แนวทางการวิจัยและศึกษาทางปรากฏการณ์วิทยา ผมเคยศึกษาเอาจากการวิจัยเชิงคุณภาพ และงานเขียนที่เกี่ยวกับการวิจัยเชิงปฏิบัติการ และการวิจัยเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วม โดยปรกติก็ได้ใช้ในการวิเคราะห์ในเรื่องที่เกี่ยวกับสื่อและการสื่อสารเรียนรู้ แล้วก็แนวทางนี้ เหมาะมากสำหรับการทำเค้าโครงเรื่องเล่าเชิงสารคดี หรือการถ่ายทอดเรื่องราว เลยก็เหมาะสำหรับงานแบบคนทำสื่อ และการสื่อสารเพื่อพัฒนาการศึกษาเรียนรู้
แต่ถ้าหากสนใจ และศึกษาให้ลึกลงไปอีกก็จะสามารถประยุกต์ใช้ได้ยืดหยุ่นดีขึ้นครับ และบางทีก็อาจจะจำเป็นมากเหมือนกัน เพราะแนวคิดพื้นฐานของปรากฏการณ์วิทยานั้น เป็นทรรศนะที่อยู่ชุดความคิดที่เน้นความเป็นวัตถุและสิ่งที่ปรากฏแบบจับต้อง ชั่ง ตวงวัด ได้ คล้ายกับคำพูดที่ว่า ปรากฏการณ์และสิ่งที่สามารถเห็นและจับต้องได้คือความจริง ซึ่งก็สร้างความเป็นจริงในมุมกลับและเป็น Anti-Thesis ได้อีกชุดหนึ่งว่า ปรากฏการณ์ที่ไม่สามารถเห็นและไม่รู้จึงไม่มีอยู่จริง
จะเห็นว่า มีพื้นฐานในการปฏิเสธและไม่ยอมรับสิ่งที่อยู่นอกความรู้และการรับรู้ของเราอยู่ในที มันจึงมีข้อจำกัดสำหรับการวิจัยและศึกษาเรื่องที่อิงอยู่กับความเป็นมนุษย์และสิ่งที่เป็นปรากฏการณ์ทางสังคม เช่น การสื่อสาร การศึกษาเรียนรู้ การพูดการแสดงออก กระบวนการเชิงพฤติกรรม วิถีวัฒนธรรม การเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงของสังคม พัฒนาการของชุมชน สุนทรียภาพ และเรื่องที่มาจากมิติจิตใจ ความรู้สึกนึกคิด