วันนี้ 9 ธันวาคม 2551 เป็นวันแสดงงานวันสุดท้ายแล้วละคุณใบไม้ย้อนแสงและท่านที่สนใจ พรุ่งนี้ 10 ธันวาคม 2551 ผมเลยขอชวนเพื่อนๆ ให้ไปเก็บงานพร้อมๆกัน อยากจะชวนนั่งกินข้าวและคุยหาบทเรียน หรือสะท้อนประสบการณ์และทรรศนะดีๆ ที่จะทำให้ได้ความสุขความซาบซึ้งจากการแสดงงานด้วยกัน
แล้วก็อาจจะทำความคิด มองไปข้างหน้า เผื่อจะได้ทำงานสะสมและได้มีโอกาสแสดงงานด้วยกันอีก ก็จะได้เห็นแนวทางของกันและกันแต่เนิ่นๆ
จริงๆ แล้วผมอยากคุยกับเพื่อนๆ เป็นรายบุคคลไปทีละนิด เพราะส่วนใหญ่มักทำงานทางสังคมผสมผสานไปกับทำงานศิลปะไปด้วย ซึ่งผมมานั่งตกผลึกความคิดดู ก็พบว่า แม้จะต่างกรรม ต่างวาระ ต่างเทศะ กัน แต่ก็มีลักษณะร่วมกันอย่างหนึ่งคือ มักมีบทบาทต่อการพัฒนาคน กลุ่มคน และชุมชนความสนใจ เหมือนกัน คือ.........
วิเชษฐ์ จันทร์นิยม เป็นคนทำงานเชิงอุดมคติมาแต่เป็นนักเรียนศิลปะ ในอดีตก็เรียกว่าหัวเอียงซ้ายอ่อนๆ เป็นนักกิจกรรมที่อยู่ฝ่ายคนระดับล่างของสังคม เวลาเข้ากลุ่ม เขาจะเป็นนักร้อง แววเสียงวงแฮมเมอร์ให้ผมเล่นกีตาร์ หากสนใจและจำอะไรได้ ก็จะจำได้อย่างเป็นระบบ เข้าถึงรายละเอียดและวิพากษ์วิจารณ์ได้ เป็นนักอ่าน นักค้นคว้า มักทำงานเพื่อสังคมไปด้วย ทั้งการระดมทุนเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ ระยะหลังวิเชษฐ์สนใจเรื่องการพัฒนาเด็กและครอบครัวผ่านการทำงานศิลปะและกิจกรรมแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ของเด็กๆ เขาจัดค่ายศิลปะเด็กโดยเลือกความสนใจของเด็กและพิจารณาความสามารถมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง
ยง สุไลมาน เป็นเพื่อนชาวมุสลิม เคร่งครัดและเข้มงวดต่อตนเองมาแต่ไหนแต่ไร ทว่า ไม่เคยทำให้คนรอบข้างที่มีความแตกต่างกันรู้สึกอึดอัดหรือแบ่งแยก เป็นเพื่อนที่มีความน่าเคารพ ไม่เคยเห็นว่าโกรธหรือใช้อารมณ์กับใครเลย สุขุมเยือกเย็น ทำงานหนักและมีวินัยต่อตนเองทั้งต่อการทำงานศิลปะและการงานเพื่อดำเนินชีวิต มีกลุ่มสนใจที่เขาสอนศิลปะอยู่หลายกลุ่ม และบางคนที่เป็นเด็กต่างจังหวัด ฐานะยากจน ยงก็ไม่เพียงแต่สอน ทว่า กลับหาที่อยู่ที่กิน ฝึกฝนวิชาให้จนสามารถศึกษาเล่าเรียน หรือออกไปตั้งหลักให้แก่ตนเองได้
เมื่อวันเปิดแสดงงาน ผมได้เจอเด็กหนุ่มคนหนึ่งไปร่วมงาน และแนะนำตนเองว่าเป็นรุ่นน้องสาขาจิตรกรรมสากล พร้อมกับบอกว่า ได้อาศัยเรียนและมียงเป็นคนช่วยดูแลช่วยเหลือ เลยนับถือเหมือนเป็นพ่อ
พร เทพสนธิ ในด้านที่ทำงานศิลปะและงานฝีมือนั้น นอกจากงานสีน้ำที่ร่วมแสดงงานในครั้งนี้แล้ว งานกระดาษและตุ๊กตาเส้นไยกล้วย ของเธอ ก็เป็นที่รู้จักทั้งในและต่างประเทศในกลุ่มผู้สนใจมากทีเดียว เธอทำงานที่เธอรักและใช้เป็นหนทางได้อยู่กับชุมชนที่ระยองบ้านเกิด ผลงานได้รางวัลผลิตภัณฑ์โอท็อปของจังหวัด พาเด็กและกลุ่มชาวบ้าน กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มเล็กๆ มาทำงานฝีมือ บางวันที่อารมณ์ดีก็ออกไปบรรยายและถ่ายทอดความคิด-ความบันดาลใจ ให้คนมีหนทางสร้างสรรค์ความสุขและความเบิกบานในชีวิตด้วยสองมือและวัตถุดิบท้องถิ่นง่ายๆ
เลิศชาย สินเสริฐ สอนศิลปะเด็ก และมีผลงานทำการ์ดโทรศัพท์-ทำสื่อศิลปะ ขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ที่ทำให้ผู้คนต้องสะสมเป็นของรักของหวงหลายชิ้น
จิรพร สินเสริฐ เป็นมือเขียนภาพประกอบของหนังสือแนวหน้ามาหลายเล่ม
วันชัย ผลอิน เป็นครูสอนศิลปะให้กับกลุ่มสนใจมากมายหลายกลุ่ม เช่น กลุ่มผู้ต้องขัง กลุ่มผู้ป่วยทางจิตเวช กลุ่มนักศึกษาและบุคลากรที่สนใจศิลปะ ของมหาวิทยาลัยมหิดล กลุ่มคนทำงานทางการศึกษา และกลุ่มคนทำงานธุรกิจที่อยากฝึกตนเองให้สามารถมีความสุขกับการอยู่กับตนเองด้วยวิธีการทางศิลปะ
สิริพงศ์ ศุกระรุจิ เป็นคนเขียนหนังสือ แต้มสีความตายให้สวยงาม ที่เป็นหนังสือขายดีของสำนักพิมพ์อัมรินทร์พริ๊นติ้ง เพื่อสู้กับความเจ็บป่วยจากการเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย แล้วก็สู้ฝืนความวิกฤติในชีวิต ระดมเพื่อนจัดเวิร์คช็อปพัฒนาการจัดการเรียนการสอนศิลปะ ให้กับครูศิลปะสหสาขา ที่ไม่ได้จบการศึกษาทางศิลปะ ในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก เพื่อทำให้ชีวิตในห้วงสุดท้ายให้มีคุณค่าและความหมายต่อศิลปะที่ตนเองรักให้มากที่สุด
ไปๆมาๆเลยก็นอกจากจะยังไม่เป็นอะไรแล้ว ก็กลายเป็นยิ่งหายวันหายคืน จนกลายเป็นคนหนึ่งที่ได้บทเรียนชีวิตอย่างลึกซึ้งที่สุดในเรื่อง ศิลปะกับการบำบัดและเยียวยาทั้งทางสุขภาพกาย สุขภาพใจ และการสร้างสรรค์ทางสังคม
อนันตชัย กลางทิม อยู่เมืองกาญจน์ แล้วก็มีกลุ่มเรียนศิลปะไปด้วยหลายกลุ่มทั้งกลุ่มคนทำงาน และกลุ่มนักเรียนนักศึกษา ส่งลูกหลานของชาวชนบทให้สามารถเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยและกลับไปช่วยถิ่นฐานบ้านเกิดของตนได้หลายคน
ครั้งหนึ่ง ผมเคยไปเป็นวิทยากรอบรมการทำสื่อ การถ่ายทอดสื่อสาร และการจัดการความรู้ ในเครือข่ายสุขภาพปฐมภูมิ ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี
มีวิทยากรคนหนุ่มสาวสองคน เป็นมืออาชีพทางกราฟิคดีไซน์ทั้งสื่อติดตั้ง และสื่อไอที แล้วก็เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยศิลปากรด้วย เก่งทั้งฝีมือและการถ่ายทอด
ปรากฏว่าเป็นลูกศิษย์ของอนันต์ที่เรียนศิลปะตามบ้าน เขาเป็นมืออาชีพและได้กลับไปช่วยชุมชนบ้านเกิดตั้งแต่เป็นนักศึกษาเลยทีเดียว
มาโนช กลิ่นทรัพย์ เป็นนักกิจกรรมส่วนรวมตั้งแต่ตอนเป็นนักเรียนศิลปะ นอกจากทำงานศิลปะและแสดงงานอย่างต่อเนื่องแล้ว ก็ชอบมีส่วนร่วมในการใช้ศิลปะส้รางความตื่นตัวของผู้คน เป็นตัวตั้งตัวตีในการทำให้เพื่อนๆได้แสดงงานด้วยกันที่หอศิลป์จามจุรีครั้งนี้ อยากส่งเสริมมหาวิทยาลัยที่ตนเองทำงานอยู่ด้วย ทำนองนั้น
ตอนนั่งคุยกันจะลองถอดบทเรียนของแต่ละคนดู น่าจะได้อะไรที่น่าสนใจมากเลย