กลุ่มผู้คนที่มาดูงานและภาพสะท้อนสังคมศิลปะ

  • ผมนำเอาใบลงทะเบียน และสมุดเขียนเยี่ยมเยือน  มานั่งดู แต่เดิมก็ว่าจะลองวิเคราะห์และนำมาเล่าบันทึกไว้ในนี้  แต่เอาไว้ทำเป็นเรื่องวเป็นราวดีกว่า เพราะมีแง่มุมที่ให้ประเด็นความสนใจสำหรับการทำเวทีศิลปะและกิจกรรมวิชาการทางศิลปะในสังคมเมืองหลายเรื่องเหมือนกัน
  • เลยขอเล่าแบบไม่เป็นระบบ ให้คนที่สนใจได้เห็นเรื่องราวไปด้วยหลายๆด้านนะครับ  
  • กลุ่มคนที่ให้ความสนใจและดูงานศิลปะ งานครั้งนี้แสดง 10 วัน ระหว่าง 19 พฤศจิกายน - 9 ธันวาคม 2551 มีคนให้ข้อมูลการเข้าชมในในลงทะเบียน และเขียนสะท้อนความคิดเห็นในสมุดเยี่ยม  2 ส่วนรวมแล้วประมาณ 250 คน ผมได้ไปนั่งเฝ้างานและนั่งคุยกับเพื่อนอยู่วันหนึ่ง ลองสังเกตดูก็พบว่า คนที่เข้าไม่ดูเฉยๆ ที่ไม่ลงทะเบียนและร่วมเขียนพูดคุยก็มีประมาณ 1 ใน 10 คน ดังนั้น หากประมาณว่า  มีคนได้ชมการแสดงงานศิลปะในครั้งนี้สัก 300 คนก็คงไม่เกินความจริง  ตลอดงานก็คงจะเฉลี่ยวันละ 6-10 คน ซึ่งเมื่อพิจารณาร่วมกับข้อจำกัดทั้งในเรื่องการจัดการ  การประชาสัมพันธ์  ความทุลักทุเลสารพัด และอาณาบริเวณที่เป็นที่รับรู้ได้จำเพาะกลุ่ม เหล่านี้แล้ว ก็คิดว่าการมีคนมาชมในระดับนี้ก็นับว่าใช้ได้ครับ
  • เป็นกลุ่มที่เล็กน้อยแต่มีคุณภาพ กลุ่มผู้เข้าชมจำนวนประมาณ 300 คนนี้ แม้นเล็กน้อย ทว่า หลากหลายกลุ่มทางสังคมพอสมควร และสะท้อนกลุ่มคนที่ทำงานความรู้ การศึกษา สื่อมวลชน และงานทางปัญญาของสังคม เป็นครูอาจารย์และนักศึกษาจากหลายมหาวิทยาลัย เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต  มหาวิทยาลัยศิลปากร  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล เพาะช่าง  วิทยาเขตอุเทนถวาย  รวมทั้งมีสถานศึกษาก่อนมหาวิทยาลัย เช่น โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และโรงเรียนมัธยม ซึ่งเข้าชมเป็นกลุ่มทั้งครูอาจารย์และนักเรียน
  • สะท้อนกลุ่มวิชาการแบบสหสาขา กลุ่มผู้ชมที่มาจากสถาบันการศึกษาและภาควิชาการมีความหลากหลายอย่างน่าสนใจ คือ มาจากสาขาแพทยศาสตร์ สัตวแพทย์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ ครุศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ ศิลปกรรมศาสตร์และวิจิตรศิลป์  รัฐศาสตร์  กลุ่มทางวิชาการที่เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดและหลากหลายที่สุดมาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ซึ่งจากการลองถามไถ่พูดคุยดู ก็น่าจะมาจากความอยู่ใกล้ พอเจอป้ายบอกงานก็แวะเข้าชมโดยไม่ตั้งใจ  อาจารย์ให้ทำรายงานและเพื่อนแนะนำให้มา
  • คนแถวหน้าของวงการ ในใบลงทะเบียนเยี่ยมชมมีกูรุของแวดวงศิลปะ หนังสือ และวรรณกรรม คือ อาจารย์สุชาติ สวัสดิ์ศรี ลงนามการมาเยี่ยมชมด้วย อาจารย์โกศล  พิณกุล คนเพาะช่างรุ่นเก่าแก่และเป็นมือสีน้ำของประเทศคนหนึ่ง ก็มา  ศิษย์เก่าของเพาะช่างรุ่นเก่าแก่ 2-3 คน
  • กลุ่มคนทำสื่อทางศิลปวัฒนธรรมและสื่อมวลชน คือ รายการสอนศิลป์ของ สถานีทีวีไทย (TPBS) ทีมทำงานในบล๊อกโอเคเนชั่นและคนทำสื่อในเครือเนชั่นกรุ๊ป  คนทำงานสื่อสารคดี ที่เป็นมืออาชีพอิสระ (Freelance) ซึ่งกลุ่มนี้แม้เล็กน้อย แต่เป็นกลุ่มทำสื่อสารคดีและเชิงวิชาการ ในแนวทางที่น่าสนใจสำหรับอนาคตมาก
  • กลุ่มคนทำงานศิลปะ มีกลุ่มคนทำงานศิลปะ แสดงงาน และใช้ชีวิตด้วยการทำงานศิลปะมาชมด้วยเล็กน้อย  ทั้งมาให้กำลังใจและมาหาแรงบันดาลใจ บอกว่าได้ความเป็นชีวิตและเห็นความหลากหลาย รวมทั้งบอกว่าก็ยังดีที่มีงานศิลปะให้ดู ทำให้ชีวิตหายความซึมเศร้า
  • การรับข้อมูลข่าวสารและการประชาสัมพันธ์ ลุ่มผู้เข้าชมได้รับทราบข้อมูลหลากหลายและกระจายมาก ทั้งจากสื่อมวลชน จากการบอกปากต่อปาก จากเพื่อน จากบล๊อกเพาะช่างและบล๊อกโอเคเนชั่น จากอาจารย์ จากการเชิญของกลุ่มจิตรกรเอง  จากป้ายโปสเตอร์ข้างทาง และจากการมาทำธุระอย่างอื่นแล้วแวะเข้ามาดู

พวกเพื่อนๆประเมินตนเองแล้ว  ต่างสะท้อนว่าพอใจ และทำให้เห็นขอบเขตของการทำงานเป็นกลุ่มและผสมผสานการขับเคลื่อนเรื่องอื่นๆอย่างที่อยากคิดอยากทำไปด้วยอย่างนี้เพื่อปรับปรุงให้ดีกว่าเดิมในอนาคต แล้วก็วางแนวทำงานหลวมเพื่อจะแสดงด้วยกันอย่างนี้อีกในปี 2552 และ 2553 ที่เพาะช่าง และกลับไปที่หอศิลป์จามจุรีอีกครั้ง ในช่วงเวาปลายฝนต้นหนาวแบบเดิมอย่างนี้แหละครับ.