เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ทีผ่านมา มีการประชุมคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สังคม ของจังหวัดนครศรีธรรมราช การขับเคลื่อนมีเป้าหมายไปสู่สังคมอยู่ดีมีสุข ซึ่งเป็นแผนของชาติ ขับเคลื่อนผ่านองค์กรสวัสดิการชุมชนท้องถิ่น ของจังหวัดนครศรีธรรมราช มีองค์กรหลักทั้งหมด 5 เครือข่าย ได้แก่ เครือข่ายยมนา  เครือข่ายสัจจะสะสมทรัพย์วัดป่ายาง  องค์กรเครือข่ายการเงินชาวบ้านเมืองนคร  เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนจังหวัดนครศรีธรรมราช  เครือข่ายแผนแม่บทชุมชน ในการดำเนินงานเพื่อไปสู่ยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุขในครั้งนี้ จังหวัดนครศรีธรรมราชได้กำหนดแผนให้จังหวัดเป็นชุมชนอินทรีย์ เครื่องมือหลักในการขับเคลื่อน คือ การจัดการความรู้ โดยการสร้างการเรียนรู้ให้ทั่วถึงกัน ใช้ความรู้ที่มีอยู่ เริ่มจากการใช้คณะผู้นำที่มีคุณภาพ ทำแผนชุมชนพึ่งตนเอง เริ่มจากครัวเรือน ทำบัญชีครัวเรือน ทำงบดุลของตนเอง และทำแผนสรุปเป้าหมายของแต่ละครัวเรือน เช่น ต้องการสร้างเงินออม  ลดรายจ่าย หลังจากนั้นนำข้อมูลครัวเรือนมารวมกันเป็นระดับหมู่บ้าน เพื่อวางเป้าหมายของหมู่บ้าน จากหมู่บ้านเชื่อมโยงมาเป็นระดับตำบล โดยทั้งหมดชุมชน หรือคณะผู้นำร่วมกันดำเนินการกับชาวบ้าน หลังจากนั้นจัดทำแผนชุมชนพึ่งตนเอง  หลังจากนั้นสร้างความร่วมมือกับแผน อบต. และแผน อบจ. เพื่อไปสู่เป้าหมายของจังหวัด คือ ชุมชนอินทรีย์ การทำงานต้องร่วมมือกับองค์กรภาครัฐที่มีบทบาทหน้าที่ในการรับผิดชอบ และขบวนองค์กรชุมชน ทั้งนี้การทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน  จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้เกิดการขับเคลื่อนไปสู่ทิศทาง และเป้าหมายเดียวกัน 

            และหากท่านใดสนใจในเรื่องการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สังคม ของจังหวัดนครศรีธรรมราช สามารถติดตามอ่านรายละเอียดได้ในสรุปการประชุม คะ

สรุปการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สังคม

จังหวัดนครศรีธรรมราช

: วาระการคัดเลือกอนุกรรมการผู้แทนองค์กรภาคประชาสังคม จำนวน 3 คน

วันที่ 6 มิถุนายน 2550 ณ โรงแรมทวินโลตัส 

ระเบียบวาระที่ 1  เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ

           เรื่องที่ 1  การแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สังคมจังหวัดนครศรีธรรมราช และอำนาจหน้าที่ของคณะทำงานฯ              

โดย: นายเสถียร  รัตนโชติ ประธานคณะทำงาน               

             คณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สังคมจังหวัดนครศรีธรรมราช ตามการแต่งตั้งจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ประกอบด้วย ที่ปรึกษา จำนวน 9 ท่าน และคณะทำงาน จำนวน 44 ท่าน คณะทำงานได้คัดเลือกมาจากองค์กรภาคเอกชน องค์กรภาคธุรกิจ  องค์กรสาธารณประโยชน์  สถาบันการศึกษา ซึ่งคณะทำงานมีอำนาจหน้าที่ 5 ประการ คือ

1.       จัดทำและเสนอแนะแนวทางและแผนในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สังคมในระดับจังหวัด

2.       ประสาน ปฏิบัติงาน ติดตาม และเร่งรัดการดำเนินการให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์สังคม

3.       รายงานการปฏิบัติการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

4.       แต่งตั้งคณะกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติงานตามที่เห็นสมควร

5.       ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สังคมมอบหมาย  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">เรื่องที่ 2  การแต่งตั้งคณะกรรมการสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชน</p>

ท้องถิ่น

                กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีคำสั่งที่ 134/2550 ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2550 แต่งตั้งคณะกรรมการสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชนท้องถิ่น โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานกรรมการ ในส่วนของจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้แต่งตั้ง นายภีม ภคเมธาวี  จากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นกรรมการ 

ระเบียบวาระที่ 2 เรื่องเพื่อทราบ

             เรื่องที่ 1  การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สังคมของจังหวัดนครศรีธรรมราชตามแนวทางผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธมราช (ชุมชนอินทรีย์)        

       โดย: อาจารย์ภีม  ภคเมธาวี (คณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สังคม จังหวัดนครศรีธรรมราช) 

             การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของจังหวัดนครศรีธรรมราชในครั้งนี้เพื่อเป้าหมายให้ สังคมอยู่ดีมีสุข มีเป้าหมายในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ มุ่งไปที่ประชาชน ให้คนมีความสุขร่วมกัน ภายใต้หลักการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มียุทธศาสตร์ที่ใช้ในการขับเคลื่อน 3 ยุทธศาสตร์ คือ สังคมคุณธรรม  สังคมเข้มแข็ง  สังคมไม่ทอดทิ้งกัน ซึ่งจะนำไปสู่เป้าหมาย คือ ความอยู่ดีมีสุขร่วมกัน ในการไปสู่เป้าหมายประกอบด้วย

         รูปแบบการจัดการ รูปแบบสำคัญ คือ รัฐ รัฐเข้ามาดำเนินการเพื่อให้เกิดสังคมที่อยู่เย็นเป็นสุข 1) รัฐอาจเป็นผู้ดำเนินการเอง  2) ชุมชนเป็นผู้ดำเนินการและรัฐเข้ามาเป็นหุ้นส่วน  3) รัฐมอบหมายให้ประชาสังคม องค์กรสาธารณประโยชน์เข้ามาร่วมเป็นผู้ดำเนินการ หรือรัฐให้เอกชนเข้ามาร่วมดำเนินการ  ในการดำเนินการจำเป็นต้องมีนโยบาย กฎหมาย มารองรับ เพื่อเป็นมาตรการสนับสนุนและป้องกันไม่ให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบประชาชน จากการทำการค้ามุ่งแต่กำไรของเอกชน ในขณะเดียวกันรัฐยังต้องมีการสนับสนุนเอื้ออำนวย จูงใจ เอกชนให้เข้ามาร่วมดำเนินการด้วย

            หน่วยดำเนินการ  หน่วยดำเนินการหลัก คือ รัฐ ซึ่งจะประกอบด้วย ส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค หน่วยดำเนินการที่สำคัญอีกอย่างคือ ชุมชน โดยจังหวัดนครศรีธรรมราชกำลังผลักดันให้เป็นชุมชนอินทรีย์นโยบายและกฎหมายส่งเสริมการจัดการสังคม พ.ศ. 2546 สามารถแบ่งระดับการจัดการได้เป็น 3 ระดับ คือ ระดับประเทศ ระดับจังหวัด ระดับตำบล/เทศบาล ในระดับประเทศมีคณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สังคม ได้รับแต่งตั้งมาจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สังคมในระดับจังหวัด ปัจจุบันมีจำนวน 44 คน มีภารกิจ บทบาท หน้าที่ ในการระดมความคิดเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สังคม และทำงานร่วมกับท้องถิ่น คือ ตำบล/เทศบาล ในการสนับสนุนและสมทบงบประมาณ ในกฎหมายส่งเสริมการจัดการสังคม พ.ศ. 2546 นี้มีคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ (กสช.) และคณะกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม ทั้ง 2 หน่วยงาน อยู่ที่ส่วนกลาง ซึ่งในพรบ. นี้เป็นนโยบายของกระทรวงฯ ที่ได้ถ่ายโอนบทบาทลงมาที่จังหวัดมากขึ้น คณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมจังหวัด มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม ซึ่งมีผู้แทนจากภาคส่วนต่าง ๆ จำนวน 5 ท่าน ร่วมเป็นคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนภาคประชาสังคม  ที่มีคณะทำงานจำนวน 44 คน ซึ่งคณะทำงานทั้ง 44 คนนี้จะเลือกผู้แทนมาจำนวน 3 คน

                บทบาทของคณะอนุกรรมการบริหารกองทุน ซึ่งมีเงินกองทุนของจังหวัดที่ส่วนกลางถ่ายโอนลงมาให้อนุกรรมการบริหารกองทุน  เป็นผู้รับผิดชอบพิจารณากลั่นกรองให้ทุนแก่ผู้ที่ยื่นขอทุน ซึ่งผู้ขอทุนเป็นองค์การสวัสดิการสังคม มาจาก 3 ส่วน คือ ภาครัฐ  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์การสาธารณประโยชน์ และตอนนี้พยายามขยายขอบเขตให้ถึงองค์กรชุมชนด้วย อีกช่องทางหนึ่งคือ คณะทำงานสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชนท้องถิ่น กระทรวงมีนโยบายมาสร้างกลไกนี้มาเสริม จะตั้งคณะทำงานสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชนท้องถิ่น ระดับจังหวัดขึ้นมา ในคณะทำงานชุดนี้ได้ระบุไว้ว่า ให้มีภาคชุมชนจำนวนประมาณร้อยละ 70 ส่วนที่เหลือ คือภาคสังคม ประชาสังคม ราชการ นอกจากนี้ยังมีกองทุนสวัสดิการชุมชนท้องถิ่น เป็นการดำเนินการโดยภาคชุมชนเป็นหลัก มีองค์กรชุมชนมาขอรับทุน มีรัฐมาสนับสนุน เอื้ออำนวยประโยชน์ให้ชุมชน ทั้งหมดนี้ต้องการ การมีส่วนร่วมของบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรวิชาชีพ  สถาบันศาสนา และองค์กรอื่นๆ เข้ามามีส่วนร่วมด้วย ทั้งหมดนับเป็นภาพรวมของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สังคม และเกี่ยวข้องกับ พรบ.กองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม และนโยบายในการจัดตั้งคณะทำงานสนับสนุนการจัดสวัสดิการท้องถิ่น ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกันเนื่องจาก คณะอนุกรรมการบริหารกองทุน ซึ่งมี พมจ. เป็นกรรมการและเลขานุการ และคณะทำงานสนับสนุนสวัสดิการชุมชนท้องถิ่น มี พอช. เป็นกรรมการและเลขานุการ ก็พยายามประสานการทำงานร่วมกัน เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลการทำงานร่วมกัน

                นโยบายของชุมชนอินทรีย์ เป็นนโยบายที่ผู้ว่าราชการจังหวัดได้พยายามขับเคลื่อนชุมชนอินทรีย์ คณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สังคมจะมีส่วนเข้าไปต่อยอดการทำงานในครั้งนี้  แต่ในปัจจุบันคณะทำงานฯ เป็นเพียงผู้รับทราบข้อมูลเท่านั้น การจัดการความรู้เรื่องชุมชนอินทรีย์ของจังหวัดนครศรีธรรมราช  เริ่มมาจากการรับนโยบายจากรัฐบาล  โดยรัฐบาลมีธง คือ เมืองไทยอยู่เย็นเป็นสุข ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รัฐบาลมียุทธศาสตร์แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ 1) ระดับประเทศ (Agenda)  มีโครงการประกอบด้วย  โครงการอยู่ดีมีสุข  และโครงการเศรษฐกิจพอเพียง  2) ระดับภาค (Function) กำหนดตามโครงสร้างของหน่วยงานภูมิภาค หน่วยงานที่มีภารกิจหน้าที่ทำงานประจำอยู่ในพื้นที่แต่ละจังหวัด ได้แก่ องค์กรปกครอง  พัฒนาชุมชน  เกษตรจังหวัด  สาธารณสุข  กศน. พม. ธกส. เป็นต้น 3) ระดับท้องถิ่น ได้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อบต.  เทศบาล  อบจ.) ทางจังหวัดนครศรีธรรมราชจึงนำยุทธศาสตร์ชาติมาปรับใช้ เริ่มจากผู้ว่าราชการจังหวัด นำชุดความรู้ที่มีอยู่มาปรับใช้ โดยเล็งเห็นว่าปัจจัยและกระบวนการเรียนรู้ของชุมชนเพื่อนำไปสู่ความเข้มแข็ง ได้นั้นประกอบด้วย 4 ปัจจัยหลัก คือ มีคณะผู้นำที่มีคุณภาพและมีการสืบทอด มีแผนชุมชนพึ่งตนเอง  มีสถาบันการเงินเพื่อสวัสดิการชุมชน มีจัดการความรู้ ใช้การจัดการความรู้โดยการสร้างการเรียนรู้ให้ทั่วถึงกัน โดยใช้ศัพท์ คุณเอื้อ คุณอำนวย คุณกิจ ความหมายของคุณเอื้อ คือ หัวหน้าส่วนในภาครัฐเป็นผู้ที่เอื้ออำนวยให้ผู้ใต้บังคับบัญชา หรือผู้ดำเนินการ คุณอำนวย คือ ผู้ที่ไปทำหน้าที่สนับสนุนการเรียนรู้ให้คนในชุมชน คุณกิจ คือ ผู้ที่ทำหน้าที่ในงานที่ตนเองรับผิดชอบ ในการขับเคลื่อนงาน สรุปคือการสร้างการเรียนรู้ในทุกภาคส่วน ซึ่งจังหวัดนครศรีธรรมราชมีทิศทางที่ คนนครศรีธรรมราชอยู่ดีมีสุข  จังหวัดอยู่เย็นเป็นสุข  ดำเนินการภายใต้ชุมชนอินทรีย์(เรียนรู้ น่าอยู่ ยั่งยืน) ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ผู้ว่าฯ ใช้ความรู้ที่มีอยู่ เริ่มจากการใช้คณะผู้นำที่มีคุณภาพ ทำแผนชุมชนพึ่งตนเอง เริ่มจากครัวเรือน ทำบัญชีครัวเรือน ทำงบดุลของตนเอง และทำแผนสรุปเป้าหมายของแต่ละครัวเรือน เช่น ต้องการสร้างเงินออม  ลดรายจ่าย หลังจากนั้นนำข้อมูลครัวเรือนมารวมกันเป็นระดับหมู่บ้าน เพื่อวางเป้าหมายของหมู่บ้าน จากหมู่บ้านเชื่อมโยงมาเป็นระดับตำบล โดยทั้งหมดชุมชน หรือคณะผู้นำร่วมกันดำเนินการกับชาวบ้าน หลังจากนั้นจัดทำแผนชุมชนพึ่งตนเอง  หลังจากนั้นสร้างความร่วมมือกับแผน อบต. และแผน อบจ. เพื่อไปสู่เป้าหมายของจังหวัด คือ ชุมชนอินทรีย์ การทำงานต้องร่วมมือกับองค์กรภาครัฐที่มีบทบาทหน้าที่ในการรับผิดชอบ และขบวนองค์กรชุมชน ทั้งนี้การทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน  จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้เกิดการขับเคลื่อนไปสู่ทิศทาง และเป้าหมายเดียวกัน 

                  การนำเสนอภาพรวมของการทำงานในทุกภาคส่วนนี้  เพื่อต้องการให้คณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สังคมได้เข้าใจถึงสถานะและบทบาทของตนเอง ในการเป็นผู้ประสานความร่วมมือของแต่ละภาคส่วนโดยเฉพาะกับการจัดการความรู้ ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการเคลื่อนงานครั้งนี้ 

            เรื่องที่ 2  สรุปการขับเคลื่อนกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับท้องถิ่น จำนวน 5 เครือข่าย           

              โดย: นายทวี  สร้อยสิริสุนทร เป็นเรื่องที่ผนึกเข้ากับเรื่อง สังคมคุณธรรม เข้มแข็ง ไม่ทอดทิ้งกัน

                องค์กรเครือข่ายระดับชุมชนได้ประชุมร่วมกันเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2550  กลุ่มเป้าหมาย 5 กลุ่ม คือ เครือข่ายยมนา  เครือข่ายสัจจะสะสมทรัพย์วัดป่ายาง  องค์กรเครือข่ายการเงินชาวบ้านเมืองนคร  เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนจังหวัดนครศรีธรรมราช  เครือข่ายแผนแม่บทชุมชน  เป้าหมายของการประชุม  1.       เพื่อรับทราบความคืบหน้าร่วมกันในการขับเคลื่อนกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับท้องถิ่น

2.       เพื่อกำหนดจังหวะก้าวในการเตรียมความพร้อม

3.       เพื่อสรรหา เสนอชื่อตัวแทนภาคประชาชนเข้าเป็นคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนสวัสดิการ จังหวัดนครศรีธรรมราช

 ความคืบหน้าของเครือข่าย

- องค์กรเครือข่ายชาวบ้านเมืองนคร ได้แจ้งเรื่องการขับเคลื่อนกองทุนสวัสดิการชุมชน แก่สมาชิกในวันทำการของเครือข่าย คือ ทุกวันที่ 6 ของเดือน ดำเนินการไปแล้ว 2 เดือน คือ เมษายน และพฤษภาคม

- เครือข่ายแผนแม่บทชุมชน สำรวจและรวบรวมข้อมูลของลูกข่าย ให้เป็นปัจจุบัน ประสาน บูรณาการ ยุทธศาสตร์ของเครือข่ายกับภาคีอื่น ๆ ในพื้นที่ เช่น โครงการพลิกฟื้นปฐพีในลุ่มน้ำ

- เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้วางเป้าหมายพื้นที่ขยายจากเดิม 8 พื้นที่ เป็น 20 พื้นที่ และจัดให้มีคณะทำงานสนับสนุนจัดสวัสดิการชุมชนภาคประชาชนร่วมกับ พอช. อีกทั้งยังได้จัดระบบฐานข้อมูลใหม่ เป็นการรวบรวมข้อมูลเพื่อสนับสนุนการจัดสวัสดิการและพัฒนาแกนนำ

- เครือข่ายสัจจะสะสมทรัพย์วัดป่ายาง ซึ่งประกอบด้วยลูกข่าย 9 กลุ่ม มีการพูดคุย สร้างเงื่อนไข ร่วมกิจกรรม รับทราบข้อมูลเพื่อการขับเคลื่อนร่วมกัน

- เครือข่ายยมนา มีการเชื่อมโยงเครือข่ายเข้ากับโครงการ KM ประมาณ 500 หมู่บ้าน

นอกจากนี้ยังมีความคืบหน้าของ กองทุนหมู่บ้านจังหวัด กำลังดำเนินการขึ้นทะเบียนเป็นนิติบุคคล 

จังหวะก้าวในการเตรียมความพร้อม เป็นการเตรียมความพร้อมให้กับ 165 ตำบล เพื่อรับทราบข้อมูลในการขับเคลื่อน มีรองเลขาฯ เสนอความคิดเห็นให้มีการจัดเวทีให้ข้อมูล โดยแบ่งเป็น 5 เวที ใน 5โซน ผลการพูดคุยยังไม่สามารถระบุเวทีได้  นอกจากนี้มีการพูดคุยถึง 74 ตำบลที่ร่วมขับเคลื่อนในยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุข  และอีก 91 ตำบลที่ยังไม่ได้อยู่ในยุทธศาสตร์การขับเคลื่อน  ถึงการเคลื่อนงานของแผนอยู่ดีมีสุขต่อไป  สรุปให้แต่ละฝ่ายจัดทำแผนการขับเคลื่อนงานให้ลูกข่ายของตนเองได้รับรู้รับทราบข้อมูลความคืบหน้าของการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการอย่างไร  โดยให้ส่งแผนงานในวันจันทร์ ที่ 4 มิถุนายน 2550 ในแผนต้องประกอบด้วย การให้ข้อมูลนโยบายระดับชาติ (กระทรวง จังหวัด) แนวทางการขับเคลื่อนระดับท้องถิ่น (คณะกรรมการ  กลไกการขับเคลื่อน) สร้างกลไกในระดับอำเภอกันอย่างไร ซึ่งคุณภีม ได้ให้ภาพการขับเคลื่อนร่วมกันเป็นแผนระยะยาว  

การสรรหา เสนอชื่อตัวแทนภาคประชาชนเข้าเป็นคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนสวัสดิการ จังหวัดนครศรีธรรมราชอภิปรายเพื่อหามติร่วมกันถึงที่มาของตัวแทนคณะอนุกรรมการจัดการกองทุนสวัสดิการระดับท้องถิ่น ผลการอภิปรายสรุปได้ว่ามาจาก 5 เครือข่าย  และหน่วยงานจากภายนอกที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ผลการสรรหาคณะอนุกรรมการฯ ประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 4 ท่าน คือ คุณสุรศักดิ์  ชอบผล (เครือข่ายยมนา)  คุณสง่า  ทองคำ (เครือข่ายสวัสดิการ) คุณวิโรจน์ (เครือข่ายกองทุนชาวบ้านเมืองนคร) คุณประยงค์ (ศูนย์การจัดการการเรียนรู้ชุมชน ตำบลขอนหาด)   

ระเบียบวาระที่ 3  เรื่องเพื่อพิจารณา

: การเสนอชื่อผู้แทนองค์กรภาคประชาสังคมจากองค์กรสาธารณประโยชน์  องค์กรภาคเอกชน  องค์กรภาคธุรกิจ  หรือสถาบันการศึกษา  จำนวน 3 คน เป็นอนุกรรมการภาคประชาสังคม ในคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมจังหวัด

             การลงมติของที่ประชุม จากคณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สังคม จังหวัดนครศรีธรรมราช และผู้แทนจากองค์กรอื่น จำนวนประมาณ 20-30 คน ร่วมกันคัดเลือกอนุกรรมการผู้แทนองค์กรภาคประชาสังคม จำนวน 3 คน ในการคัดเลือกอนุกรรมการฯ ในครั้งนี้กำหนดให้คัดเลือกมาจากคณะทำงานทั้ง 44 คน รวมทั้งจากองค์กรภาคธุรกิจ  องค์กรภาคเอกชน (สมาคม มูลนิธิ และชมรมต่าง ๆ)  องค์กรสาธารณประโยชน์ การดำเนินการคัดเลือก ที่ประชุมมีมติเห็นตรงกันว่าให้เสนอชื่อตัวแทนเพียงผู้ที่เข้าร่วมประชุม เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา หากเสนอชื่อผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุม แล้วผู้ที่ถูกเสนอชื่อไม่ยอมรับเป็นกรรมการ ต้องเปิดประชุมเพื่อคัดเลือกอนุกรรมการฯ อีกรอบ  ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้มีจำนวนเพียงประมาณ 20-30 คน มีการเสนอรายชื่อผู้เข้ารับการคัดเลือก จำนวน 3 คน และมติที่ประชุมเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์ให้ทั้ง 3 ท่านที่ถูกเสนอชื่อ  รับตำแหน่งอนุกรรมการผู้แทนองค์กรภาคประชาสังคม ประกอบด้วย  1.   นายเสถียร  รัตนโชติ  สมาคมศูนย์ประสานงานองค์การภาคเอกชน จังหวัดนครศรีธรรมราช 2.       นายทวี  สร้อยสิริสุนทร  สถาบันการเรียนรู้และสถาบันเครือข่ายประชาสังคมชุมชนชาวบ้าน จังหวัดนครศรีธรรมราช 3.  นายกิตติ  สืบสันติพงษ์  สภาคนพิการทุกประเภท จังหวัดนครศรีธรรมราช 

วาระต่อไป : เตรียมการติดตามการเคลื่อนงาน ที่ประชุมสรุปเรื่องที่จะประชุมในครั้งต่อไป ดังนี้

- ประชุม work shop เพื่อทำแผนงานในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์

- ข้อมูลที่ต้องการ คือ ภาพในการขับเคลื่อนงานของภาครัฐ ภาคชุมชน  ภาคเอกชน  ได้แก่ คณะทำงาน  งานที่เคลื่อนอยู่ในปัจจุบัน  เป้าหมายการเคลื่อนงานในอนาคต  ประเด็นสำคัญที่ทำให้ขับเคลื่อนได้  ทั้งนี้เพื่อผลักดันไปสู่การทำแผนระดับชุมชน

- สำหรับวัน เวลา และสถานที่ การจัดประชุม ยังไม่ได้ระบุ

</span>