ขอกล่าวว่าควรทำแต่ความดี จะช่วยเสริมตัวคุณเองและช่วยเสริมพลังให้หินด้วย เช่น ไปได้สวดมนต์ ไปทำบุญบ่อยๆ อ่อ อนิสงค์แห่งบุญที่เกิดมากที่สุดคือการเจริญภาวนา(สวดมนต์นั่งสมาธิ) หินทุกก้อนนอกจากปลูกเสก(ทางที่ดีควรให้สัมผัสกับเนื้อเราจะสื่อถึงกันได้ดี แต่จะให้เอาทุกก้อนที่ขายมาสัมผัสคงไม่ได้ หินพวกนี้จะดูดซับบุญบารมีที่คนมาปฏิบัติแผ่ออกมา เสียงสวดมนต์ที่พระสวดต่างๆ ก็ทำให้หินมีพลังมากขึ้นได้) หินศักดิ์สิทธิ์มากไหมมันอยู่ที่ใจครับ ถ้าเชื่อในตัวมันเดี๋ยวได้ดีเอง แต่ใส่ไปแบบไม่เชื่ออะไรก็คงจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่บอกให้ลองปักใจศรัทธามันดู ก็ประสบผลดีเกินคาดทุกคนไป บอกแล้วใจดีซะครึ่งหนึ่ง อะไรๆก็จะดีตามไปหมด สมดังที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า “ธรรมนั้นมีใจเป็นใหญ่ มีใจเป็นหัวหน้า ทุกอย่างสำเร็จแล้วด้วยใจ” ส่วนพลังหินนั้นก็เป็นพลงลี้ลับที่เราไม่อาจมองเห็นได้ แต่สัมผัสได้กับผลสำเร็จของเรา...
จะสวดบทอะไรก็ได้ เช่น พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ พาหุง พระไตรปิฏก ธรรมจักร พระคาถาชินบัญชร อื่นๆตามแต่ศรัทธา แต่ให้เอาหินมาใส่ตัวไว้ หรือตั้งหน้าหิ้งพระตามแต่สะดวก เสร็จแล้วทำใจให้บริสุทธิ์แผ่เมตตาไปยังสรรพสัตว์ทั้งหลาย หินนี้ก็จะดูดพลังไว้เหมือนกัน จะรวยได้ต้องหมั่นบริจาคทาน หล่อสวยจากการรักษาศีล อยากมีปัญญาดีก็หมั่นเจริญภาวนา หากต้องการเป็นบทสวดทิเบตก็มีคือ โอม มะ นี เป เม ฮุง (ขอความสำเร็จ จิตอันบริสุทธิ์ มีความเข้มแข็งต่อสู้ มีสมาธิและสติปัญญาอันปราศเปรื่อง)
นอกจากนี้ยังมีวิธีอื่น เช่น อาบแสงจันทร์วันขึ้น 15 ค่ำ(สัก 10 นาที),การอาบแสงอาทิตย์ เป็นต้น เพื่อเป็นการทำให้หินมีพลังตามธรรมชาติที่เป็นต้นกำเินิดของหิน ที่ผ่านแสงอาทิตย์ แสงจันทร์มาหลายร้อยปี