ได้เข้าเรียนเรื่องสมองเมื่อวานนี้ ในขณะที่โรงเรียนกำลังอบรมการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้แบบ Backward Design ซึ่งเป็นเรื่องเก่าๆ แต่นำไปใส่กล่องที่ชื่อ Backward Design นั่นเอง
ที่ต้องมาเร่งรีบเขียนแผนการจัดการเรียนแบบ Backward Design ให้ได้......ก็เพื่อจุดมุ่งหมาย 3 อย่างคือ......
หนึ่ง.. ต้องการให้ครูคิดและจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการ Backward Design
สอง.....เพื่อการเตรียมตัวเลื่อนวิทยฐานะที่กำลังจะมาถึงนี้
และสาม..เพื่อนำมาเป็นเครื่องมือในกระบวนการ KM ที่โรงเรียนเป็นกลุ่มตัวอย่าง และนำเสนอผลงานที่มหกรรม KM ที่อยุธยา
ส่วนในบันทึกนี้ ต่อไปนี้ ครูอ้อยจะเขียน...การเรียนรู้ของสมอง กับ สถานการณ์จำลอง หรือที่เรียกว่า Role Play
สถานการณ์จำลองผ่านการฟัง....ระหว่างที่อ่านนิทาน พร้อมกับการชี้ภาพให้นักเรียนดู นักเรียนไม่ได้ฟังความหมายของนิทาน แต่นักเรียนจะสร้างจินตนาการ ไปกับสิ่งที่ได้เห็น และได้ยิน ซึ่งนั่น.....หมายถึง นักเรียนจะนำตัวเอง เข้าไปอยู่ในสถานการณ์จำลองที่ตนเองสร้างขึ้น
สถานการณ์จำลองผ่านการลงมือทำ.....การจัดฉาก บทบาทสมมมติ เล่นละคร การเลียนแบบธุรกิจ กิจกรรมที่เป็นกิจวัตร ในชีวิต เช่นเป็นบูธขายของ การจัดรายการวิทยุ การทำหนังสือพิมพ์ การทดลองในห้องปฏิบัติการ การใช้เทคโนโลยีกลไกตอบสนองเลียนแบบ เช่น การฝึกขับรถยนต์ ขับเครื่องบินในเครื่องกลจำลอง
สถานการณ์จำลองผ่านการบูรณาการการฟังและการดู.....นำนักเรียนเข้าสู่สถานการณ์จำลองผ่านการชมภาพยนตร์ วิดีทัศน์ที่ดีมีคุณภาพ จะทำให้สมองนักเรียนตื่นตัวเต็มที่ กระบวนการเรียนรู้ของสมองจะถูกขับเคลื่อนอย่างมีคุณภาพ ภาพยนตร์เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ เหตุการณ์ ประวัติบุคคล สารคดีวิทยาศาสตร์ สามารถช่วยให้นักเรียน เรียนรู้ได้ดี
สมองนักเรียนไม่ได้ว่างเปล่า.....กระบวนการเรียนรู้ของสมองไม่ได้เริ่มต้นจากความว่างเปล่า นักเรียนมีความคิด ความรู้เดิมอยู่แล้ว ในเกือบทุกสิ่งที่ครูสอน แต่ความรู้เดิม อาจจะอยู่แบบกระจัดกระจาย อาจมีน้อยหรือมาก รวมทั้งอาจมีผิดหรือถูก เราเลือกสิ่งเหล่านี้ที่มีอยู่ ในสมองของนักเรียนว่า...แบบแผนความรู้เดิมในสมอง (Old Schema)
เริ่มจากการจัดระเบียบความรู้เดิมที่นักเรียนมีอยู่ การที่จะให้นักเรียนเรียนรู้เรื่องใดๆ ก็ตาม สิ่งที่เราต้องทำคือ ต้องเข้าไปทำการจัดระเบียบความรู้เดิมที่นักเรียนมีอยู่ เช่น เปลี่ยนความเข้าใจผิดให้ถูก หรือ จัดระเบียบใหม่สิ่งที่อยู่ผิดที่ผิดทาง หรือเสริมความเข้าใจ เดิมให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น การสอนจึงไม่ใช่การยัดเยียดของใหม่ลงไปในสมอง โดยไม่รับรู้ว่า สมองคิดอะไรอยู่ก่อน
นักเรียนมีท่วงทำนองการเรียนที่ต่างกัน นักเรียนบางคนได้เรียนรู้เมื่อได้เห็นหรือได้ยิน นักเรียนบางคนเริ่มเรียนรู้และเข้าใจได้ดียิ่งขึ้นเมื่อได้เห็น หรือเมื่อได้ยิน อย่างที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า...Visual Learner หรือ Auditory Learner ดังนั้น ข้อมูลที่ประกอบด้วยภาพ และเสียง จะทำให้นักเรียนเรียนรู้ได้ง่ายและเร็วขึ้น
นักเรียนบางคนเรียนรู้ได้เมื่อลงมือปฏิบัติ นักเรียนบางคนเพียงแค่เห็น หรือได้ยิน อาจจะยังไม่สามารถสร้างเครือข่ายในสมองได้ดีขึ้น จนกว่าจะได้ลงมือทำด้วยตัวเอง ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Kinesthetics Learner
นักเรียนบางคนเรียนรู้ด้วยการเฝ้าสังเกต....พียงแต่ฟังหรือ ทำทั้งสองอย่าง แต่ก็ไม่พยายามลงมือเองจนกว่า จะรู้สึกคุ้นกับสิ่งใหม่นั้น อาจจะเพราะกลัวผิดพลาดหรือ อะไรสักอย่างหนึ่ง แต่ที่จริงแล้ว
การลงมือปฏิบัติ และแก้ไขความผิดพลาดต่างหาก.....ที่ทำให้เราฉลาดขึ้น
ท่านอาจารย์สิริพรครับ อยากได้เอกสารที่เป็นpower point ที่ท่านอาจารย์ว่าเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมหน่อยครับ ขอบคุณท่านอาจารย์มากครับที่กรุณา
สวัสดีค่ะคุณครู...บินหลาดง
ครูอ้อยคิดไว้เองค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณอ.สิริพร มากครับสำหรับความอนุเคราะห์เผยแพร่เอกสาร คิดว่าคงเป็นประโยชน์ต่อทุก ๆ คนครับ
ครูอ้อยขอเพิ่มเติมความรู้เรื่อง...แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ Backward Design