ผู้เข้าอบรมก็อยากรู้ วิทยากรก็อยากให้ อย่างนี้ไม่ทำไม่ได้แล้ว

         สืบเนื่องจากเมื่อ 23 มีนาที่ผ่านมา ได้จัดประชุมฯโรงเรียนพ่อแม่ พี่น้องสมาชิกโรงเรียนพ่อแม่เครือข่ายก็เลยอยากต่อยอดไปยังสถานีอนามัยให้เกิด เพราะจะได้เป็นแนวไปต่อยอดกับงานสายใยรักได้เลยง่ายๆ น้องเขาก็เลยพูดคุยกันทางโทรศัพท์ติดต่อทีมของศูนย์ฯไปเป็นวิทยากร โดยคุยกันคร่าวๆว่า อยากได้แบบสำเร็จรูป ผ่านเกณฑ์การประเมินได้เลย เราก็เลยให้น้องทำหนังสือประสานมานิดนึงเพราะต้องขอความร่วมมือจากผู้เกี่ยวข้อง แล้วก็ขออนุมัติไปราชการด้วย  

      ก็โอเคประสานเรียบร้อย หมอก้องไป หมอเปิ้ลไป เราไปแล้วก็พี่บิ๋มหัวหน้างานเยี่ยมบ้านไป เพราะงานสถานีอนามัยจะเกี่ยวกับงานเยี่บยมบ้านเป็นส่วนใหญ่ เช้าวันที่ 30 พค.ทีมก็มีสารถีของศูนย์ฯไปส่ง 

    เช้าเริ่มด้วยผอ.รพ.โพทะเลเปิดงานแล้วก็ออกไปตรวจคนไข้  เพราะหมอน้อย คนไข้เยอะคะ คุณหมอก้องนำเข้าสู่เนื้อหาว่าเรามาทำอะไรกัน จากนั้นหมอเปิ้ลก็เล่าเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องมีโรงเรียนพ่อแม่  ต่อด้วยเราคุยเล่าสู่กันฟังเรื่องกิจกรรมโรงเรียนพ่อแม่ในศูนย์ฯ,ในรพ.อำเภอ,และในสถานีอนามัยที่ได้รับการคัดเลือกของจังหวัดพิจิตรที่ผ่านเกณฑ์ให้ดูแนวการดำเนินกิจกรรม  จากนั้นพี่บิ๋มก็เล่าเรื่องการประสานงานเยี่ยมบ้านกับโรงเรียนพ่อแม่  จบกิจกรรมช่วงเช้า

   พอใกล้เที่ยงเราก็ให้แบ่งกลุ่มเป็น 4 กลุ่มเพื่อทำกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในหัวข้อเรื่องการดำเนินกิจกรรมในงานฝากครรภ์และหลังคลอด 2 กลุ่ม ในเด็กอีก 2 กลุ่ม แล้วช่วงบ่ายก็นำเสนอผลงานกัน ก็ได้แนวทางการสอนงานฝากครรภ์และหลังคลอด 2 แบบ   ในเด็ก 2 แบบ แต่จริงๆแล้วเครือข่ายอยากได้แบบเดียวกัน เพื่อที่การประสาน ส่งต่อจะได้ง่าย แต่ผู้จัดและผู้เข้าอบรมเลยตกลงกันว่าแล้วจะนัดมาคุยกันต่อภายหลังในการประชุม MCH-Board ของจังหวัด เลยซักถามพูดคุยเปิดใจกันต่อว่าจะทำอย่างไรกันต่อไปดีให้เริ่มงานโรงเรียนพ่อแม่ได้อย่างง่ายๆ เพราะเจ้าหน้าที่ก็มีน้อย งานประจำก็มาก

     สรุปได้ว่า

กลับไปรวบรวมงาน routine ที่สอนประจำก่อนว่าที่ผ่านมาสอนอะไรกันบ้าง ช่วงเวลาไหน อายุครรภ์เท่าไหร่ หรือเมื่อเด็กอายุเท่าไหร่บ้าง

 แล้วค่อยมาคุยกันในเครือข่าย เพื่อตกลงแนวปฏิบัติให้คล้ายคลึงกัน

แล้วนำมาเขียนแผนการสอน โดยดูจากความเป็นไปได้จริงไม่ใช่ตามทฤษฎี แล้วใช้แนวจากคู่มือที่ศูนย์ฯให้ไปประยุกต์ใช้ ตัดต่อเนื้อหาที่สอนได้จริง

แล้วการประเมินผลอาจเลือกเป็นเรื่องๆไปก่อน  เช่น การเล่านิทาน การติดตามพัฒนาการ ไม่ต้องทำทีเดียวทุกเรื่อง เพราะจะท้อแล้วกลายเป็นทำไม่ได้เลย

เราเลยตกลงกันว่าเรา...

" ค่อยๆทำไปเรื่อยๆ ให้มั่นคงก่อน แล้วค่อยขยายผล จะดีกว่าก้าวกระโจนแล้วล้มคว่ำ "