ต่อจากตอนที่ 1

(ต่อจากตอนที่ 1)...

การออกกำลังช่วยอย่างไร...                                         

(1). ป้องกันโรคอ้วน...                                                    

ผู้ชายที่มีความเสี่ยงต่อโรคอ้วน และกลุ่มอาการเมทาโบลิคเกือบทั้งหมดออกกำลัง และควบคุมอาหารดี

การศึกษาผลการออกกำลังอย่างหนัก 4 เดือนในคนอ้วน 30 คนในสิงคโปร์เมื่อปี 2546 โดยไม่ควบคุมอาหารเลย กลุ่มตัวอย่างน้ำหนักลดลง 11.8 กิโลกรัม เส้นรอบพุงลดลง 14% เส้นรอบเอวลดลง

(2). ลดไตรกลีเซอไรด์...                                               

การออกกำลังลดระดับไขมันในเลือดชนิดไตรกลีเซอไรด์ได้ดีกว่าการลดน้ำหนักเพียงอย่างเดียว(โดยไม่ออกกำลัง)

(3). เพิ่ม HDL...                                                           

การออกกำลังเทียบเท่าการเดินสัปดาห์ละ 12.8 กิโลเมตร หรือเฉลี่ยวันละ 1.83 กิโลเมตรขึ้นไป ช่วยเพิ่มระดับโคเลสเตอรอล(ไขมันในเลือด)ชนิดดี (HDL) ได้ ถ้าออกกำลังมากขึ้นมีแนวโน้มจะเพิ่ม HDL ได้มากขึ้นตามไปด้วย

(4). ลดความดันเลือด...                                                

การออกกำลังช่วยลดความดันเลือด การออกกำลังที่ทำต่อเนื่องและนานมากพอ (endurance exercise) เช่น การเดินเร็ว 30 นาทีต่อวันขึ้นไป ฯลฯ มีแนวโน้มจะช่วยลดความดันเลือดได้มากกว่าการออกกำลังแบบอื่นๆ โดยจะลดความดันเลือดตัวบน (systolic blood pressure) ได้ 4-9 มิลลิเมตรปรอท

(5). ลดน้ำตาลในเลือด...                                              

การออกกำลังทำให้กล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่ออื่นๆ ไวต่อฮอร์โมนอินซูลินมากขึ้น ทำให้ตับอ่อนไม่ต้องทำงานหนักในการหลั่งอินซูลินออกมาคราวละมากๆ จึงช่วยลดทั้งระดับน้ำตาล และระดับอินซูลิน

นอกจากนั้นการออกกำลังยังมีส่วนช่วยลดโคเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) ลดการอักเสบในเลือด ซึ่งจะแสดงออกผ่านการลดระดับซี-รีแอคทีฟ โปรตีน (C-reactive protein) ช่วยให้เซลล์ชั้นในของเส้นเลือดแดง (endothelium) ยืดหยุ่นได้ดี และช่วยลดความเครียด

การออกกำลังแรงปานกลางขึ้นไป เช่น การเดินคราวละ 30-45 นาที ฯลฯ ให้ได้เกือบทุกวัน(หรือทุกวัน)มีส่วนช่วยป้องกันโรคอ้วนลงพุง และกลุ่มอาการเมทาโบลิคได้

ส่วนท่านที่มีโรคอ้วนลงพุง หรือกลุ่มอาการเมทาโบลิคแล้ว... ควรออกกำลังมากเป็น 2 เท่า เทียบเท่าการเดินเร็ววันละ 60-90 นาทีจึงจะได้ผลดี

การลดความอ้วนช่วยได้อย่างไร...                               

กลุ่มอาการเมทาโบลิคพบน้อยมากในคนที่น้ำหนักตัวปกติ คิดจากค่าดัชนีมวลกาย (body mass index / BMI) ซึ่งใช้น้ำหนักเป็นกิโลกรัมมาตั้ง หารด้วยส่วนสูงเป็นเมตร 2 ครั้ง ค่าปกติในฝรั่งหรือชาวตะวันตกไม่ควรเกิน 25 ค่าปกติในคนไทยหรือเอเชียไม่ควรเกิน 23

คนอ้วนส่วนใหญ่จะมีโรคอ้วนลงพุง หรือมีกลุ่มอาการเมทาโบลิค การลดความอ้วนร่วมกับการออกกำลังกายร่วมกันช่วยได้มากกว่าการลดความอ้วนด้วยการออกกำลังอย่างเดียว หรือควบคุมอาหารอย่างเดียว

  • โปรดคลิกที่นี่ เพื่ออ่านตอนต่อไป (ตอนที่ 3)
  • [ Click - Click ]
  • บันทึกชุดนี้มี 9 ตอน ขอเรียนเสนอให้อ่านเริ่มจากตอนที่ 1
  • โปรดคลิกที่นี่ เพื่ออ่านตอนแรก (ตอนที่ 1)
  • [ Click - Click ]

ขอแนะนำ...                                                                  

    แหล่งที่มา:                                      

  • Primed Patient Education Center > Health-e-News. February 2007 > The metabolic syndrome: Therapy > [ Click ] > http://patientedu.org/aspx/HealthELibrary/HealthETopic.aspx?cid=N0706a
  • บล็อก "บ้านสุขภาพ" มุ่งส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่รักษาโรค
  • ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำไปใช้
  • ขอขอบพระคุณ > โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี + อาจารย์เทวินทร์ อุปนันท์ IT
  • ขอขอบพระคุณ > ศูนย์มะเร็งลำปาง + อาจารย์ ณรงค์ ม่วงตานี และอาจารย์เทพรัตน์ บุณยะประภูติ IT
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์. จัดทำ > 1 มิถุนายน 2550.