ความสำคัญของการวางแผนกลยุทธ

 

 

  

องค์กรที่จะประสบความสำเร็จได้นั้น จำเป็นต้องมีการวางแผนยุทธศาสตร์ ( Strategic planning) ทั้งนี้เนื่องจากแผนกลยุทธ์จะเป็นแนวทางที่ให้ผู้บริหารองค์กรดำเนินการได้อย่างมีทิศทางคือมุ่งสู่ความสำเร็จขององค์กได้อย่างมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ    

            ทั้งนี้ผู้บริหารสุงสุดจะต้องมีการกำหนดนโยบาย ในขณะที่ผู้บริหารทุกระดับจะต้องร่วมกันในการกำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ของวองค์กร วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ ตัวชี้วัดความสำเร็จ กลยุทธและแผนงานโครงการเข้ามารองรับ จะเห็นได้ว่าจะมีการบริหารจัดการแตกต่างในแต่ละระดับ ดังนั้นผู้บริหารในแต่ละระดับจึงมีหน้าที่และความรับผิดชอบแตกต่างกัน กล่าวคือ ผู้บริหารระดับสูงจะมีหน้าที่และความรับผิดชอบเกี่ยวกับนโยบายและแผนขององค์กรโดยรวม (overall policy and plan) ส่วนผู้บริหารระดับกลางจะมีหน้าที่และความรับผิดชอบเกี่ยวกับนโยบายและแผนขององค์กรในลักษณะนโยบายย่อยหรือแผนย่อย เช่น แผนเฉพาะด้าน การกำหนดรายละเอียดของนโยบายและแผนรวมขององค์กร เป็นต้น ส่วนผู้บริหารระดับต้นจะมีหน้าที่และความรับผิดชอบในแผนปฏิบัติการ การจัดทำโครงการ  การกำหนดรายละเอียดของกิจกรรมของแผนและโครงการ  เป็นต้น

 

ชนิดของแผน                                         ระดับขององค์กร


 

แผนยุทธศาสตร์                                               ระดับภารกิจรวม

แผนกลวิธี                                                       ระดับกิจกรรม

แผนปฏิบัติการ                                               ระดับหน้าที่

 

แผนภูมิที่ 1 : Plans  and  Levels

ที่มา : J.Stewart  Black  and  Lyman  W. Porter ; 1999 Management : Meeting New Challenges.  New  Jersey : Prentice – Hall , p.179                    

 

           กล่าวโดยสรุป  องค์กรทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นองค์กรระดับนานาชาติ  ระดับภูมิภาค ระดับประเทศ หรืออื่นใดก็ตาม รวมทั้งองค์กรภาครัฐ  และองค์กรภาคเอกชนก็จะต้องมีการกำหนดยุทธศาสตร์  กลยุทธ์ กลวิธี  และการปฏิบัติการ  เพื่อเอาชนะคู่แข่งขันซึ่งมีอยู่มากมาย  มิฉะนั้น องค์กรของตนก็จะประสบความล้มเหลวอันมีผลกระทบต่อความสำเร็จในวัตถุประสงค์ขององค์กรของตนได้  และผู้ที่มีความสำคัญที่สุดในการผลักดันองค์กรสู่ความสำเร็จคือผู้นำในองค์กร  ที่ต้องมีลักษณะของการเป็นผู้นำที่เอื้อต่อการเปลี่ยนแปลงและมีความยืดหยุ่นคิดอย่างเป็นระบบ ในการนำพาองค์กรมุ่งสู่เป้าหมายที่ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้การบริหารทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า คุ้มทุน               

 Pro. David Deal : SSTH :Switzerland เน้นว่าในการวางแผนกลยุทธ์นั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดก่อนตัดสินใจวางแผนกลยุทธ์คือการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในองค์กร นั่นคือผู้บริหารจะต้องวิเคราะห์จุดแข็ง (Strengths) และจุดอ่อน (Weaknesses) ที่มีอยู่ขององค์การ  อาทิ  โครงสร้างพื้นฐานขององค์กรอันได้แก่  ชื่อเสียง  (Reputation) ความเก่าแก่และเป็นที่เชื่อถือยอมรับ (Well – Establishment  And  Esteem) หรือปรัชญาและคุณค่าขององค์กรนั้นๆ   ความสามารถในการระดมทุน ความคล่องตัวในการดำเนินงาน สินทรัพย์ที่มั่นคง ฯลฯ การบริหารทรัพยากรมนุษย์  การพัฒนาเทคโนโลยี  ความสามารถในการขยายกิจการ  การวิจัยและพัฒนา ฯลฯ  ร่วมกับการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกในเรืองของโอกาสและสิ่งคุกคาม  สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะช่วยให้ผู้บริหารสามารถกำหนดวัตถุประสงค์ (Set Objectives) ในการวางแผนกลยุทธ์ได้  โดยแยกออกเป็นการกำหนดสิ่งที่ต้องการ (Determine  Requirements)  และความพร้อมของทรัพยากร (Access)  ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม    และสิ่งสำคัญรองลงมีคือการติดตามประเมินผลงานในแต่ละปี  ซึ่งทางกลุ่มนักศึกษาเองมีความคิดเห็นว่าต้องมี Rolling plan อย่างต่อเนื่องร่วมด้วย

ในยุคโลกาภิวัตน์องค์การต่าง ๆ การแข่งขันกันมากมายและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นองค์การภาครัฐหรือภาคเอกชน   โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแข่งขันขององค์กรภายในประเทศ ระหว่างภูมิภาค และระหว่างโลก  ภายใต้กฎกติกาของหลักเสรี (Freedom) และหลักความเป็นธรรม (Fairness) ขององค์การการค้าโลก (World  Trade  Organization / WTO) ซึ่งประเทศไทยเป็นสมาชิกอยู่ด้วย ดังนั้น การวางแผนกลยุทธ์ทั้งในองค์การภาครัฐ และองค์การภาคเอกชน จึงมีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งยวด  ผู้บริหารจะต้องมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล  และพร้อมที่จะพัฒนาองค์กรให้มีความก้าวหน้าและความเป็นเลิศอย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับความต้องการของผู้รับบริการ  ดังนั้นผู้บริหารองค์กรจต้องให้ความสำคัญต่อการวางแผนกลยุทธ์ (Strategic Plan)  และจะต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้แผนกลยุทธ์มีความทันสมัยเหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทั้งภายใน และภายนอกองค์การอยู่ตลอดเวลา ผู้บริหารองค์กรจะต้องเป็นผู้กำหนดกลยุทธ์ (Strategist) และจะต้องนำทฤษฎีและแนวคิดทางวิชาการที่เหมาะสมมาประยุกต์ผสมผสานกับวิสัยทัศน์ (Vision) ของผู้บริหารองค์กรและข้อมูลที่ทันสมัยที่เกี่ยวข้องกับองค์กรโดยการกำหนดนโยบายเชิงกลยุทธ์  (Strategic  Policy) และจัดทำแผนกลยุทธ์  (Strategic  Plan) ขึ้นมา  และเมื่อมีการนำแผนไปปฏิบัติแล้วจะต้องมีการติดตามประเมินผลการดำเนินงานตามแผนกลยุทธ์  ซึ่งถือว่าเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่จะบ่งชี้ถึงความสำเร็จหรือความล้มเหลวของแผนงานนั่นเอง

..............โดย คนึงนิจ   อนุโรจน์