คุณเสาวรีครับผม

ผมเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ The Last Lecture ของ Randy Pausch เขียนอะไรไว้น่าสนใจหลายอย่าง มีตอนหนึ่งที่เขาเล่าสิ่งที่ครูของเขาพูดแล้วประทับใจ ผมก็เลยขอฉวยโอกาสเล่าต่อๆไป เขาว่ายังงี้ครับ

"ถ้าเราให้เวลานานพอ คนทุกคนสามารถทำให้เราประทับใจได้ในที่สุด"

ฟังดูอาจจะเป็นพวก positive thinking สุดๆ แต่โดยเนื้อหาสาระแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับที่ที่เราพูดว่า "เรามีศรัทธาในศักยภาพที่แท้ของมนุษย์" และ "มนุษย์ทุกคนแล้ว เนื้อแท้อยากเป็นคนดี"

แน่นอนนั่นก็เป็น "การรับรู้" ซึ่งเราต้องนำไปเชื่อมโยงกับบริบท อำนาจ พลัง ของตัวเราเอง ว่าเรามีกำลังแค่ไหน มีหน้าที่รับผิดชอบกับใครบ้าง และเราควรจะแบ่งปันพลังงานให้กับใคร แค่ไหน อย่างไร จึงจะคุ้มค่าชีวิต (อันแสนสั้น) ของเรามากที่สุด

บางทีเราอาจจะแปลกใจที่เรา waste เวลาอันมีค่ากับคนที่ยังไม่ถึง "วาระ" ที่จะเปลี่ยน และกลับทอดทิ้งคนอีกหลายๆคนที่พร้อมแล้ว แต่ไม่ยักจะมีใครมาช่วยเหลือ

หรือไม่?

ตรงนี้ก็จะเหมือนกับที่ที่เราสนทนากันเรื่อง​"เราควรจะเริ่มทำในสิ่งที่ทำได้ก่อน แล้วค่อยหาลู่ทางทำในสิ่งที่ need" เราสามารถช่วยคนไข้เตียงข้างหน้านี้ได้แล้ว แต่บางทีใจเราก็ไปพะวงกับคนไข้อีกสองร้อยคนวันพรุ่งนี้แทน บางทีเราสามารถช่วยน้องใน ward เราได้แล้ว แต่ใจเรากลับไปพะวงกับจะเปลี่ยน surveyor ที่จะมาตรวจ รพ.เราเดือนหน้ายังไงดี

ก่อนที่จะคิดจะทำอะไรที่ห่างไกล และทำไม่ได้ให้ทุกข์ใจ ลองใคร่ครวญไตร่ตรองให้ดีว่า ณ​ ปรัตยุบันกาล และรอบๆตัว หมดภาระหน้าที่และสิ่งดีงามที่เราสามารถทำได้เลยไปหมดแล้ว มิฉะนั้น เราพึงจะเก็บสิ่งเหล่านี้ให้หมด อยู่กับปัจจุบัน เดี๋ยวนี้ ตรงนี้ ขณะนี้

สุดท้ายเราอาจจะ enjoy กับสิ่งที่เรามี สิ่งที่เราทำได้ สิ่งที่เราเห็นว่าควร จนลืม "ภาวะคุกคาม" อันเป็นมารยับยั้งการพัฒนาจิตของเราไปได้

ก็เป็นไปได้นะครับ