ออกเดินทางไปเป็นอาสาสมัครที่โรงพยาบาลเด็กเช่นเคย วันนี้ฉันมีกิจกรรมใหม่ๆมาให้เด็กๆที่วอร์ด ส 7 B ด้วยค่ะนั่นคือ การระบายสีตุ๊กตาปูนพลาสเตอร์ซึ่งจะทำให้เด็กได้รู้สึกว่าได้ผลงานที่เป็นรูปเป็นร่างเด่นชัดขึ้น และอีกอย่างหนึ่งก็คือ การนำการ์ตูนและหนังเกี่ยวสัตว์มาให้เด็กได้ดู ซึ่งสร้างความผ่อนคลายและเพลิดเพลินให้กับเด็กและผู้ปกครองได้เป็นอย่างดี
ฉันต้องอธิบายเล็กน้อยว่าฉันเปิดการ์ตูนให้เด็กดูผ่านทางโน๊ตบุ๊ค เพราะในห้องสันทนาการไม่มีทีวีและเครื่องเล่นซีดี ทำให้เด็กที่ต้องอยู่โรงพยาบาลนานๆอาจไม่ได้ดูสิ่งเหล่านี้เท่าไหร่ ซึ่งที่วอร์ดก็จะมีทีวแค่เครื่องเดียวเท่านั้น พอฉันเปิดหนังที่เกี่ยวกับสัตว์ เรื่องปังกับเจมส์ ให้เด็กดู เด็กทุกคนชอบมาก นั่งดูกันอย่างเป็นระเบียบ แถมยังช่วยสร้างมนุษยสัมพันธ์ให้เกิดขึ้นกับเด็กๆได้ด้วย เพราะเมื่อเด็กนั่งดูไปก็จะพูดชี้ชวนให้เพื่อนข้างๆดูในสิ่งที่ตนเองชอบ บางที่หัวเราะก็หันมาหัวเราะด้วยกัน ซึ่งฉันมองดูแล้วเหมือนเป็นเนอสรี่เล็กๆเลยทีเดียว เพราะเด็กๆมีความสดใส ในห้องมีแต่เสียงหัวเราะ ซึ่งเสียงหัวเราะของเด็กๆและเสียงพูดคุยกันถึงเรื่องที่ดูทำให้ทั้งผู้ปกครองและเจ้าหน้าที่พยาบาลที่เดินผ่านไปมาต้องเหลียวเข้ามามอง บางคนก็หยุดแล้วเดินเข้ามาในห้อง เพื่อพูดคุยแซวเล่นกับเด็กๆ ผู้ปกครองบางคน เห็นบรรยากาศในห้องสนุกสนานก็จะกลับไปพาลูกหลานของตนเองเข้ามานั่งดูด้วย ซึ่งโรงหนังขนาดย่อมของฉันที่เพิ่งเปิดวันนี้ ได้แขกพิเศษเข้าร่วมชมเป็นจำนวนมากเลยล่ะค่ะ ฉันได้ยินผู้ปกครองของเด็กพูดคุยกันเองว่า ดีจังเลยเนอะ มีอย่างนี้ให้ดูด้วย สบายเลย เพลินดี แล้วก็หันมามองหน้าฉันพร้อมกับยิ้มให้ คงไม่ต้องอธิบายนะคะว่าฉันจะรู้สึกอย่างไร เพราะฉันยิ้มรับรอยยิ้มนั้น แถมเจ้าหน้าที่ก็อารมณ์ดีกันทุกคน คอยแวะเวียนมาแซวเล่นกันกับเด็กๆค่ะ เด็กบางคนก็จะระบายสีตุ๊กตาปูนปั้นไปด้วย นั่งดูการ์ตูนไปด้วย ขนาดน้องใบเฟิร์นที่ไม่ค่อยจะพูด จะยิ้ม และมีมนุษยสัมพันธ์กับใครเท่าไหร่ ยังหัวเราะเสียงดัง ชวนคนโน่นคนนี้พูดคุยถึงสิ่งที่ดูอยู่ พร้อมกับคอยสังเกตตัวละครไปด้วย ซึ่งบรรยากาศในห้องสันทนาการวันนี้ดูบางเบา สบายๆดีจริงๆค่ะ
และแล้วเวลาก็ล่วงเลยมาจนหมดเวลาของเหล่าอาสาสมัครแล้ว เด็กๆหลายคนยังไม่อยากให้ฉันกลับ เพราะยังอยากเล่นและดูการ์ตูนอยู่ แต่พอฉันอธิบายให้เด็กๆฟัง เด็กก็เข้าใจและแยกย้ายกันกลับเตียงอย่างเรียบร้อย สิ่งที่ทำให้ฉันปลื้มใจที่สุดของที่สุดก็คือ ก่อนที่เด็กๆและผู้ปกครองจะแยกย้ายกันกลับเตียง ผู้ปกครองเด็กจะบอกให้เด็กๆไหว้ขอบคุณพวกฉันและเรียกฉันว่า คุณครู ถามว่าคุณครูจะมาวันไหนอีก คุณครูน่าจะมาทุกวันนะ ฉันรู้สึกว่าหน้าฉันบานมากๆเลยค่ะ ตอนฉันเป็นเด็กฉันเคยใฝ่ฝันว่าตัวเองอยากจะเป็นครูตามชนบท แต่พอโตขึ้นฉันก็รู้ว่าฉันไม่เก่งพอที่จะสอนเรื่องหลักวิชาให้กับคนอื่นได้ดีนัก จึงเลิกล้มความคิดนี้ไป แต่พอมาวันนี้ ได้ยินคำๆนี้ ทำให้ฉันรู้ได้ว่า การที่จะเป็นครู ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่คอยสอนแต่หลักวิชาเท่านั้น ฉันสามารถเป็นครูของเด็กๆได้จากการสร้างความสุขให้กับพวกเค้า สอนในเรื่องที่ทุกๆคนก็สอนเด็กได้ ทั้งเรื่องการแบ่งปัน การพูดจา และการให้อภัยค่ะ
กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์
ในโลกของความเป็นเด็ก แม้จะเกิดมาลักษณะแตกต่างกัน แต่ภายในจิตใจก็ยังมีความเป็นเด็กคล้ายๆกันอยู่ดี
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ngorbright · 4 มิ.ย. 2550
ชำเลือง · 4 มิ.ย. 2550
orione · 4 มิ.ย. 2550
นาย วรชัย หลักคำ · 4 มิ.ย. 2550
จารุวัจน์ شافعى · 4 มิ.ย. 2550
ดีจังนะคะ อ่านแล้วอยากทำแบบนี้บ้างจัง ไปสมัครกันที่ไหนเนี้ยะ
ขอบคุณนะคะที่เค้ามาคอมเม้น ถ้าคุณอ้อสนใจสามารถเข้าไปสมัครใน www.happyhospital.org ได้เลยค่ะมีรายละเอียดเกี่ยวกับการทำกิจกรรมและการมาเป็นอาสาสมัครค่ะ หรือไม่ก็โทรฯติดต่อที่ เอบร์นี้ได้ค่ะ 087-0915171 นิคค่ะ
ดีจังเลยนะคะ แป้นก็อยากทำอะไรแบบนี้บ้างจัง เดี๋ยวจะลองเข้า เวปที่บอกไว้นะคะ เผื่อถ้ามีโอกาสจะลองทำดูบ้างค่ะ
คุณนิคคะ จะเป็นสมาชิกได้ยังงัยคะ เพราะถ้าจะเข้าไปดูกิจกรรมที่ โรงพยาบาลที่เราสนใจจะต้อง login เข้าไปอะค่ะ
การเข้าไปทำกิจกรรมกับเด็กป่วยของนิค จะเป็นโครงการที่เราทำขึ้น ชื่อโครงการโรงพยาบาลมีสุข สามารถเข้าไปดูในเวปได้เลยค่ะ ไม่ต้อง login ถ้าสนใจจะร่วมเป็นอาสาสมัครก็เชิญได้เลยนะคะ