เวลาของพวกเด็กๆ หายไปไหน

เด็กๆ ทุกคนมานั่งรวมกันเพื่อรอให้จีจี้เล่านิทานให้ฟัง  จีจี้ถามว่า วันนี้พวกเธออยากฟังเรื่องอะไรกันละ?   เด็กๆ ต่างก็เงียบ จีจี้สังเกตเห็นแววตาเศร้าสร้อยของเด็กๆ จีจี้จึงบอกเด็กๆ ว่าฉันอยากฟังเรื่องเล่าของพวกเธอบ้างดีกว่า ว่าที่บ้านตอนนี้เป็นอย่างไร?  พวกเธอทำอะไรกันบ้าง?   แล้วทำไมถึงมาที่นี่ ?  เด็กๆ นั่งเงียบอยู่สักพัก  …..เดี๋ยวนี้เรามีรถเก๋งคันนึ่ง เสาร์ไหนถ้าพ่อแม่มีเวลาก็ล้างมัน ถ้าฉันประพฤติตัวดีฉันก็ได้ช่วยล้างแต่ฉันสิ เดี๋ยวนี้ถ้าฉันอยากไปดูหนังก็ไปได้ทุกวันเลย ฉันจะได้มีที่ไปเพราะพ่อแม่ฉันเขาไม่มีเวลาดูแลฉันฉันมีแผ่นเสียงนิทานตั้ง 11 แผ่น ฉันฟังมันกี่ครั้งก็ได้ เมื่อก่อนเวลาพ่อฉันกลับมาจากทำงาน เขาเป็นคนเล่านิทานให้ฉันฟังเอง แต่เดี๋ยวนี่เขาไม่ค่อยอยู่บ้าน หรือไม่เวลา..   กลับมาก็เหนื่อยแล้วไม่มีอารมณ์  ที่บ้านฉันก็เหมือนกัน เดี๋ยวนี้แม่ฉันไม่ค่อยอยู่บ้าน แต่ยังโชคดีที่ฉันมีน้อยสาว  ฉันกลับจากโรงเรียนฉันก็ดูแลน้อง เดินไปเดินมาจนกว่าจะค่ำ ส่วนมาก็จะมาที่นี่แหละ เดี๋ยวนี้ฉันได้ค่าขนมเยอะกว่าเมื่อก่อน เชอะ! ก็แน่ละซิเราจะได้ไม่กวนเขา พ่อแม่เขาไม่รักเราแล้วแต่เขาก็ไม่รักตัวเองเหมือนกัน ไม่เห็นเขารักอะไรสักอย่าง ฉันคิดอย่างนี่ล่ะ  ไม่จริง พ่อแม่รักฉัน  รักมากเสียด้วย มันไม่ใช่ความผิดของเขาที่เขาไม่มีเวลา ก็เดี๋ยวนี้มันเป็นอย่างนี้ทั้งนั้นนี่ เขาเลยให้วิทยุฉันแทน มันแพงตั้งเยอะแนะ แล้วเค้าก็ก้มหน้าร้องไห้   ทุกคนเงียบ เด็กคนอื่นมองเค้าอย่างเห็นใจ จริงๆ แล้วทุกคนก็อยู่ในสภาพเดียวกันพวกเขารู้สึกถูกทอดทิ้งอยู่ตามลำพัง…..  เด็กคนหนึ่งพูดว่า   มีคนบอกว่าพวกเธอนะฉันหมายถึงโมโม่ เป๊ปโป้ และจีจี้ เป็นคนเกียจคร้าน  พวกเธอขโมยเวลาของพระเจ้า เพราะฉะนั้นเลยมีเวลามาก และเพราะมีคนอย่างพวกเธอมาก คนอื่น ๆ ก็เลยมีเวลาน้อยลง น้อยลง และต่อไปเค้าจะไม่ให้พวกเรามาที่นี่อีก                เมื่อก่อนผู้คนชอบมาหาโมโม่เพื่อที่จะให้เธอฟังพวกเขา..แล้วพวกเขาก็ได้พบตัวเอง  แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีใครถามหาสิ่งนั้นแล้ว เมื่อก่อนนี้มีคนชอบมาที่นี่เพื่อที่จะมาฟังจีจี้เล่านิทาน แล้วพวกเขาก็จะสามารถลืมตัวเองในชีวิตจริงได้ชั่วขณะ ทุกวันนี้ไม่มีใครต้องการเช่นนั้นแล้ว พวกเขาว่ากันว่าไม่มีเวลา  คุณฟูซี่ช่างตัดผมกลายเป็นคนลุกลี้ลุกลน หน้าตาบูดบึ้ง ไม่มีความแจ่มใส  เดี๋ยวนี้ผู้คนในเมืองเปลี่ยนไป…เค้าต้องเป็นโรคอะไรสักอย่าง…….แล้วทั้ง 3 คนก็ปรึกษากันเป็นเวลานานว่าจะทำอย่างไร….ลองถามเด็ก ๆ  ที่คุณรู้จักดูบ้างสิค่ ะ  ว่าเค้ารู้สึกอย่างไรบ้างขณะนี้…