ในอดีตได้มีผู้ทำนายอนาคตของโลกไว้ เช่นกัน และปัจจุบันก็พิสูจน์ถึงคำทำนายในอดีตมีส่วนถูกต้องอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งพัฒนาการของเทคโนโลยี เช่น เครื่องควบคุมระยะไกล (Remote Control) ซึ่งเป็นสิ่งธรรมดาในปัจจุบันแต่เป็นความฝันของมนุษย์ในปี ค.ศ. 1950 นอกจากนี้เครื่องเล่นวีดิทัศน์ (VCR) เครื่องล้างจาน เครื่องซักผ้า โทรทัศน์สามมิติ Helicopterส่วนตัว สิ่งเหล่านี้เคยเป็นความฝัน หรือ Vision ของคนในอดีตทั้งสิ้นเช่น
ระบบการจำเสียงสั่งงาน (Speech Recognition) โดยคอมพิวเตอร์ จะทำหน้าที่รับคำสั่งจาก คำพูดของมนุษย์ เป็นสิ่งปกติทั่วไปของคอมพิวเตอร์ที่สามารถรับคำสั่งด้วยคำพูดได้ และจะมีระบบที่พัฒนาแทนการสั่งด้วย แป้นพิมพ์ หรือกดปุ่มที่ใช้ร่วมกับ Mouse อย่างปัจจุบัน
มีคอมพิวเตอร์ที่จะสามารถทำให้ระบบโทรศัพท์เพิ่มจำนวนคู่สนทนาได้มากขึ้น และสามารถพูดได้พร้อม ๆ กัน จำนวนมากขึ้นด้วย
จะมีเพื่อนตามสายในเครือข่าย (Network Friends) โดยที่ไม่เคยพบกันมาก่อน
เครื่องคอมพิวเตอร์ชนิดพกพาจะถูกนำมาใช้โดยมีระบบการตอบรับ หรือให้คำปรึกษาอัตโนมัติ (PDA) เปรียบเสมือนมีที่ปรึกษาประจำตัวตลอดเวลา นอกจากนี้คอมพิวเตอร์ยังสามารถสั่งการให้อุปกรณ์และเครื่องใช้ต่าง ๆ ทั้งที่บ้าน และที่ทำงาน ทำงานได้ตามความประสงค์
รัฐบาลจะขยายการใช้คลื่นวิทยุให้มีการเพิ่มจำนวนช่องสัญญาณ และความถี่มากขึ้น โดยคลื่นวิทยุจะนำไปใช้เพิ่มสถานีวิทยุ สถานีวิทยุโทรทัศน์ และ นำไปใช้ในอุปกรณ์สื่อสาร เช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่มากขึ้น และยังใช้คลื่นวิทยุในการส่งข้อมูลเพื่อการสื่อสารในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศแทนการใช้สายเคเบิล
คอมพิวเตอร์จะช่วยสามารถสร้างงาน และแก้ปัญหาที่ใช้ความสามารถ เกินกว่าที่มนุษย์จะสามารถทำได้
หุ่นยนต์ที่นำมาใช้งานจะควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ที่มีสมรรถนะในการทำงานสั่งการ และควบคุมการทำงานได้อย่างดีเกินกว่าที่มนุษย์ทั่วไปจะทำได้
จากคำทำนายดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มของเทคโนโลยี ที่มีความสัมพันธ์กับเทคโนโลยี สารสนเทศที่จะนำไปใช้ในสถานศึกษา หรือพัฒนาการเรียนการสอน
อะไรจะเกิดกับโลกของเราในอนาคต
โลก..เป็นดาวเคราะห์กลมๆ สีน้ำเงิน อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์เป็นลำดับที่ ๓ ใหญ่เป็นอันดับที่ ๕ ในบรรดาดาวเคราะห์ทั้งหมดในระบบสุริยะ ปัจจุบันโลกมีอายุประมาณ ๔.๐-๔.๖ พันล้านปี เคยมีผู้ทำนายทายทักเขย่าขวัญชาวโลกให้ช็อกซีนีมากันมาหลายครั้งแล้ว ว่า โลกจะแตกสลายลงด้วยเหตุต่างๆ นานา แต่โลกก็ยังคงอยู่มาได้จนทุกวันนี้ ซึ่งเรื่องนี้ในพระไตรปิฎกก็บอกไว้ว่า โลกมีอายุยาวนานมาก ไม่สามารถนับได้ด้วยหน่วยการนับทางคณิตศาสตร์ และจะดำรงอยู่อีกนานแสนนาน ไม่แตกสลายง่ายๆ
เมื่อยังเด็ก จำได้ว่าโลกใบน้อยมี ๓ ฤดู คือ ฤดูร้อน ฤดูฝนและฤดูหนาว กาลเวลาผ่านไป ฤดูกาลทั้ง ๓ ในประเทศไทยกลับกลายเป็นฤดูร้อน ร้อนกว่าและร้อนที่สุดไปเสียแล้ว
เกิดอะไรขึ้นหรือ โลกถึงได้ร้อนสาหัสขนาดนี้
เรื่องโลกร้อน หรือ Global Warming นี้ นักวิทยาศาสตร์บอกว่า "เป็นเพราะมีปริมาณ ก๊าซเรือนกระจกมากเกินไป" ซึ่งนักอนุรักษ์ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมบอกว่า "ต้องลดก๊าซเรือนกระจก ที่มีคาร์บอนไดออกไซด์เป็นหัวหน้าใหญ่ให้น้อยลง"
สาเหตุการเกิดของก๊าซเรือนกระจกชนิด ต่างๆ ส่วนใหญ่เกิดในภาคอุตสาหกรรม นอกจากฝีมือมนุษย์แล้ว โค กระบือ ก็ยังตกเป็นผู้ต้องหา โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวว่าเป็นต้นเหตุให้โลกร้อนเช่นกัน เพราะเมื่อมันผายลมออกมา จะมีก๊าซมีเทนซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกออกมาด้วย
ขณะนี้ ก๊าซเรือนกระจกที่เปรียบคล้ายผ้าห่มคลุมโลก มีมากเกินไป ความร้อนจากดวงอาทิตย์จึงไม่สามารถสะท้อน กลับออกไปสู่อวกาศได้ ทำให้โลกทวีความร้อนขึ้นประมาณ ๐.๖ - ๐.๗ องศาเซลเซียสต่อปี
โลกร้อน นอกจากจะทำให้รู้สึกไม่สบายตัว ไม่สบายใจแล้ว ยังมีผลร้ายที่ตามมามากมาย เช่น ทำให้น้ำแข็งบริเวณขั้วโลกละลายไหลลงสู่ทะเล ระดับน้ำทะเลก็จะสูงขึ้น มีผลให้พื้นที่ชายฝั่งทะเลบางส่วนจมหายไป ซึ่งปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นแล้วในหลายประเทศ รวมทั้งประเทศไทยด้วย
อุณหภูมิที่สูงขึ้น ยังทำให้ฤดูกาลเปลี่ยนแปลง ส่งผลต่อทุกชีวิตในระบบนิเวศ ซึ่งจะต้องปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ ถ้าปรับตัวไม่ได้ก็ต้องอพยพย้ายถิ่นฐาน หรืออาจสูญพันธุ์ไปเลย ตัวอย่างเช่น ลูกเต่ามะเฟืองที่อยู่ในไข่จะถูกกำหนดเพศ ด้วยอุณหภูมิของทราย หากโลกร้อนขึ้น โอกาสที่ลูกเต่ามะเฟืองจะเป็นเพศเดียวกันทั้งหมดเป็นไปได้สูง ซึ่งจะทำให้มันสูญพันธุ์ในที่สุด
สำหรับกรณีของพืช ถ้าฝนฟ้าแปรปรวน ผลผลิตทางด้านการเกษตรก็จะลดลง และถ้าอุณหภูมิสูงขึ้นมาก พื้นที่บางแห่งอาจกลายเป็นทะเลทราย ทำการเกษตรไม่ได้ ประชาชนจะขาดแคลนทั้งอาหารและน้ำดื่ม
นอกจากนี้ โรคติดต่อบางชนิด เช่น มาลาเรีย จะแพร่ระบาดในพื้นที่ที่ไม่เคยมีโรคนี้มาก่อน ภัยธรรมชาติจะเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และรุนแรงมากขึ้น ดังเช่น ภัยจากคลื่นความร้อนที่ปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกของสหรัฐ ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก
ในเมื่อโลกนี้จะยังไม่แตกสลายไปง่ายๆ ดังคำทำนาย และลูกหลานของเรา จะต้องดำรงชีวิตอยู่ในโลกนี้ต่อไปอีกนาน ในฐานะบรรพบุรุษ เราจะทำอย่างไรดีโลกจึงจะน่าอยู่
"ตัวเล็กๆ อย่างเรา ก็ช่วยได้ เริ่มจากสิ่งใกล้ตัว..."
เราสามารถช่วยโลกได้ด้วยวิธีง่ายๆ เช่น ตรวจสภาพรถไม่ให้มีควันดำ ใช้กระดาษทั้ง ๒ หน้า ประหยัดน้ำ ประหยัดไฟ รวมทั้งควรประหยัดทรัพยากรทุกอย่าง เพราะการผลิตน้ำ ไฟ ข้าวของ เครื่องใช้ต่างๆ ต้องใช้พลังงาน ซึ่งส่วนใหญก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก และถ้าเป็นไปได้ควรช่วยกันปลูกต้นไม้ ช่วยดูแลรักษาป่า เพื่อให้ต้นไม้ช่วย ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ หากตั้งใจทำในสิ่งที่พอทำได้ แม้เพียงคนละเล็กละน้อย ก็จะช่วยโลกได้
สวัสดีค่ะอาจารย์..วรรธนชัย (。◕‿◕。) ♫ ♬ ♪ ♩ ♭
ถูกมั้ยคะอาจารย์
ขอบคุณค่ะ
ใช้ครับ คุณครูอ้อย ถ้าเราไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย
ดีใจจังค่ะ.... มือไม่หด..อิอิ