การshareความคิดจะเกิดสิ่งใหม่ๆเสมอแม้แต่หมอเอง

1-6-50

เพียงคุณเปลี่ยนความคิดชีวิตก็จะเปลี่ยนไป ใช้ได้ทั้งคนธรรมดาและการแพทย์ค่ะ

เช้าวันนี้ดิฉันก็เดินตามดมตามชมตามนโยบายที่ตั้งใจไว้ค่ะ        ดิฉันไปที่โอพีดีเจอคนไข้ที่มามองดิฉันอย่างจดๆจ้องๆว่าจะทักดีใหมหนอ (สายตาเธอบอกไว้ )

ดิฉันรีบยิ้มตอบทั้งๆที่จำไม่ได้ค่ะ     แต่เนื่องจากดิฉันมีหลายหัวโขนทำให้ต้องยิ้มไว้ก่อนค่ะ

หลังจากไต่ถามว่าเธอเป็นใครมาจากใหนก็ทราบว่าเป็นเพื่อนพี่ดารณี ภรรยาท่านปลัดวินัยค่ะ

ดิฉันรีบถามว่าแม่ยังอยู่ไหม      เธอรีบตอบอยู่ค่ะ

เธอเล่าเรื่องแม่ที่ยังแข็งแรงทั้งๆที่พี่ดารณีมาฝากดิฉันเพื่อเตรียมดูแลในระยะสุดท้ายก่อนตายเพราะไม่มีทางรักษาโดยได้ข้อมูลจากทางโรงพยาบาลอุบลบอกญาติไว้ค่ะ

ดิฉันฝากหมอ วิโรจน์ซึ่งเป็นแพทย์อายุรกรรมดูแล   ดิฉันเข้าใจว่าเป็นโรคตับ      มีน้ำในท้อง( เท่าที่จำได้  )

ญาติบอกว่าหมอที่อุบลไม่เชื่อว่าคุณแม่ยังมีชีวิตอยู่เพราะใช้ยาทุกอย่างแล้ว      และรักษาเต็มที่

หลังจากคุณแม่ดีขึ้นมากก็ไปโฆษณาให้คนไข้มาที่บำราศเพราะเชื่อใจว่าหมอเก่งค่ะ ( คงเป็นสาเหตุหนึ่งที่คนไข้ มากเพราะแรงโฆษณา ) ดิฉันมีแม่สามี กระดูกหัก5-6 ครั้ง     ลูกๆให้นั่งรถเข็นเพราะคิดว่าชาตินี้จะไม่ให้เดินอีกแม้แต่เวลาไปทานอาหาร

 ดิฉันเอามาฝึกเดินและพยายามช่วยตัวเอง  ขณะนี้อายุ 93 เดินป๋อและรู้สึกจะแข็งแรงกว่าลูกๆ  เพราะคุณย่ากินไข่วันละ3ฟอง พร้อมกับแกว่งแขวนทุกวัน   บางวันใช้ไม้เคาะหน้าแข้งคนเลี้ยงแทบหลบไม่ทัน

ดิฉันเล่าเพื่อเห็นพลังของความต่าง       การshareความคิดจะเกิดสิ่งใหม่ๆเสมอแม้แต่หมอเอง 

second openion ยังมีความหมายมากจริงๆ    

เพียงคุณเปลี่ยนความคิด      หาวิธีรักษาใหม่ๆหมอคนใหม่อาจจะได้แนวทางที่ดีกว่าค่ะ

แต่ไม่ใช่แปลว่าเราจะเปลี่ยนหมอไปเรื่อยๆเหมือนคนไข้บางคนที่ชอบลองนะคะ