เพลงปรบไก่ เพลงเก่าแก่ของเมืองสุพรรณ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyText"> ผมเคยอ่านเสภาเรื่องขุนช้าง-ขุนแผน ฉบับหอสมุดแห่งชาติ พิมพ์ครั้งที่ 10 ตอนฆ่านางวันทอง เมื่ออ่านมาถึงงานศพนางวันทอง ก็สะดุดใจกับมหรสพชนิดหนึ่ง ลองอ่านดูซิครับ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> “ นายแจ้งก็มาเล่นเต้นปรบไก่ ยกไหล่ใส่ทำนองร้องฉ่าฉ่า</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> รำแต้แก้ไขกับยายมา เฮฮาครื้นครั่นสนั่นไป"</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> </p> มหรสพที่ผมกล่าวถึงนี้ก็คือเพลงปรบไก่ นั่นเอง คราวนี้มารู้จักเพลงปรบไก่กันอย่างเป็นทางการสักหน่อย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ให้ความหมายไว้ว่า ปรบไก่ เป็นคำนาม หมายถึง “ ชื่อเพลงพื้นเมือง(ผมเรียกเพลงพื้นบ้าน)อย่างหนึ่ง ใช้ตบมือเป็นจังหวะ และว่าแก้กันอย่างเพลงฉ่อย “ อีกความหมายหนึ่งบอกว่าปรบไก่เป็น “ ชื่อหน้าทับประกอบเพลงดนตรีแบบหนึ่ง <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> เพลงปรบไก่ เมื่อเปรียบเทียบกับเพลงพื้นบ้านอื่นๆแล้วน่าจะเก่าแก่กว่าเพลงอื่นๆจะมีก็แต่เพลงเทพทอง ซึ่งเป็นเพลงพื้นบ้านที่เล่นมายุคเดียวกันและเล่นคู่กันมา สิ่งที่แสดงให้เห็นว่า เพลงปรบไก่ มีมานานก็คือในวรรณคดีเก่าๆมักกล่าวถึงเพลงปรบไก่ อยู่เสมอ ผมจะลองค้นคว้ามาให้ท่านผู้อ่านศึกษาดูนะครับ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> จากการศึกษาหนังสือภาษาไทย 8 ของ มสธ. และจากประสบการณ์ที่ข้าพเจ้าได้อ่านมาพบคำประพันธ์และข้อความที่เอ่ยถึงเพลงปรบไก่ดังนี้ ในเรื่องอิเหนากล่าวถึงเพลงปรบไก่ว่า “ โขนละครโหมร้องกึกก้อง ปรบไก่เทพทองคู่ขัน “ในเรื่องพระอภัยมณีก็ว่า “ หุ่นละครมอญรำระบำไทย ปรบไก่เทพทองร้องค้างคาว “ ในบทละครเรื่องอุณรุท สมัยรัชกาลที่ 1 เอ่ยถึงเพลงปรบไก่ว่า “ ปรบไก่ประชันเทพทอง “ ในจดหมายเหตุความทรงจำของกรมหลวงนรินทรเทวี ที่ผมเคยสอนนักเรียนชั้น ม.6 กล่าวถึงมหรสพที่ฉลองการสร้างและบูรณะวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามในสมัยรัชกาลที่ 1 ว่ามี “ เพลงปรบไก่ ” อยู่ด้วย ส่วนจดหมายเหตุเรื่องรับพระยาเศวตกุญชร ในสมัยรัชกาลที่ 2 กล่าวถึงเพลงปรบไก่ว่า เป็นมหรสพที่เล่นในงานสมโภชพระยาช้างเผือก..</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> คุณเอนก นาวิกมูล ก็ค้นคว้าเรื่องเพลงปรบไก่เอาไว้ โดยกล่าวว่า “ เพลงปรบไก่เป็นเพลงเก่าแก่อย่างหนึ่งของไทย เข้าใจว่ามีเล่นมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เพราะเมื่อครั้งพระเจ้ากรุงธนบุรีอัญเชิญพระแก้วมรกต มาเมื่อ พ.ศ.2322 ก็มีเพลงปรบไก่เล่นฉลองที่ท่าเจ้าสนุก สระบุรี หลักฐาน พ.ศ.2322 เป็นหลักฐานเก่าที่สุดที่กล่าวถึงเพลงปรบไก่ เพลงชนิดนี้มีเล่นตามงานต่างๆทั่วไปนับเป็นเพลงเก่าแก่มีอายุไม่ต่ำกว่า 200 ปี และจนบัดนี้ก็ยังมีผู้เล่นได้อยู่ แต่เหลือตัวน้อยเต็มที ถ้าหากว่าคนรุ่นอายุ 60-70 (ข้อความนี้ตีพิมพ์ปี 2530 ปัจจุบันต้องบวกอีก 20 ปี) ที่ร้องได้นี้ตายไป ก็คงหมดตัวคนเล่น เป็นการจบเพลงปรบไก่"</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> นี่เป็นข้อมูลและความคิดเห็นของคุณเอนก นาวิกมูล ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเพลงพื้นบ้าน พูดมาถึงตรงนี้ผมคงต้องอธิบายการเล่นเพลงปรบไก่ให้ชัดเจนขึ้นอีกหน่อย</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> เพลงปรบไก่ นี้ผู้เล่นจะร้องโต้ตอบกัน คือมีผู้หญิง ผู้ชายร้องแก้กัน โดยยืนเป็นวงกลม มักร้องหยาบๆ เป็นเชิงเกี้ยวพาราสี ลักหาพาหนี หึงหวง แล้วแต่จะพลิกแพลงเล่นกันไป และสามารถเล่นเป็นเรื่องได้ เช่นเรื่องขุนช้างขุนแผน เรื่องไกรทอง ลักษณะเด่นคือมักร้องขึ้นต้นว่า “ ฉ่าชา ชะฉ่า ไฮ้ “ ในสมัยโบราณคงถือว่าเพลงนี้มีหลักเกณฑ์ดี นักปราชญ์ทางดนตรีจึงนำคำร้องรับของลูกคู่เพลงปรบไก่มาแปลงเป็นวิธีตีตะโพนที่เรียกว่า “ หน้าทับปรบไก่ “ ซึ่งต่อมาภายหลังได้ถอดออกมาเป็นวิธีตีเครื่องหนังอื่นๆอีกหลายอย่าง หน้าทับปรบไก่นี้นับเป็นหน้าทับสำคัญของการบรรเลงดนตรีไทย คำร้องรับลูกคู่ที่แปลงมาเป็นหน้าทับตะโพนคือ คำร้องว่า</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> “ ฉาด ช่า ฉ่า ช่า เอ๊ ชะ “ แล้วแปลงเป็นเสียงตะโพนว่า “ พรึง ป๊ะ ตุ๊บ พรึง พรึง ตุ๊บ พรึง “ซึ่งเป็นหน้าทับปรบไก่ ที่เป็นเพลง 2 ชั้น</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> พูดเรื่องเพลงปรบไก่มาตั้งนานยังไม่เข้าเรื่องเสียทีว่า เกี่ยวกับเมืองสุพรรณอย่างไรในวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผนซึ่งเป็นเรื่องราวที่มีฉากส่วนใหญ่อยู่เมืองสุพรรณก็ได้กล่าวถึงเพลงปรบไก่ไว้ในตอนที่ โจรจันศรจับนางเทพทองและขุนช้างเป็นตัวประกันแล้วบังคับให้สองแม่ลูกร้องเพลงปรบไก่ ลองอ่านกลอนตอนนี้ดูนะครับ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> “ จันศรว่าพวกเราเอาตัวมา ให้ผู้หญิงมันว่าปรบไก่ไป</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> จันศรขึ้นนั่งยังก้นครก บ่าวเต้นหยกหยกอยู่ไขว่ไขว่</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ที่บางคนยืนมองส่องคบไฟ ร้อง ชะ ฉ่า ฮ้า ไฮ้ มโนพรวด" </p><p style="margin: 0cm 0cm 6pt" class="MsoBodyText2"> </p> จากกลอนนี้แสดงให้เห็นว่าคนสุพรรณมีเพลงปรบไก่อยู่ในสายเลือดชนิดที่ว่าจะให้เล่นเมื่อใดก็เล่นได้ ในตอนนี้ก็แสดงว่าแม้แต่โจรก็ยังมีอารมณ์ที่จะชมเพลงปรบไก่แสดงว่าในสมัยนั้นคงนิยมกันไม่น้อย <p style="margin: 0cm 0cm 6pt" class="MsoBodyText2"> เรื่องที่ยกมาเป็นเรื่องราวในวรรณคดีที่กวีแต่งขึ้น คราวนี้มาค้นคว้ากันต่อไปว่าในชีวิตจริงในเมืองสุพรรณของเราเล่นเพลงปรบไก่กันที่ใดเมื่อพูดเรื่องนี้ต้องพูดถึงแม่เพลงคนสำคัญของจังหวัดสุพรรณอีกคน ถึงแม้ท่านจะไม่ได้เกิดที่จังหวัดสุพรรณบุรี แต่ท่านก็มาตั้งหลักปักฐานที่สุพรรณบุรีและดำเนินชีวิตกว่าค่อนชีวิตในฐานะคนสุพรรณ ท่านคือแม่เหม อินทร์สวาท </p> แม่เหม อินทร์สวาทเกิดเมื่อราวๆปี พ.ศ.2453 ที่บ้านอู่เรือ อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ต่อมาได้สามีเป็นคนสุพรรณ จึงย้ายมาอยู่บ้านสามีที่บ้านเลขที่ 71 หมู่ที่ 1 ตำบลเนินพระปรางค์ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ใกล้ๆกับวัดใหม่นพรัตน์ และกลายเป็นคนสุพรรณตั้งแต่นั้นมา <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> เป็นที่น่าเสียดายว่าท่านได้ถึงแก่กรรมไปเมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ.2534 แต่ผลงานของท่านยังเป็นที่กล่าวขวัญ ยกย่อง บันทึกอยู่ในใจของผู้ที่สนใจศิลปวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ของไทย จะเห็นว่ามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ได้นำผลงานของท่าน ภาพถ่ายของท่านมาเป็นส่วนหนึ่งในตำราวิชาภาษาไทย 8 นอกจากนี้ คุณเอนก นาวิกมูล นักวิชาการ นักเขียน นักค้นคว้าและอนุรักษ์เพลงพื้นบ้านผู้มีชื่อเสียง ยังได้บันทึกเสียงการแสดงของท่านไว้เป็นสมบัติอันล้ำค่าทางวัฒนธรรม และได้กล่าวถึง แม่เหม อินทร์สวาท ด้วยความยกย่องความสามารถในด้านเพลงพื้นบ้าน( คุณเอนกจำคนในครอบครัวของแม่เหมได้อย่างดี เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2550 ได้พบคุณเอนก ยังถามผมว่าเสวก ลูกแม่เหม สบายดีหรือเปล่า) โดยเฉพาะเมื่อพูดเรื่องเพลงปรบไก่ว่า “ เมื่อราวปี พ.ศ.2526 ในจังหวัดสุพรรณบุรี ยังมีวงเพลงปรบไก่อยู่วงหนึ่งที่อำเภอสองพี่น้อง คือวงแม่เหม อินทร์สวาท เพลงปรบไก่นี้หาฟังยากเพิ่งทราบกันเมื่อ พ.ศ.2521 ว่าวงแม่เหม เล่นเพลงปรบไก่ได้ “ จากคำพูดของคุณเอนก นาวิกมูล แสดงว่าเพลงทรงเครื่องที่วัดใหม่นพรัตน์ของแม่เหมก็คงเล่นเพลงปรบไก่ผสมผสานอยู่ในเพลงทรงเครื่อง</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> เพื่อเป็นการรำลึกถึง แม่เหม อินทร์สวาท ผมขอนำบทร้องส่วนหนึ่งที่ท่านร้องแล้วคุณเอนก นาวิกมูล บันทึกเทปไว้เมื่อ วันที่ 1 กันยายน พ.ศ.2521 มาให้ท่านผู้อ่านศึกษาดังนี้</p> <h2 style="margin: 0cm 0cm 0pt" align="center">บทไหว้ครูเพลงปรบไก่ ร้องโดยแม่เหม อินทร์สวาท</h2><h2 style="margin: 0cm 0cm 0pt" align="center"></h2><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> สิบนิ้วลูกจะขอเอย ยกขึ้นเสมอเศียร ( ฮุ้ย ) ไหว้ทั้งธูปทั้ง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เทียน ไหว้แล้วก็บูชา</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">( ลูกคู่รับ ) จะไหว้ทั้งธูป เอยทั้งเทียน จะไหว้ทั้งธูปทั้งเทียน ไหว้แล้วก็บูชา ฉ่าชา เอชา เอชา ฮุ้ย )</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> สิบนิ้วเอย ยกขึ้นเสมอเกศ ( ฮุ้ย ) จะไหว้พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ล้ำไตรเภท ( ฮุ้ย )</p> ไหว้พระปิฎกปกเกศ ลูกมาแต่น้อยๆ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">(ลูกคู่รับ) ไหว้พระปิฎกปกเกศ เอยไหว้พระปิฎกปกเกศ มาแต่น้อยๆ ฉ่าชา เอชา เอชา (ฮุ้ย)</p> ลูกจะยกหัตถ์ขึ้นนมัสการ ไหว้พ่อเจ้าด่าน เอ๋ยไพร (ฮุ้ย) <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เป็นที่ยึดที่หน่วง เจ้าพ่อเขาหลวงลูกก็ไหว้ (ฮุ้ย) ลูกมานั่งคอยไปเสียน้อยเมื่อไหร่ เอ๋ยเถิดเอย</p> (ลูกคู่รับ) ลูกมานั่งคอยไปเสียน้อยเมื่อไหร่ ฉาดชา เอชา เอชา (ฮุ้ย) <p align="center"> </p>
เนื้อหาดีมากเยยคร๊าฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
เพราะข๊ะ
เพราะข๊ะ
ชอบมากกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
..........................
..........................
/././..........