มาเขียนข้อดีข้อเสียของการเรียนเมืองนอกดีกว่า (กรณีศึกษาโดยตัวเอง)

รำลึก KIWI Gang มิตรภาพไม่มีวันลืม ถึง ม.น. ที่รัก

 วันเสาร์อีกแล้ว มาเขียนเรื่องสบายๆ ดีกว่าค่ะ เด็กที่อยู่บ้านเดียวกันถามว่าทำไมพี่ไม่มีเพื่อน (Classmate) ทำไมพี่ไม่ต้องเข้าห้องเรียน แหะๆ เพราะพี่มันแก่เกินกว่าจะไปนั่งฟังเลคเชอร์น่ะสิจ๊ะ  มาเรียนมองนอกนี่ได้รู้ซึ้งถึงความดีงามของบ้านเกิดเมืองนอนมากมาย บางคนมาแล้วอยู่เมืองนอกอากาศดีจัด บ้านเมืองสะอาดสะอ้าน อาชญากรรมไม่ค่อยมี เลยพาลว่าบ้านเราไม่ดียังงั้นยังงี้ ยังไงดิฉันก็เป็นสาวบ้านนอกอยู่วันยังค่ำ คิดถึงลาบ น้ำพริกอ่อง ข้าวนึ่งจิ๊นแดง แกงโฮะ (พอๆๆ หิว)
หากจะตายขอกลับไปตายบ้านแน่นอน


มาเขียนข้อดีข้อเสียของการเรียนเมืองนอกดีกว่า (กรณีศึกษาโดยตัวเอง)เอาข้อดีก่อน มองโลกในแง่ดี
1. ได้ฝึกภาษาจริงๆ ในสังคมที่ใช้ภาษานั้น เช่นภาษาอังกฤษ ก็มันกรอกหูแต่เช้าจรดเย็น ฟังไม่เข้าใจ พูดไม่ได้ก็ให้มันรู้ไป ใครอยากมีความมั่นใจในการพูดภาษาอังกฤษแนะนำให้ลงทุนไปเรียนอย่างน้อยสักสามเดือน ให้ไปอยู่ Host family ด้วย หัดกินแกะ (ใครกินเนื้อไม่ได้กรุณาเตรียมใจ) กินขนมปัง นม เนย ผักผลไม้ท้องถิ่น ห้ามไปอยู่หอทอดไข่ ตำน้ำพริกโป๊กๆ กินกันโดยลำพังเด็ดขาด มันจะได้อะไรขึ้นมา จำไว้ มาตั้งครึ่งโลก ไม่ได้อะไรกลับไปก็ แมว แล้ว

2. ได้เห็นโลกกว้างขึ้น ใจกว้างมากขึ้น เห็นอกเห็นใจผู้อื่น ได้เข้าใจวัฒนธรรมต่างชาติ เอาใจเขามาใส่ใจเรา เคารพความแตกต่างของศาสนา ภาษา อาหารการกิน ความคิด ทัศนคติ มุมมองต่อชีวิต นานานัปการ เพื่อจะได้ปรับตัวและอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข อ่านะ กว่าจะได้มาเรียนเมืองนอกก็เกือบแก่เกินไปแล้ว แต่ดิฉันว่ามาตอนที่มีวุฒิภาวะหน่อยจะดีมาก จะไม่มีปัญหาเรื่องเที่ยวดึก กินเหล้า สูบบุหรี่ หรือชู้สาว มันหมดวัยแล้ว ป้าเหนื่อยเกินกว่าจะออกไปหาเรื่องนอกบ้าน

3. ได้รู้ว่า ใครหนอที่รักเรา ห่วงเราจริง ใครกันที่ยังรอเรา ใครตั้งตารอให้เราเรียนจบ

4. รู้จักประหยัด อดออม อดมื้อกินมื้อ เห็นค่าของเงินไทยทุกบาททุกสตางค์ เห็นคุณค่าของอาหาร

ขอเล่าถึง KIWI Gang นิวซีแลนด์รุ่นบุกเบิกสักหน่อยเหอะเพื่อน ปี 2549 เรา สิบสามชีวิต อันประกอบด้วย หัวหน้าทีม ท่านรองอธิการฯ ผศ. ชาลี ทองเรือง และคณะลูกหาบ เอ้ย ผู้ติดตาม อันได้แก่ คณาจารย์ดังต่อไปนี้ กรุณาดูรูปว่าใครเป็นใครข้างล่างนี้นะคะ 

beehive

มาปีที่แล้ว ท่านรองชาลี และอาจารย์ชาญญวุฒิ (Prince Charles) กับ อาจารย์วุฒิชัย (Woody) ช่างเป็นผู้ชายที่วิเศษอาไรเช่นนี้ แกงมาเผื่อเพื่อนๆ กิน และบางครั้งอาจารย์ศิริเพ็ญ (พี่อ้อ) ก็หอบแกงที่เธอทำจนเธอไม่อยากกินฝีมือตัวเองแล้วมาแบ่งปันกัน ดิฉันมีชีวิตรอดเพราะได้กินน้ำแกงที่เหลือ (ปั๊ดโธ่ เขาก็รู้หมดสิว่าเธอไม่ชอบทำกับข้าว) ถ้าอยู่บ้านเราใครจะมานั่งกินของเหลือของคนอื่นล่ะ  แต่ด้วยน้ำแกงร่วมสาบาน ทำให้ดิฉันประทับใจมิตรภาพที่เรามีต่อกันมาก สองเดือนที่เรียนด้วยกัน เที่ยวด้วยกัน โดดเรียนด้วยกัน กินข้าวกลางวัน (สามสิบนาที) ด้วยกันมันเยี่ยมจริงๆ ค่ะ

<p>
5. ได้ออกกำลังกาย อยู่ มอนอจะไปสอนตึกวิศวะ หรือ QS กระโดดขึ้นไปนั่งเบียดนิสิตในรถไฟฟ้า เดินนิดเดินหน่อยครางหงิง แต่ที่นี่ ต้องเดินๆๆ เท่านั้น และเดินให้เร็วและมั่นคงด้วยเพราะลมแรง ช่วงนี้ 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยนะคะน้องๆ พายุเลย แต่มันพัดตลอดวันน่ะค่ะ  ทำอะไรต้องให้เร็ว เดี๋ยวอากาศเปลี่ยน อย่างวันนี้มีตั้ง สี่ฤดูหน่ะ เช้าฝนตก สายแดดออก บ่ายๆ ร้อน ค่ำมี Frost  ไม่แข็งแรงแย่แน่ๆ </p>
<p>อิอิ สงสัยวันนี้ไม่พูดถึงข้อเสียแล้วหล่ะ มีนิดหน่อยคือ หนาวคิดถึงบ้าน คิดถึงอาหาร ตกข่าว นอกนั้น ก็ไม่มีอะไรร้ายแรง ไม่ได้มาอยู่ตลอดนี่นา ประเดี๋ยวก้อกลับไปค่ะ  </p><p></p><p>ขอบพระคุณท่านอธิการและท่านรองอธิการทุกท่านที่ให้โอกาสดิฉันได้มาเรียนประเทศนี้
หากดิฉันไม่ได้มาที่มหาวิทยาลัยนี้เมื่อปีที่แล้ว คงไม่เจอ
Professor ที่สนับสนุนให้ดิฉันทำวิจัยเรื่องที่ดิฉันชอบ คลั่งไคล้ และสนใจมาก แทบจะบอกได้ว่า ดิฉันกินนอน หายใจเข้าออก เป็น Web-based Writing ก็ว่าได้ </p><p>ขอบพระคุณมหาวิทยาลัยนเรศวร และท่านอดีตอธิการฯ หากวันนั้นท่านศาสตราจารย์ ดร. สุจินต์ จินายน ไม่ได้กรุณาเมตตาให้บัณฑิตปริญญาตรีจบใหม่ เกิดมาไม่เคยสอนภาษาอังกฤษมาก่อน เกรดไม่ได้หรูเริ่ดขั้นเหรียญทองเหมือนใครเขาอย่างดิฉัน ได้เริ่มงานเป็นอาจารย์ที่นี่เมื่อสิบปีที่แล้ว ดิฉันก็ไม่รู้ว่าชีวิตนี้ ตอนนี้จะไปทำอะไรอยู่ที่ไหน  </p><p>มอนอ ที่รัก ถึงแม้แดดจะร้อนไปหน่อย ยุงเยอะไปนิด แต่ฉันก็รักบ้านใหญ่หลังนี้ของฉัน …..รอกันด้วยนะจ๊ะ </p>