GOOD TO GREAT

จากบริษัทที่ดี

สู่บริษัทที่ยิ่งใหญ่ทำกันอย่างไร  

 

  

สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านทุกท่าน

 

 

บทความนี้ผมได้จากการศึกษา งานวิจัยในหนังสือ GOOD TO GREAT จากบริษัทที่ดี สู่บริษัทที่ยิ่งใหญ่ และBUILT TO LAST องค์กรอมตะ ของ James C.Collins.และทีมงาน ซึ่งเป็นผู้ชำนาญการด้านบริหารจัดการที่มีชื่อเสียงของโลก

 

หลังจากอ่านแล้ว ผมได้ทำบูรณาและสรุปพฤติกรรมองค์การ การบริหารจัดการ ของระบริษัทที่ประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจ เป็นแนวทางในการปรับปรุงพัฒนาองค์การ เพื่อนำพาองค์กรสู่ความสำเร็จ ความก้าวหน้า ทั้งองค์การภาครัฐและเอกชน สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันกับต่างประเทศ สาระดังกล่าว มีดังนี้ครับ

 

สรุป พฤติกรรมองค์การ การทำงานของบริษัทที่ดี สู่บริษัทที่ยิ่งใหญ่ ยั่งยืน

  • ฝันที่จะยิ่งใหญ่ ไม่ใช่แค่ฝันแต่เรื่องกำไร 
  • พนักงานทุกคนได้รับการจรรโลงใจด้วยอุดมคติในอันที่จะสร้างความก้าวหน้าต่อบริษัท
  • ไม่ได้คิดถึงกำไรเป็นอันดับแรก การคิดถึงเรื่องกำไรเป็นเรื่องที่มาทีหลัง
  • สามารถยึดอุตมคติและยังดำเนินธุรกิจด้วยความสำเร็จได้
  • ทุ่มเททรัพยากรไปในเรื่องของการวิจัย เพื่อสร้างความมั่นคั่งให้กับบริษัท
  • เริ่มกิจการด้วยหลักการ 
  • มีหลักการที่ทำให้พนักงานหล่อหลอมเป็นทีมงานที่มีสปิริตและงานชนิดทุ่มเท ทุ่มใจให้กับนวัตกรรม องค์กรก็จะได้รับประโยชน์สูงสุด(46)
  • เคารพและสนับสนุนความสามารถของบุคคลให้ไปถึงจุดสุดยอด
  • ภารกิจ คน และการชี้นำของหลักการ คือหัวใจ
  • คน(PEOPLE) ผลิตภัณฑ์(PRODUCT) กำไร(PROFIT) คนต้องมาก่อน ต้องลงทุนเรื่องคนก่อน
  • มีวัตถุประสงค์ที่ยิ่งใหญ่มากกว่าคิดว่าจะต้องกำไร กำไรเป็นส่วนหนึ่งของวัตถุประสงค์ขององค์กร 
  • กำไรเป็นเงือนไขที่จำเป็นที่จะทำให้บริษัทอยู่ได้ เปรียบเสมือน อากาศที่เราหายใจ  ซึ่งแท้ที่จริง อากาศไม่ใช้วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของชีวิต
  • สร้างผลิตภัณฑ์และให้บริการแก่สังคมได้นั่น คือคุณค่าหลักที่แท้จริงของบริษัท
  • การทำกำไร ไม่ใช้เป้าหมายสุดท้าย แต่เป็นระยะทางที่ทรงคุณค่า เพื่อจะบรรลุเป้าหมาย  แต่ต้องผสมผสานระหว่าง กำไรและวัตถุประสงค์ของบริษัท
  • วัตถุประสงค์อันยิ่งใหญ่ ไม่ใช่เพียงแค่กำไร แต่อยู่ที่ลูกค้ายอมรับเรา  เมื่อเราได้สร้างสิ่งที่เราภูมิใจ ถ้าลูกค้ายอมรับเรานั่นแหละคือกำไรโดยแท้
  • สร้างและให้ความพึงพอใจแก่ลูกค้า
  • การพัฒนาองค์กรและการบริหาร ตลอดจนการพัฒนาการผลิต จะไม่หยุดนิ่งและมีความคิดใหม่ ๆ อยู่เสมอ
  • ตระหนักถึง การพัฒนาการบริหาร การปรับปรุงองค์กร เพื่อให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจมากที่สุด
  • สร้างสินค้าที่มีคุณภาพ เพื่อที่จะได้กำไรอย่างเพียงพอต่อบริษัท และเพื่อที่พนักงานจะได้มีโอกาสบรรลุวัตถุประสงค์
  • บริการที่ดี

  • คุณภาพที่ดี ราคายุติธรรม
  • สร้างกำไรให้กับบริษัท พนักงานและต่อสังคม
  • พนักงานต้องมาก่อน โดยพัฒนาในด้านความซื่อสัตย์ พยายามมองเห็นความดีของพนักงานและพัฒนาให้เป็นคนดีมีคุณภาพ 
  • แต่งตั้งพนักงานที่เห็นว่าสามารถทำได้ ถ้าทำไม่ได้ก็ให้ลาออกไป มีอารมณ์ขันในการทำงาน ทำงานให้เป็นเรื่องสนุก
  • ธุรกิจเกี่ยวข้องกับคน เราให้โอกาสเขาทั้งด้านทักษะและความสำเร็จต่อเขา พนักงานที่มีคุณภาพก็จะทำงานให้บรรลุถึงเป้าหมาย พนักงานที่ทำงานไม่ถึงเป้าหมายจะถูกเชิญออกไป  ทำงานให้หนักแต่สนุก
  • กล้าที่จะเปลี่ยน  ปรับปรุง พัฒนา กล้าที่จะท้าทายอยู่เสมอ
  • เคารพความคิดสร้างสรรค์ของผู้อื่น   สนับสนุนความคิดสร้างสรรค์  เคารพต่อพนักงาน เอาใจใส่ต่อพนักงานแต่ละคน
  • เป็นกันเอง  เอาใจเขามาใส่ใจเรา
  • สร้างระบบการให้รางวัลต่อพนักงานดีเด่น ที่ชัดเจน
  • คนคือพลัง  สินค้ามาจากพลังของพนักงาน
  • มุ่งมั่นเพื่อความเจริญก้าวหน้า(ความมุ่งมันนั้นเกิดจากความรู้สึกของมนุษย์ที่ต้องการจะค้นคว้า สร้างและค้นพบเพื่อที่จะปรับปรุง) จึงทำให้มีการพูดคุยยอดขาย และธุรกิจกับ
  • พนักงาน  เพื่อกระตุ้นการสร้าง และจงสร้างความก้าวหน้าไปทุก ๆ วัน
  • สร้างระบบการฝึกอบรม โรงเรียนในบริษัท เพื่อรองรับการพัฒนาพนักงาน ปลูกฝังให้พนักงานได้รู้เป้าหมาย และอุดมการณ์ของบริษัท มีหลักสูตรพัฒนาให้พนักงาน
  • ทำให้พนักงานเข้าใจ ถึงวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนว่า จะเป็นที่หนึ่งหรือที่สอง ของธุรกิจนี้
  • กระตุ้นให้เกิดความกระตือรือร้น แรงเหวี่ยง การจรรโลงและทำให้พนักงานมีขวัญกำลังใจ มีความคิดสร้างสรรค์
  • มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นบริษัท ที่ล้ำเลิศ และเป็นบริษัทที่มีคุณภาพ ยกฐานะของสังคม ประเทศชาติ
  • เก่งในการกระตุ้นให้คนในองค์กรทำงานได้ดี แทบพูดได้ว่าล้างสมองเลย แต่เป็นการล้างสมองที่ดี เพราะทำให้พนักงานมีความจงรักภักดีต่อองค์กร เพื่อที่จะได้ทำงานให้บรรลุเป้าหมาย
  • มีป้ายยินดีต้อนรับ…..เข้ามาเป็นพนักงาน และใช้เวลาในการสื่อสารให้เข้าใจถึงเป้าหมายที่สำคัญที่สุดว่าจะต้องบริการลูกค้าด้วยความเป็นเลิศ ทั้งด้วยความเป็นมืออาชีพจากพนักงาน กฎข้อแรกของบริษัทคือ จงใช้วิจารณญาณที่ดี ในการตัดสินใจปัญหาในทุกสถานการณ์ โปรดถามหัวหน้างานหรือผู้จัดการของคุณเมื่อคุณสงสัยทุกเวลา
  • เน้นและสนับสนุนให้พนักงานทำภารกิจ ให้ถึงความเป็นเลิศ
  • ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการอบรม หมายถึงความจงรักภักดี ความตื่นตัว และมีอุดมคติอย่างสูงที่จะบรรลุความสำเร็จ
  • พนักงานใหม่จะต้องเรียนรู้สิ่งซึ่งเป็นพื้นฐาน 3 ประการ คือ การฝึกพินิจพิจารณา การฝึกอบรมที่ต้องอบรม และปรัชญาทางด้านทักษะ พนักงานต้องเข้าใจในวัฒนธรรม และอุดมการณ์ ของบริษัทเหมือนกันทุกคน
  • สร้างสถานที่สำหรับพนักงานโดยเฉพาะ เพื่อเป็นสถานที่พบปะสังสรรค์ เป็นที่เรียนรู้และพักผ่อน  มีความเชื่อว่า สถานบันองค์การ เป็นสถานที่สร้างความเชื่อ ความศรัทธา เปรียบประดุจกับโรงเรียน โบสถ์ ทางศาสนา สอนให้พนักงานเสียสละตัวพนักงานเพื่อองค์การ ปลูกฝังให้พนักงานรู้สึกว่า การลาออกจากบริษัทเป็นการย้ายถิ่นหรืออพยพไปอยู่ดินแดนใหม่ สร้างความรู้สึกว่า องค์กรคือบ้านของเขา
  • เปลี่ยนโฉมพนักงานใหม่ ตั้งแต่พนักงานแรกเริ่มเข้าทำงานในบริษัท ฝึกทักษะ หรือฝีมือให้เป็นมืออาชีพจริง ๆ เพื่อรับใช้ลูกค้า  ถ้าคุณ ไม่สามารถให้บริการลูกค้าได้ ด้วยการทำตนให้มีคุณภาพ อยู่เสมอ คุณก็น่าจะไปอยู่ที่อื่นให้เร็วที่สุด
  • มีความสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับสภาพแวดล้อม  มีผู้บริหารระดับ 5 เป็นคนดีมีฝีมือ อ่อนน้อมถ่อมตน เรียบง่ายมนุษย์สัมพันธ์ดี แต่มีความมุ่งมั่นในการทำงาน เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง
  • เรียกร้องให้พนักงานทุกคน เข้ารับการฝึกอบรมในช่วงปฐมนิเทศ เพื่อที่จะอบรมให้พนักงานได้เข้าใจถึงปรัชญา อุดมการณ์ขององค์กร และวิธีการดำเนินธุรกิจของบริษัท
  • เน้นความสำคัญให้กับพนักงาน พนักงานต้องแต่งกายให้เรียบร้อย ผมก็ต้องสั้น พนักคนใดที่แต่งตัวแปลก ๆ บริษัทจะไม่พิจารณารับเข้ามาเลย แม้แต่พนักงานเก็บกวาดก็จะมีการสัมภาษณ์ถึง สองครั้ง
  • จัดครูฝึก ที่มีความชำนาญเป็นพิเศษในการจัดอบรม ปฐมนิเทศ สัมมนา โดยพยายามที่จะชี้ให้เห็นประวัติศาสตร์ ความเป็นมา ความยิ่งใหญ่ของบริษัท อุดมการณ์   ปลูกฝังและฝึกอบรมพนักงานให้ตระหนักว่า บริษัท สำคัญที่สุด
  • การฝึกอบรมปฐมนิเทศจะประกอบไปด้วยรูปภาพของประธานบริษัท ผู้บริหารที่ทรงเกียรติ เพื่อจะสร้างจินตภาพให้กับพนักงานว่า ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทนั้นนั่งร่วมอยู่ด้วย และมีผู้บริหารที่มีฝีมือ มีความรู้ ผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ที่บริษัท พนักงานจะรู้สึกราวกับว่าภูมิใจที่ได้เข้ามา และได้มีส่วนร่วม ในการสร้างบริษัทด้วยกัน
  • หลังจากฝึกอบรม  พนักงานจะถูกนำมาให้รู้จักกันเพื่อที่จะเข้าใจถึงงานหลักนั้นจริงๆ  สอนให้พนักงานเข้าใจบทบาท ภารกิจ  พนักงานใหม่ จะใช้เวลาส่วนมากในการพบปะกับพนักงานเก่าที่มีทัศคติที่ดีกับบริษัท(พี่เลี้ยง) จะยิ่งทำให้บริษัทปลูกฝังให้พนักงานได้ง่ายยิ่งขึ้น ราวกับอยู่สมาคมเดียวกัน และเป็นเหมือนเพื่อนบ้าน
  • สร้างความสัมพันธ์กับพนักงาน เปรียบเสมือน พ่อกับลูก เพื่อคาดหวังให้พนักงานทุ่มเทอุทิศชีวิตตัวเอง และให้มีความมุ่งมั่น  ปั้นพวกเขาเหล่านั้นให้เข้าใจถึงความคิดและการปฎิบัติในทิศทางของผู้เป็นพ่อ(ประธานบริษัท) ขจัดคนที่ไม่เหมาะสมออกไป ในขณะที่ผู้ที่ได้รับการดูแล สนับสนุน ผู้ที่รับใช้บริษัท คือผู้ที่อยู่ด้วยความจงรักภักดี
  • สร้างให้พนักงานรู้สึกภูมิใจในบริษัท
  • มีกระบวนการสร้างความเป็นบึกแผ่นต่อองค์การตั้งแต่วันว่าจ้าง
  • มีกลไกที่ตอบสนองพนักงานไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเงิน การลงทุน ความสำเร็จจะได้รับการฉลองจากบริษัท
  • มีผลประโยชน์จากบริษัทให้กับพนักงานที่ทำตามอุดมการณ์ของบริษัท
  • มีรางวัล คำชมเชยต่อพนักงานทีมีความมุมานะ และจริงใจที่จะสร้างบริษัทให้ดียิ่งขึ้น ๆ ไปและทำโทษพนักงานที่ไม่เอาใจใส่ในการสร้างบริษัท
  • สร้างมหาวิทยาลัยภายในและศูนย์ฝึกอบรม ให้ฝึกงานเฉพาะสาขากับผู้บังคับบัญชา
  • เขียนย้ำและจดจำเสมอถึงคำของบริษัทว่า พนักงานเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จและความยิ่งใหญ่
  • จัดให้มีความสมดุลย์ระหว่างอุมการณ์กับการกระตุ้นความเจริญเติบโตของพนักงานด้วย เพราะจะเสริมพลังให้กันและกัน ไม่ปล่อยให้ผู้มีความรู้หนีหายไป  ถึงแม้จะเน้นอุดมการณ์หลัก แต่ก็ให้อิสระต่อการ ปฏิบัติงาน โดยเริ่มปลูกฝังอุดมการณ์ให้พนักงานได้รู้ซึ้งตั้งแต่แรกเสียก่อน เพราะบริษัท จะต้องฝึกคน กำจัดคนไม่ดีเสียแต่ตอนแรก ก่อนทีคนไม่ดีจะเข้ามายังสถาบันอันทรงเกียรติ หลังจากนั้นก็จะให้พนักงานมีอิสระในการประยุกต์ทักษะและประสบการณ์เขาเอง พัฒนางาน
  • ฟังความเห็นทุกคนไม่ว่าจะดีหรือไม่
  • ยกพนักงานและสินค้าเป็นคุณค่าหลักก่อนตัวกำไรของบริษัทและชี้ให้เห็นถึงความสำคัญที่สูงสุดคือการที่พนักงานได้มีส่วนร่วมในภารกิจที่นำผลไปกับความพอใจของลูกค้า
  • สร้างระบบที่ให้พนักงานมีส่วนร่วมในการพัฒนาปรับปรุงระบบ
  • มีโปรแกรมพัฒนาผู้บริหารเพื่อจะช่วยพนักงาน หากเกิดปัญหาขึ้นมา
  • โปรแกรมการพัฒนาและการมีส่วนร่วมในกระบวนการทำงานร่วมกัน เป็นปัจจัยหนึ่งในการเลื่อนขั้นพนักงาน
  • มีระบบการสื่อสาร เพื่อสื่อข่าวกับพนักงาน ก่อนที่พนักงานจะได้ข่าวเกี่ยวกับบริษัท จากพนักงานบางคน  การสื่อสารยังเน้นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบริษัทกับพนักงาน
  • ว่าจ้างคนดี คนไม่ดีปล่อยออกไป
  • ผู้บริหารที่คัดเลือกพนักงานที่มีคุณภาพเข้ามาจะถูกพิจารณาเป็นผู้บริหารดีเด่น
  • วาทศิลป์กับสัจจะเป็นสิ่งเดียวกัน
  • เป็นบริษัทตัวอย่างในเรื่องการพัฒนาคน การสร้างสรรค์ และการสร้างวัฒนธรรมที่พนักงานมีจิตใจที่ต้องการจะทำธุรกิจให้บรรลุเป้าหมาย และการสร้างเทคโนโลยีทางการผลิตขึ้นมา
  • เปิดประตูกว้างกับพนักงานและผู้บริหารทุกท่านให้แสดงความคิดเห็น และมีส่วนรวมสร้างบริษัท
  • ส่งเสริมให้พนักงานรู้สึกราวกับว่าเป็นผู้ประกอบการเอง ไม่ใช่แค่เพียงพนักงาน
  • สร้างนโยบายเพื่อให้พนักงานมีวัตถุประสงค์ และมีอิสระภาพในการที่จะบรรลุให้ถึงเป้าหมาย และความมีส่วนร่วมของพนักงานจะถูกมองว่าเป็นปัจจัยสำคัญขององค์การ
  • ห้ามไม่ให้แผนกบุคคลไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของพนักงาน การดูแลพนักงานเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
  • ในเรื่องของการบริหาร การรับผิดชอบตัวเองถือเป็นการบริหารที่ดีที่สุด
  • จัดโปรแกรมปลูกฝังอุดมการณ์ราวกับการร่างรัฐธรรมนูน และจัดโปรแกรมที่สนับสนุนพนักงานคนในให้ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง
  • จัดอบรมให้ พนักงานระดับผู้บริหารและหัวหน้างานได้เข้าใจอุดมการณ์หลักของบริษัทเพราะเขาคือหน้าตาของบริษัท
  • ฝึกเขียนแผนและปฏิบัติ อยู่เสมอ เพราะท่านจะไม่สามารถบรรลุถึงเป้าหมายได้ ถ้าท่านไม่หมั่นฝึกปฏิบัติอยู่เสมอ
  • สร้างพลังร่วมระหว่างผู้บริหารกับพนักงานเข้าด้วยกัน
  • มีการให้รางวัลอยู่เสมอ

  • ไม่ได้เริ่มจากการวิสัยทัศน์และวางกลยุทธ์ใหม่ แต่มีสิ่งที่ต้องทำอันดับแรก คือเลือกคนที่เหมาะสมเข้ามาร่วมขบวนด้วย หลังจากนั้นก็วางคนที่เลือกในตำแหน่งที่สอดคล้องกับความสามารถของเขา แล้วจึงค่อยให้พวกเขากำหนดว่าจะเดินไปในทิศทางไหน
  • บุคลากรที่เหมาะสม เท่านั้น ที่เป็นทรัพย์สินที่มีค่าที่สุด
  • เป็นผู้สรรหาคนดีคนเก่ง ขึ้นมาบนรถบัส(เข้ามาในบริษัท) และให้เขาร่วมกันเสวนา ว่าจะนำพารถบัส ไปข้างหน้าได้อย่างไร(ให้เกียรติ ให้โอกาสเขาได้แสดงฝีมือ ให้เขาได้อยู่ในที่ที่เหมาะสมกับตำแหน่ง ให้หน้าที่ความรับผิดชอบและอำนาจควบคู่ไป ให้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ให้โอกาส ให้ความรู้ ให้อภัย
  • ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการที่จะต้องทำให้บริษัท กลายเป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่ แต่จะสนใจว่า ต้องไม่ทำในสิ่งใดบ้าง และสิ่งที่ทำอยู่มีอะไรบ้างที่ต้องหยุดทำ
  • มีผู้นำที่ละอัตตา เป็นผู้นำอยู่ในระดับที่ 5  มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล
  • เป็นผู้นำที่พร้อมรับใช้ พนักงาน  ใส่ใจต่อทุกข์สุขของพนักงาน

 

ผมหวังว่าข้อความข้างต้น จะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่าน โดยเฉพาะผู้บริหารองค์การ นักบริหารทรัพยากรมนุษย์ นักศึกษา อาจารย์ฯ หากท่านใดมีสาระน่ารู้เพิ่มเติมที่จะเป็นประโยชน์แก่สังคมไทยของเรา เชิญท่านร่วมแชร์ความรู้ประสบการณ์ให้กับผู้สนใจ ครับ

 

 

ขอความสวัสดีจงมีแด่ทุกท่าน

 

 

ยม

 

081-9370144 [email protected]