<p align="justify"></p>
(ดูงานบริหารท้องถิ่น อบต.)
วันนี้จัดให้ชาวค่ายฯออกไปสัมผัสกับชีวิตจริงในชนบท จุดแรกให้ไปศึกษาการทำงานขององค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น เพื่อเรียนรู้การกระจายอำนาจและความรับผิดชอบลงสู่ตำบล หลังจากนั้นไปดูกลุ่มอาชีพต่างๆ เช่น งานจักสาน ทำตุ๊กตา เลี้ยงปลาในกระชัง และปลูกผัก รับประทานอาหารกลางวันในพื้นที่ ที่พิเศษคือให้แวะดูบ้านเขยฝรั่ง ที่ส่วนใหญ่สร้างแข่งกันใหญ่โต บังเอิญว่าวิศวกรชาวค่ายชุดนี้เป็นมือผลิตสินค้าก่อสร้างหลายประเภทเช่น กลุ่มสุขภัณฑ์ กลุ่มกระเบื้องมุงหลังคา กลุ่มกระเบื้องปูพื้น กลุ่มฉนวนป้องกันความร้อน ฯลฯ เพื่อให้ไปเห็นกับตาว่า..สินค้าที่ตนเองผลิตนั้นมีอยู่กี่เปอร์เซ็นต์ในบ้านหลังโตเหล่านั้น
</span><p align="center">
</p><p align="center">(ทำอาหาร เตรียมประกวดอาหาร แล้วก็ชิมอาหารให้คะแนน) </p><p align="justify">ช่วงบ่ายแต่ละกลุ่มแบ่งกันทำอาหารคนละ2ชนิด ปรากฏว่าพ่อครัวหัวป่าก์ฝีมือไม่เบา เราจัดประกวดอาหารด้วยนะครับ ผลปรากฏว่าน้ำพริกพลังหนุ่มนอกจากจะนำเสนอได้ดีแล้ว รสชาติซูดซาดถึงใจ ได้รับคะแนนชนะเลิศจากเมนูอาหารชื่อแปลกๆเช่น </p><p>กลุ่ม 1• น้ำพริกพลังหนุ่ม จานผักพลังสาว</p><p>กลุ่ม 2• ข้าวปุ้นพระจันทร์เหมันต์ ลูกชิ้นลวกจิ้ม</p><p>กลุ่ม 3• ต้มยำราชา ปลาทอดราชินี</p><p>กลุ่ม 4• มัจฉาทรงน้ำ ต้มแซบลืมฝัน </p><p align="center">
</p><p align="justify">ช่วงกลางคืนที่ละกลุ่มออกมาสะท้อนมุมมอง เท่าที่แอบฟังก็เห็นว่าวิศวกรทางสังคม มองเห็นจุดดีที่ซ่อนอยู่ในชุมชนชนบท เช่น ความเอื้ออารีเอื้ออาทร ความอ่อนน้อมถ่อมตน ความเป็นกันเองของวัฒนธรรมอีสาน ทุกคนพูดเสียงเดียวกันว่าหนุ่มสาวหายไปไหน ในหมู่บ้านมีแต่คนแก่และเด็กๆ คนที่หายไปส่วนหนึ่งก็คงจะเข้าโรงงาน หางานทำในกรุงเทพ สิ่งเหล่านี้เกิดจากการรวมศูนย์ทุกอย่างไว้ในกรุง ทุกอย่างจึงไปอัดแน่น รถติด คนติดกันเป็นตังเม อยู่กันแออัดยังกะหนอน มันจึงเป็นความเจริญที่กระเสือกกระสนเต็มที อะไรๆดูมันผิดตัวผิดฝาไปเสียหมด เท่านี้ยังไม่พอ ตอนนี้มีคนพยายามชวนคนแก่ที่อยู่เฝ้าบ้านเหล่านี้ เดินทางเข้าไปเย้วๆในกรุงเทพเป็นครั้งเป็นคราว เปลี่ยนชื่อเรียกชาวบ้านใหม่ว่าม๊อบ!! แทนที่จะแก้ปัญหาด้วยสมอง ก็หันมาใช้อวัยวะเบื้องล่างที่เรียกภาษาชาวบ้านว่าเท้า!</p><p align="justify">แม้แต่การศึกษาก็สอนคนให้ทิ้งถิ่น ไม่มีชุดวิชาความรู้ที่จะอยู่ในท้องถิ่น เป็นขนมผสมน้ำยา ที่หาทางแก้ไขยังไม่ได้ เว้นแต่ข่าวโลกร้อนเป็นความจริง ตามที่มีผู้ทำนายว่าน้ำจะท่วมกรุงเทพภายใน15ปีข้างหน้า ตอนนี้ถนนหลายสายก็เริ่มทรุด บันไดเดินเข้าห้างสรรพสินค้าบางแห่งต้องทำเพิ่มทีละขั้นสองขั้นแล้ว ถ้าเป็นอย่างนี้ก็มีแนวโน้มว่า เตรียมซื้อเรือแทนรถยนต์ได้แล้วนะตัวเอง </p><p align="justify">เช้านี้แต่ละกลุ่มนำเสนอมุมมองเรื่องสถาบันหลักทั้ง3 ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ที่กำลังสั่นคลอนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ถ้าเราชำเลืองดูประเทศรอบข้าง หลังจากหมดยุคสงครามเขาก็ก้มหน้าทำมาหากิน จะมีก็แต่ไทยแลนด์นี่แหละที่กำลังลากไส้ให้กากิน แผ่นดินร้อนระอุไปด้วยลมปากและแรงยุกันเอง ไม่มีใครเอาประเทศไทยเป็นตัวตั้ง มีแต่แย่งผลประโยชน์ของชาติบ้านเมือง ไม่แน่นะต๋อย อาจจะมีวันที่ต้องไปร้องเพลงชาติไทยให้คนชาติอื่นฟังทั้งน้ำหูน้ำตาก็ได้ ทำเป็นเล่นไปเถอะ พ่อมหาจำเริญทั้งหลาย</p>
สวัสดีครับ
ครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์
มาขออนุญาติท่านครับ มาตัดข้อความดีๆไปรวมในรวมตะกอนครับ ขอบคุณมากครับ http://gotoknow.org/blog/mrschuai/102160
เรียน ครูบาฯ ที่เคารพ
วันนี้อ่านแล้วเศร้าใจจังครับ คิดตามจากบทความตอนท้ายแล้วใจหายบอกไม่ถูก เหมือนจะสูญเสียอะไรบางอย่างไปครับ (คงเป็นขวัญและกำลังใจกระมัง) ขอให้ทุกอย่างคลี่คลายไปในทางที่ดีเถิด (น้ำตาจะไหล)
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับครูบาฯ
เรามันพวกมวยวัด มวยภูธร ต่อยสะเปะสะปะไปเรื่อยละครับอาจารย์ วิชาการก็ไม่เป็นกับเขา เป(นแต่วิชาเกิน แถมยังขาดๆเกินๆเสียอีก
อ้าว! ทีวีช่องไหนนี่ ช่างวิเศษขนาดนั้น แพร่ภาพคนแก่ออกมาเป็นคนหนุ่มได้
ไม่ได้ชมเลยนะออต เขาไม่โทรมาบอก