ขอให้เด็กรู้สึกสนุกสนานกับภาษา อย่าเคร่งเครียดเอาไว้ก่อนน่าจะดีกว่านะคะ

เปิดเทอมมาได้สักพักแล้ว เมื่อปีที่แล้วเคยบ่นเรื่องการที่ต้องเซ็นในสมุดท่องศัพท์ให้น้องฟุง ซึ่งเป็นสมุดเล่มเล็กๆที่มีคำศัพท์ภาษาอังกฤษพร้อมด้วยคำแปล เอาไว้ให้เด็กท่องจำ แล้วก็ให้คุณครูและผู้ปกครองเซ็นต่อท้ายทุกหน้า หน้าละประมาณ 5-7 ลายเซ็นต่อคำศัพท์ประมาณ 10-12 คำ 44 หน้า เขียนบรรยายไปสักพักชักวุ่นวาย เอารูปมาให้ดูดีกว่านะคะ 

Vocabbooky4

น้องฟุงบอกว่า "ฟุงอ่านหมดแล้วแม่เซ็นได้เลยทุกหน้า" คุณแม่เชื่อค่ะ เพราะดูแล้วเป็นคำที่ง่ายๆสำหรับน้องฟุงทั้งนั้น ตั้งต้นเซ็นไปก็ถามย้อนกลับไปด้วยจากภาษาไทยให้น้องฟุงบอกภาษาอังกฤษ เราก็เลยได้ขำกับคำแปลที่มี เพราะหนังสือจะแปลตามความหมายในหนังสือเล่มใหญ่อีกที ซึ่งบางคำก็จะออกมาตลกๆ เช่น milk แปลว่า รีดนม, team แปลว่า กลุ่มคน, กอง แถมเรายังเจอที่แปลผิดความจังๆอีกด้วยเช่น stay up แปลว่า มากขึ้น คุณแม่บอกให้น้องฟุงหาคำที่แปลไม่ถูกออกมา แล้วคุณแม่จะได้เขียนไปบอกทางสำนักพิมพ์เขาได้ว่าเราคิดว่า คำพวกนี้น่าจะต้องเปลี่ยนให้ถูกต้องว่าอย่างไรกันได้บ้าง 

ได้ยินน้องฟุงพูดถึงคุณครูภาษาอังกฤษแล้วก็รู้สึกเลยว่า รู้สึกคุณครูจะทำให้เด็กเครียด นี่ขนาดน้องฟุงไม่มีปัญหาอะไรกับภาษาอังกฤษเลย (คงจะยกเว้นตอนที่ต้องแปลเหลือเกิน...แต่เท่าที่ดูน้องฟุงเป็นนักแปลที่ดีใช้ได้ค่ะ) ก็ยังสื่อได้ว่าลูกไม่รู้สึกสนุก รวมทั้งเพื่อนๆก็คงไม่สนุก แถมคุณครูยังทำไม่ได้ตามที่คุณครูสอน วันนี้น้องฟุงเล่าว่า คุณครูเน้นว่าต้องมีเสียงเอสให้ถูกต้อง แล้วคุณครูก็อ่าน Tomo's week ว่าโทโมวีคส ปกติน้องฟุงจะเป็นเด็กที่เชื่อคนที่สอนอะไรแล้วตัวคนสอนก็ทำอย่างนั้น ถ้าบอกน้องฟุงว่าต้องทำอะไร ปฏิบัติยังไง แล้วตัวเราต้องทำให้ได้จริงๆ เพราะน้องฟุงจะดูว่าเราบอก เราสอนแล้ว เราทำอย่างนั้นหรือเปล่าด้วย  

พอได้อ่านบันทึกครูอ้อยถึงวิธีการสอนที่เป็นนวัตกรรมแล้วชอบมากเลยค่ะ อยากให้ครูอ้อยนำออกมาเป็นผลงานเผยแพร่เร็วๆ จะได้เอาไปบอกต่อแบบเป็นวิชาการหน่อยให้คุณครูที่สอนภาษาอังกฤษทั้งหลาย เพราะการที่เราทำให้เด็กเรียนอย่างสนุกสนาน ก็จะทำให้เขาชอบสิ่งที่เรียน แต่ถ้าเคร่งเครียดต้องบังคับให้ท่องศัพท์เท่านี้เท่านั้น แทนที่จะสอนให้จำแบบเป็นเรื่องสนุกสนาน เด็กๆที่ไม่เคยรู้หรอกว่าภาษานี้สนุกสักแค่ไหนยังไง ก็เชื่อแน่ได้เลยว่า คงจะเกลียดไปเลยเสียมากกว่าอยากจะรู้ว่ามันสนุกหรือเปล่า น่าเสียดายและนี่คือพื้นฐานของปัญหานี้ที่เราเห็นในผู้ใหญ่หลายๆคนในปัจจุบันจริงๆ