แม้ว่าจะเป็นบทเรียนในชีวิตของผู้อื่นแต่ก็เป็นประโยชน์แก่ตัวเราด้วยเช่นกัน ถ้ารู้จักน้อมรับมา

           ช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาได้อ่านหนังสือที่น่าสนใจหลายเล่ม แต่ตัดสินใจหยิบเอาเล่มนี้มาพูดถึงเพราะรู้สึกสะเทือนใจ แล้วก็รู้สึกเป็นหนังสือที่น่าสนใจมากๆที่เราอาจจะพลาดไปถ้าดูแต่หน้าปก

            หนังสือ "บนปากเหว" ผู้เขียน คือคุณ อิสสริยา วัรัชศิลป์  เป็นเรื่องเล่าชีวิตของตนเอง ซึ่งป่วยเป็น major depressive illness

         เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมสำหรับผู้เขียนที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตนเองอย่างตรงไป

ตรงมา ย้อนไปในวัยเด็ก ซึ่งทำให้เข้าใจความเป็นไปในใจ ที่ส่งผลต่อพฤติกรรม  นอกจากนี้ยังกล้าเล่าไปถึงความผิดต่างๆที่ได้ทำลงไป  น่าคิดว่าผู้เขียนได้ผ่านการบำบัดทางจิตใจจนอย่างน้อยสามารถที่จะคิด เข้าใจความจริงของตนเอง และผ่าน..สำหรับปริศนาธรรมของชีวิตตนเองได้อย่างน่าชื่นชม

 

นอกจากนี้ เรื่องที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือเรื่องแนวทางการบำบัดที่ผู้เขียนได้รับ ซึ่งผมเองก็อยากทราบว่าในความเห็นหรือในทางวิชาการของจิตเวชเองจะ

มีคำอธิบายหรือความเห็นต่อแนวทางที่ว่าอย่างไร

 

โดยรวมแล้วสิ่งที่ผมคิดว่าได้รับจากหนังสือเล่มนี้ก็ได้แก่

1.ในการเลี้ยงดูเด็กนั้น ท่าที คำพูดของพ่อแม่หรือแม้แต่ผู้เลี้ยงดูเองมีความสำคัญอย่างมาก หลายครั้งที่เราอาจจะคิดไปเองว่าเด็กไม่ได้คิดหรือไม่ได้จดจำอะไรแต่ความ

เป็นจริงกลับตรงกันข้าม  ดังนั้นอาจจะต้องระมัดระวังทั้งคำพูดและการกระทำ

2.เมื่อลูกมีพฤติกรรมใดๆที่ดูผิดปรกติหรือเกิดปัญหาขึ้น อย่าเพิกเฉยหรือมองข้ามไป ควรทำความเข้าใจ และพร้อมที่จะรับฟังเสมอ

3.การเลี้ยงดูและอบรมลูกนั้น ต้องปูพื้นฐานหรือสิ่งที่เป็นหลักยึดมั่นในใจหรือเป็นแนวทางการดำเนินชีวิต

เพื่อเป็นหลักคิดหรือทำให้ลูกมีความสามารถในการแก้ปัญหาชีวิตได้

4.การทบทวนชีวิต และมองโลกให้ได้ตามความจริง ซึ่งอาจจะยาก แต่ก็เป็นสิ่งสำัคัญ