จันลอง
นางสาว ปิ่นแก้ว อุ่นแก้ว

ตามรอยเส้นทางค้าคน


ชะตากรรมของหญิงสาวจากพรมแดนประเทศเพื่อนบ้านยังเป็นเรื่องอันดำมืด จนถึงวันนี้ไม่มีใครรู้ว่า เธอยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ หากเธอยังอยู่ภายใต้ช่องว่างของกฎหมายและความเป็น’คนอื่น’ในประเทศนี้ที่เปิดโอกาสให้ คนไทยบางกลุ่มทำธุรกิจ”ขายชีวิตคน” ใครจะช่วยดึงพวกเธอออกจากปลักหล่มที่มีคนขุดไว้ได้

ตามรอย...เส้นทางค้าคน 
 
 ประชาไท  Posted : 2004-11-28 00:31:32 

  

ข้าพเจ้าได้รับโทรศัพท์จากคนงานกะเหรี่ยงจากประเทศพม่าที่คุ้นเคยกันว่า มีเรื่องด่วนอยากจะเล่าให้ฟัง การนัดหมายในวันรุ่งขึ้นจึงเกิดขึ้น

 

มุมหนึ่งของสวนสาธารณะ...เขาส่งรูปเด็กสาวชาวกะเหรี่ยงคนหนึ่งอายุราว 15 ปีให้ข้าพเจ้าดู หน้าตาเธอจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ผิวขาว

ตอนนี้ที่บ้านเขาติดต่อผมมาว่า ติดต่อดี(นามสมมุติ)ไม่ได้ ให้ผมช่วยตามให้...

เขาเริ่มการสนทนากับข้าพเจ้า

------------------------

ย้อนไปเมื่อราว 3 ปีที่แล้ว เด็กสาวกะเหรี่ยงจากประเทศพม่า 4 คน คือ(นามสมมติ) นางสาวเอ อายุ 17 ปี นางสาวบี อายุ 15 ปี นางสาวซี ไม่ทราบอายุ (เป็นเพื่อนนางสาวดี) และเด็กหญิงดี อายุ 12 ปี เดินทางมาหางานทำในเมืองไทย พวกเธอจ่ายเงินให้นายหน้า แต่นายหน้าคนดัง กล่าวไม่สามารถหางานให้ได้จึงพาทั้ง 4 คน ไปหาชายไทยคนหนึ่ง ซึ่งเขาก็พาพวกเธอไปที่บ้านคนชื่อ แม่ตา (นามสมมติ)

 วันรุ่งขึ้นมีนายจ้างมารับนางสาวเอไปทำงานเย็บผ้า และวันถัดมานางสาวบีมีนายจ้างมารับไปทำงานแม่บ้าน ส่วนอีก 2 คนยังไม่ทราบแน่ชัดว่า ถูกส่งไปทำงานอะไร

 ผ่านไป 2 ปี ประมาณเดือน กันยายนปี 46 แม่ของนางสาวดีเดินทางมาตามหาลูกสาว เนื่องจากติดต่อไม่ได้ตั้งแต่เข้ามาเมืองไทย โดยชายคนที่พาไปบ้านแม่ตาพาพี่ชายนางสาวดีไปหาแม่ตา และแม่ตาให้ค่าแรงนางสาวดี 2 ปีจำนวน 25,000 บาท โดยแม่ได้คุยโทรศัพท์กับนางสาวดีซึ่งบอกว่าสบายดี และหลังจากนั้นไม่กี่เดือนพี่ชายได้ไปหาแม่ตาอีกครั้งได้ค่าแรงมาอีก 5 พันบาท ซึ่งแม่ตาบอกว่า นางสาวดีสบายดีแต่ไม่สะดวกคุยโทรศัพท์ด้วย

จากนั้นในเดือน เมษายนปี 47 พี่ชายไปหาแม่ตาอีกครั้งและบอกว่าหากยังไม่คืนน้องสาวให้จะไปแจ้งตำรวจ แต่แม่ตาบอกว่า นางสาวดีหนีออกจากบ้านที่ทำงานอยู่ตอนนี้ไม่รู้ว่าอยู่ไหน และให้โทรไปคุยกับคนที่ระบุว่าเป็นนายจ้างนางสาวดีซึ่งยืนยันว่า หนีออกจากบ้านไป 

สิ่งที่พี่ชายนางสาวดียังติดใจสงสัยนั้น เนื่องจากกว่า 7 เดือนแล้วที่แม่ตาบอกว่านางสาวดีหนีไป แต่จนปัจจุบันนางสาวดีก็ไม่ติดต่อใครเลย และนายจ้างคนดังกล่าวก็ไม่แน่ใจว่า เป็นนายจ้างที่นางสาวดีถูกส่งไปทำงานด้วยจริงหรือไม่ -----------------------------

ด้าน นางสาวเอ เธอหนีออกมาจากโรงงานเย็บผ้าเมื่อไม่ได้ค่าแรง หลังจากทำงานได้เพียง 4 เดือน นางสาวบี ก็หนีออกจากบ้านที่ไปทำงานจากนั้นไม่นาน ขณะนี้จึงเหลือเพียง นางสาวซีและนางสาวดี ที่ยังไม่ทราบชะตากรรม

ข้อมูลเกี่ยวกับ แม่ตา ที่เขาเล่าให้ข้าพเจ้าฟังคือ เป็นหญิงสูงวัย มีสามีเป็นอดีตตำรวจ โดยมีบ้านอยู่ที่ อ.แม่สอด จ.ตากและที่กรุงเทพฯ คุณสมบัติของคนงานที่แม่ตาต้องการคือ เป็นผู้หญิง อายุน้อย และพูดไทยไม่ได้หรือไม่ค่อยได้ ไปไหนเองไม่ได้(คาดว่า เพื่อไม่ให้หลบหนีออกจากที่ทำงาน)

งานที่ส่งไปทำมีหลายประเภท เช่น โรงงาน งานบ้าน ร้านอาหาร โดยคนงานที่ถูกส่งไปจะไม่รู้ว่าได้ค่าแรงเท่าไหร่ ซึ่งนายจ้างจะจ่ายค่าแรงกับแม่ตา และต้องทำงานอย่างน้อย 1 ปีจึงจะได้ค่าแรง ประมาณปีละ 20,000-25,000 บาท แต่หากมีญาติมาติดต่อแม่ตาก็สามารถเบิกก่อนได้แต่จะได้เพียง 5-6 พันบาท

ข้าพเจ้าสงสัยว่า ทำไมเด็กสาวเหล่านั้นถึงยอมทำงานกับแม่ตา ทั้งๆที่ไม่ได้เงินเลยต้องรอถึง 1 ปี และเงินเดือนก็น้อยมากปีละ 20,000 บาท คิดเป็นเดือนได้เพียง 1 พันกว่าบาทเท่านั้น

เขาบอกข้าพเจ้าว่า พวกเขาไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้จะหางานยังไง เพราะไม่เคยมาเมืองไทย พูดไทยไม่ได้ รู้แต่ว่าอยากได้งานทำ ส่วนใหญ่จึงมากับนายหน้า เมื่อไปทำไม่ได้เงินบางคนไม่รู้จะหนียังไง หนีไปที่ไหน

เขาเล่าให้ข้าพเจ้าฟังว่า ก่อนหน้านี้เขาเคยพบกับคน 4 คนที่เคยทำงานกับแม่ตาและหนีออกมา โดย ประมาณปี 42 เขาพบกับหญิงชาวกะเหรี่ยง 2 คน ที่หนีออกมา เนื่องจากแม่ตาบอกว่าจะให้ค่าแรงปีละ 30,000 บาท แต่ในปีแรกให้เพียง 15,000 บาท และปีถัดมาให้เพิ่มเป็น 20,000 บาท ซึ่งเขาได้จดเบอร์ของแม่ตาไว้และพบว่า เป็นเบอร์เดียวกับแม่ตาที่พี่ชายให้ช่วยตามหาน้องสาวในปี 47

และปีที่ผ่านมามีอีก 2 คน ที่มาเมืองไทยกับนายหน้าแต่ถูกทิ้งไว้ในป่าบริเวณชายแดน และมีคนแนะนำว่า มีคนรู้จักสามารถพาไปหางานทำได้ จึงมีการตกลงว่าคนที่พาไปคิดค่ารถคนละ 4 พันบาทโดยจะไปเก็บเงินที่แม่ตาเพราะทั้ง 2 คนไม่มีเงิน

เมื่อไปถึงบ้านแม่ตาและคนที่พามาส่งกลับไปแล้ว แม่ตาบอกทั้ง 2 คนว่าจ่ายค่ารถไปคนละ 8 พันบาท วันรุ่งขึ้นจึงมีคนมารับไปทำงานแม่บ้าน ผ่านไป 5-6 เดือน มีเพื่อนของคนงานซึ่งรู้จักกันบอกเขาว่าให้ไปช่วยคนงาน 2 คนไม่ได้ค่าแรง อยู่บริเวณปิ่นเกล้า แต่เขาหาบ้านหลังดังกล่าวไม่พบ

จนกระทั่งคนงานคนหนึ่งป่วยจึงขอเงินนายจ้างไปหาหมอและคนงานซึ่งเป็นคนไทยที่อยู่ในบ้านเดียวกัน เล่าให้ทั้ง 2 คนฟังว่าก่อนหน้านี้มีมา 2 คนเหมือนกันแต่ทำงานไม่ถูกใจจึงถูกส่งกลับไปให้แม่ตา และเร็วๆนี้ทั้ง 2 คนก็จะถูกส่งกลับเหมือนกัน ทั้ง 2 คนจึงโทรมานัดเขาและหนีออกมาได้

ข้อมูลเท่าที่มีตอนนี้เขามั่นใจว่า แม่ตาเป็นนายหน้าหาคนงานส่งไปยังที่ต่างๆ มานานนับสิบปีแล้ว แต่สิ่งที่เป็นคำถามในขณะนี้ คือ แหล่งที่ถูกส่งคนงานไปนั้นมีที่ใดบ้าง โดยเฉพาะเด็กสาวเช่นกรณี นางสาวดี ซึ่งแม่ตาอ้างว่า หนีออกจากที่ทำงานไปนั้นเท็จจริงเป็นอย่างไร และยังมีเด็กสาวอีกกี่คนในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมาที่สูญหายไปบ้าง รวมทั้งยังถูกบังคับให้ทำงานอยู่อย่างไม่เต็มใจแต่ไม่สามารถหลบหนีมาได้

ชะตากรรมของหญิงสาวจากพรมแดนประเทศเพื่อนบ้านยังเป็นเรื่องอันดำมืด จนถึงวันนี้ไม่มีใครรู้ว่า เธอยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ หากเธอยังอยู่ภายใต้ช่องว่างของกฎหมายและความเป็นคนอื่นในประเทศนี้ที่เปิดโอกาสให้ คนไทยบางกลุ่มทำธุรกิจขายชีวิตคนใครจะช่วยดึงพวกเธอออกจากปลักหล่มที่มีคนขุดไว้ได้

 
ที่มา :  จันลอง ฤดีกาล
 
คำสำคัญ (Tags): #ค้ามนุษย์
หมายเลขบันทึก: 101710เขียนเมื่อ 8 มิถุนายน 2007 11:36 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2012 18:55 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (2)

สวัสดีค่ะ คุณจันลอง

ติดตามอ่านบทความของคุณทุกเรื่อง  ชอบมากค่ะ ทำให้คิดถึง ชาวบ้าน พี่น้อง และผู้คนที่อยู่แนวตะเข็บไทย พม่า

...  ขอบคุณนะคะ สำหรับข้อมูลความรู้ ....

สวัสดีค่ะ

ตอนนี้พยายามนำงานที่เคยเขียนไว้ มาเก็บไว้ในนี้ เป็นเรื่องราวที่พบเจอมาในช่วงหนึ่งของชีวิต ถ้าสิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชนกับใครต่อใคร รวมทั้งเจ้าของเรื่องราวเอง ก็ดีใจค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี