การมีเครือข่ายทางวิชาการ คนสร้างความรู้และร่วมแลกเปลี่ยนวิทยาการ-ทักษะการคิดและการจัดการเป็นกลุ่ม ลงไปปฏิสัมพันธ์กับชุมชน อย่างที่คุณใบไม้ หมอปกรณ์ และหลายคนจากมหาวิทยาลัยมหิดล กับหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ ก็ลงไปกันในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นการสานพลังทางปัญญากันของสังคมที่มีความแตกต่างหลากหลาย โดยมีหน่วยทางสังคมเล็กๆ ระดับชุมชนรองรับ ผมว่าเป็นเรื่องดีและมีความหมายมากนะครับ
รูปแบบนี้เป็นรูปแบบหนึ่งที่กำลังพอเหมาะ สังคมของเรามักมีช่องว่างและความเหลื่อมล้ำเกิดขึ้นมากมายอยู่เสมอ ช่องว่างทางการคิดและช่องว่างทางความรู้ ก็มากมายมหาศาล บางเรื่องที่จำเป็นต้องอยู่ในวิถีชีวิตและแก้ปัญหาสารทุกข์สุขดิบ ก็มักจะเลยความเป็นจริงของสังคมไปมากมาย การไปค่อยๆพากันคิด ค่อยๆพากันทำ ทว่า เกิดกระบวนการเรียนรู้และมีวิธีทำกันเอง ค่อยๆยกระดับไปตามศักยภาพของชุมชนและกระทั่งดำเนินไปจนเหมือนเป็นมหาวิทยาลัยเปิดของประชาชน ก็น่าจะเป็นโอกาสเกิดสิ่งดีๆ อีกเยอะ
มองทางด้านวิชาการ ผมก็สนุกและมีความสุขครับ การทำงานแนวนี้ ทั้งเรื่องการวิจัย การจัดกระบวนการเรียนรู้ และการสื่อสารเพื่อสร้างพลังการเรียนรู้ ยังมีเรื่องให้ศึกษาเรียนรู้และพัฒนาขึ้นกับชุมชนได้อีกมากมาย ชื่นชมและดีใจที่ได้เจอคุณใบไม้ หมอปกรณ์ และทีม ครับ