8-10 มิ.ย. 50
ช่วงปลายสัปดาห์นี้ ดิฉันไปงานโอดีที่ ทางสถาบันจัดที่โรงแรมทิพย์วิมานชะอำ ผู้ไปอบรมเป็นหัวหน้างานโดยเชิญอาจารย์สิรินภาและอาจารย์สำเนียงวิทยากรจากมหาวิทยาลัย เกษตรที่ดิฉันเคยอบรมในช่วงเรียนบริหารที่ รามาธิบดี
ดิฉันไปร่วมได้ในวันที่สองของการอบรมเพราะต้องไปงานแต่งลูกสาวเพื่อนสนิทคือหมอรัชนี โอเจริญผู้อำนายการศูนย์บริจาคโลหิตของสภากาชาดไทย
ดิฉันได้เห็นกิจกรรมของการสอนการทำงานเป็นทีมคือเกมรถไฟที่พวกเราเล่นมาหลายครั้งซึ่งเล่นทีไรก็สนุกทุกครั้ง
อาจารย์อ่านความเห็นของผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีต่อผู้บังคับบัญชา น้องๆส่วนใหญ่ก็จะร้องเรื่อง ความยุติธรรม การไม่ให้กำลังใจ การแย่งงานลูกน้อง การที่มีนโยบายไม่แน่นอน อัตรากำลังน้อย
ตอนจบดิฉันได้ขอบคุณอาจารย์และขอให้พวกเราที่ได้ความรู้จากอาจารย์ที่สอนให้รู้จักการทำงานเป็นทีม มีการแบ่งปันทรัพยากร การสื่อสาร และความรู้ทุกอย่างที่เป็นหลักของการทำงานไปใช้ในการทำงานจริง
ในความเป็นจริงในการทำงานจะไม่สนุกเหมือนการเล่นเกมที่มีแต่ความสนุกสนาน แต่การทำงานจริงมีแต่ความต้องการของผู้ป่วยที่เราต้องตอบสนอง ความเหน็ดเหนื่อยที่เราบอกใครไม่ได้ในระหว่างทำงาน คนไข้บางคนที่บางคนก็พูดรู้เรื่อง บางคนก็เอาแต่ใจตัว ความใจกว้างที่จะแบ่งปันคนและทรัพยากรมาให้กันที่จะเกิดขึ้นจริงๆก่อนกลับดิฉันต้องรีบพาน้องพยาบาลที่เกิดป่วยเพราะมีไข้สูงเดินทางกลับมารักษาที่สถาบันหลังจากไปให้หมอที่หัวหินตรวจว่าสามารถกลับมารักษาที่สถาบันเราได้ค่ะ
ความรู้ ที่ได้จากอาจารย์
คนที่แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์สูง เป็นคนที่มีจุดมุ่งหมายในการทำงาน คำนึงถึงอุปสรรคที่จะเกิดขึ้น มีความหวังที่จะประสบความสำเร็จในการทำงาน กลัวความล้มเหลวจะทำให้ทำงานอย่างเต็มที่ ยอมรับความล้มเหลวที่อาจเกิดขึ้นได้
แรงจูงใจใฝ่อำนาจ ไม่อยากจะบันทึกค่ะ
แรงจูงใจใฝ่สัมพันธ์เป็นแรงจูงใจที่ทำให้คนทำงานอย่างมีความสุข อยากทำงานกลับกลุ่ม แรงจูงใจนี้ต้องนำมาใช้อย่างอย่างปานกลางคือ มีความยินดีที่จะทำงานร่วมกับผู้อื่น เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีไมตรีจิตในการพัฒนาทีมขอให้ไปดู ระบบการใช้อำนาจ การใช้กฎเกณฒ์ต่างๆ เรื่องของขวัญกำลังใจ และวัตถุประสงค์ขององค์กร
ดิฉันรู้สึกน้องๆที่ไปมีความสุขในการอบรมพอสมควร แต่ถ้ามาอบรมวันธรรมดาน่าจะยินดีมากขึ้นค่ะ
จากการเข้าร่วมอบรม รู้สึกว่าถ้าผู้เข้าอบรม
ดูตัวเองออก(จากแบบประเมินตนเองที่วิทยากรให้เราทำร่วมกับการสรุปสาระของแต่ละกิจกรรมเป็นระยะ)
บอกตัวเองได้(ว่าเรามีจุดอ่อนตรงไหน)
ใช้ตัวเองเป็น(บทสรุปที่จะกลับไปพัฒนาตนเอง)
ดูแล้วคล้ายๆครอสอบรมปฏิบัติธรรมนะคะ แต่ตัวเองบางครั้งก็อดเพ่งโทษคนอื่นค่ะ(ติดนิสัยน่ะค่ะ) กว่าสติจะมาก็เพ่งโทษไปเยอะแล้ว..ฮิ..ฮิ ผิดไป(อีก)แล้ว
ขอบคุณที่มาเยี่ยมค่ะ เสียดายที่ไม่ได้ฟังวันแรก