอาหารและลำไส้ โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูงปอดบวม กล้ามเนื้ออักเสบ กระดูกสันหลังพรุน โรคเก๊าท์ เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ เป็นต้น
ผลต่อการงาน ครอบครัวและสังคม ดื่มมากทำให้เสียงาน นายจ้างตำหนิ เพื่อนร่วมงานรังเกียจ ถูกลงโทษ ถูกไล่ออก ทำให้ตกงานได้ ทำให้เงินไม่พอใช้ เป็นหนี้ เกิดการทะเลาะวิวาทในครอบครัว เด็กขาดความอบอุ่น อาจถูกจับดำเนินคดีด้วยข้อหาเมาแล้วขับ เมาแล้วเอะอะอาละวาด ก่อความเดือนร้อนรำคาญให้ผู้อื่น เป็นที่รังเกียจของชุมชนและสังคม เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีของเด็กและวัยรุ่นที่จะเป็นอนาคตของชาติด้วย
</span><p>ดื่มแค่ไหนจึงไม่เป็นอันตราย </p>
สำหรับผู้ชายØ ไม่ดื่มมากกว่า 4 ดื่มมาตรฐานต่อวันØ ไม่ดื่มเลยสัปดาห์ละ 2 วันØ ไม่ดื่มมากว่า 6 ดื่มมาตรฐานในวันเดียว สำหรับผู้หญิงØ ไม่ดื่มมากกว่า 2 ดื่มมาตรฐานต่อวันØ ไม่ดื่มเลยสัปดาห์ละ 2 วันØ ไม่ดื่มมากว่า 4 ดื่มมาตรฐานในวันเดียวทั้งนี้ ต้องไม่ดื่มเลย ถ้าต้องขับรถ ขับเรือ ว่ายน้ำ หาปลา หรือทำงานกับเครื่องจักร
ดื่มมาตรฐานคืออะไร
1. ดื่มมาตรฐาน หมายถึง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ชนิดใดก็ได้ที่มีแอลกอฮอล์ประมาณ 10 กรัม ได้แก่Ø เบียร์โดยทั่วไป 1 แก้ว (285 ม.ล.)Ø ไวน์โดยทั่วไป 1 แก้วเล็ก (100 ม.ล.)Ø เหล้า เช่น แม่โขง แสงโสม หงส์ทอง รีเจนซี่ ซีวาสรีกัลป์ จอห์นนี่วอล์กเกอร์ 100 ไพเพอร์ส ฯลฯ 1 แก้ว(30 ม.ล.)
บันได 6 ขั้น เพื่อการดื่มให้น้อยลง
ถ้าคุณดื่มมากกว่าที่กำหนด และอยากจะลดปริมาณการดื่มลงเพื่อไม่ก่อให้เกิดอันตราย บันได 6 ขั้นต่อไปนี้จะช่วยคุณได้
ขั้นที่ 1 หาเหตุผลที่จะดื่มให้น้อยลง พิจารณาดูว่า ถ้าคุณดื่มให้น้อยลงแล้วจะเกิดผลดีอะไรขึ้นกับคุณบ้าง เช่นØ คุณจะมีเวลามากขึ้นเพื่อทำสิ่งต่าง ๆ ที่เคยอยากทำมานานแล้วØ คุณจะประหยัดเงินได้มากและนำเงินก้อนนี้มาใช้ซื้อหาสิ่งที่คุณต้องการØ คุณจะมีความสุขมากขึ้น
คุณจะแข็งแรงขึ้นกว่าเดิม
Ø คุณจะแข็งแรงขึ้นกว่าเดิมØ ครอบครัวจะได้ไม่ต้องมีเรื่องทะเลาะกันØ คุณจะได้ไม่เสี่ยงต่อโรคร้ายต่าง ๆ เช่น โรคตับแข็ง โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ความจำเสื่อม เป็นต้นØ บุตรหลานจะได้ไม่เป็นนักดื่มเหมือนคุณØ ฯลฯขั้นตอนที่ 2 วางเป้าหมายการดื่ม หลังจากที่หาเหตุผลดี ๆ เพื่อให้น้อยลงได้แล้ว ให้คุณกำหนดว่าคุณจะเริ่มต้นเมื่อใด จะดื่มวันละกี่ดื่ม จะไม่ดื่มในวันใดบ้างและแต่ละสัปดาห์จะดื่มทั้งหมดกี่ดื่ม เมื่อกำหนดเป้าหมายได้แล้ว ให้คุณจดบันทึกการดื่มของคุณติดต่อกัน 4 สัปดาห์ เพื่อดูว่าคุณสามารถควบคุมการดื่มให้เป็นไปตามที่ตั้งใจไว้หรือไม่ ตัวอย่างแบบบันทึกการดื่ม <table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" class="MsoTableGrid" style="margin: auto auto auto 41.4pt; border-collapse: collapse; border: medium none"><tbody>
สัปดาห์ที่ 1
วันจันทร์
วันอังคาร
วันพุธ
วันพฤหัสฯ
วันศุกร์
วันเสาร์
วันอาทิตย์
2
1
2
1
1
1
2
0
1
2
3
2
5
6
</tbody></table>
ขั้นที่ 3 ทำความรู้จักกับสถานการณ์เสี่ยง หลังจากลองจดบันทึกการดื่มสัก 1-2 สัปดาห์แล้ว คุณจะเริ่มเห็นว่าในบางสถานการณ์จะเป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับคุณที่จะควบคุมการดื่มให้อยู่ในกำหนดที่ตั้งไว้ คุณควรบอกให้ได้ว่า สถานการณ์เหล่านั้นมีอะไรบ้าง เช่นØ หลังเลิกงานØ เมื่อเงินเดือนออกØ เมื่อต้องไปงานเลี้ยง งานพบปะสังสรรค์Ø เมื่อถูกชักชวนจากคนสนิทØ เมื่อดีใจและอยากฉลองในโอกาสพิเศษต่าง ๆØ เมื่อไปเที่ยวสถานเริงรมย์Ø เมื่อเหน็ดเหนื่อยและอยากผ่อนคลายØ เมื่อกำลังเพลิดเพลินกับการดูโทรทัศน์Ø เมื่อเกิดความรู้สึกโกรธ เหงา หรือเศร้าØ ฯลฯ
ขั้นตอนที่ 4 จัดการทำสถานการณ์เสี่ยง
เมื่อคุณรู้ดีแล้วว่าอะไรเป็นสถานการณ์เสี่ยงที่ทำให้คุณควบคุมการดื่มของตนเองไม่ได้ คราวนี้ถึงเวลาที่จะต้องหาทางจัดการกับสถานการณ์เหล่านั้นให้ได้ตัวอย่างวิธีการจัดการกับ<p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt 0.5in; text-indent: -0.5in; text-align: justify" class="MsoNormal">สถานการณ์เสี่ยง ได้แก่</p>
Ø หากิจกรรมทำหลังเลิกงาน เช่น ไปออกกำลังกาย เล่นกีฬา หรือทำงานอดิเรก เป็นต้น Ø ไม่เก็บเงินมาก ๆ ไว้กับตัว Ø หลีกเลี่ยงที่จะพบหน้าเพื่อนที่ดื่มจัด Ø หาวิธีฉลองแบบใหม่ ๆ เช่น ไปทำบุญ พาครอบครัวไปรับประทานอาหารนอกบ้าน เป็นต้น Ø ทำตัวให้ยุ่งอยู่เสมอ จะได้ไม่คิดถึงการดื่ม Ø เปลี่ยนไปดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ต่ำกว่าเดิมØ ผสมเครื่องดื่มให้เจือจางด้วยโซดา หรือน้ำแข็ง
Ø ฝึกการปฏิเสธเมื่อถูกชวนให้ดื่ม เช่น บอกว่า “หมอสั่งไม่ให้ดื่มมาก”Ø ฯลฯ
ขั้นตอนที่ 5 หาที่พึ่ง การจัดการสถานการณ์เสี่ยงที่จะง่ายขึ้นถ้าคุณมีใครสักคนเป็นที่พึ่ง เช่น สามีภรรยา แฟน หรือเพื่อนที่กำลังคิดจะดื่มให้น้อยลงเหมือนคุณ เป็นต้น คนที่จะเป็นที่พึ่งให้คุณได้ดี ควรเป็นคนที่คุณไว้วางใจเข้าถึงได้ง่าย มีความจริงใจกับคุณ สามารถเป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำแก่คุณได้ และพร้อมเสมอที่จะช่วยเหลือเมื่อคุณต้องการ ถ้าคุณกำลังมีปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการดื่ม แพทย์ พยาบาลหรือผู้ให้บริการปรึกษา จะเป็นที่พึ่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณอย่าอาย ที่จะไปขอความช่วยเหลือจากผู้เชียวชาญ มืออาชีพเหล่านี้ เพราะจะช่วยคุณได้อย่างแน่นอน
ขั้นตอนที่ 6 ยึดเป้าหมายไว้ให้ได้ ขอให้คุณพยายามจดบันทึกการดื่มของคุณต่อไปเรื่อยๆ เพื่อคอยตรวจสอบว่าคุณสามารถดื่มให้น้อยกว่าเดิมได้หรือยัง ถ้าคุณมีความตั้งใจจริง คุณจะต้องทำได้อย่างแน่นอนและตัวเลขจากการบันทึกจะบอกคุณได้เองว่าการดื่มของคุณได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมแล้ว แม้การเปลี่ยนแปลงจะยังไม่มากอย่างที่คุณตั้งใจไว้แต่ก็นับว่าคุณได้ก้าวหน้าไปมากแล้ว ถ้านับจากช่วงเวลาก่อนที่คุณจะตั้งใจที่จะดื่มให้น้อยลง <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt 1.25in; text-indent: -0.25in; text-align: justify; tab-stops: list 1.25in" class="MsoNormal"> คุณควรหากิจกรรมต่าง ๆ ทำให้เพลิดเพลินอยู่เสมอจะได้ไม่คิดถึงเรื่องดื่ม และการได้พูดคุยปรึกษาหารือกับ “ที่พึ่ง” ของคุณบ่อย ๆ จะช่วยให้คุณมี</p>
กำลังใจ และมีมานะพยายามที่จะเอาชนะสถานการณ์เสี่ยงของคุณมากขึ้นด้วย
ทำอย่างไร ถ้ายังดื่มให้น้อยลงไม่ได้ ถ้าคุณพบว่า คุณยังดื่มมากเกินกว่าที่ตั้งใจไว้ก็อย่าเพิ่งท้อแท้ หรือคิดว่าคุณล้มเหลว แต่ให้คุณพยายามคิดหาเหตุผลว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้นและจะหาทางแก้ไขอย่างไรจึงจะได้ผลโดยอาจปรึกษา “ที่พึ่ง” ของคุณก็ได้ นอกจากนี้ อย่าไปให้ความสำคัญกับวันที่คุณดื่มมากเกินไป แต่จงจดจำวันที่คุณสามารถดื่มให้น้อยลงได้สำเร็จ เพราะมันจะช่วยให้คุณมีกำลังใจมากขึ้น <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt 0.5in; text-align: justify" class="MsoNormal"> จงพยายามต่อไป ทีละวัน ทีละวัน เท่านั้นก็พอ แล้วทุกอย่างจะค่อย ๆ ง่ายขึ้นเองแต่ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือมากกว่านี้ ก็อย่ารีรอที่จะไปพบแพทย์ หรือผู้ให้บริการปรึกษาที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านคุณต่อไป</p></span> </span></span> <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0in 0in 0pt 0.5in; text-indent: -0.5in; text-align: justify" class="MsoNormal"> </p></span>