สวัสดีครับ คุณพิสิษฐ์ ครับ
ขอบคุณครับที่อย่างน้อย ยังมีคนสนใจ เพราะวิสาหกิจชุมชนเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นที่พึ่งตนเอง ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ของเราครับ
สิ่งที่ในหลวงพระองค์ท่านได้ตรัสไว้หลายเรื่อง หลายประเด็นนั้น มีความสำคัญมากครับ เพราะนอกเหนือจากที่พระองค์ท่านได้ทรงเห็นชัดเจนว่า ถ้าเรายังเดินตาม ระบบเศรษฐกิจกระแสหลัก(ทุนนิยม)จะมีจิตสำนึก หรือไร้จิตสำนึกก็ตาม กำลังเดินไปสู่ทางตันแล้วครับ ถ้าเราไม่คิดระบบเศรษฐกิจระบบใหม่กัน ...
วันนี้ เราจะอยู่อย่างไร เพราะ ระบบเศรษฐกิจปัจจุบัน ต้องไปเกี่ยวข้องกับ
1.สถาบันการเงิน 2.นโยบายการคลังของประเทศ 3. การเงินและการธนาคาร 4.ระบบประกันสังคม 5.ระบบการขนส่ง 6. ระบบการประกันภัย 7. สุดท้ายที่มีความสำคัญมาก คือ "ระบบการตลาดไม่แบ่งแยก (น่านน้ำสีคราม)" "ระบบบริโภคนิยม" "ระบบประชานิยม" โดยฝ่ายการเมืองที่เข้ามาแทรกแซง เพื่อกำหนดชะตากรรมของประเทศ
ถ้าการเมืองท้องถิ่น (อบต./เทศบาล/ท้องที่/ภูมิภาค)ขาดความเข้าใจว่า เราต้องพึ่งตนเองให้ได้ อย่างน้อย 1/4 ของเศรษฐกิจและสังคมในตำบลนั้น ๆ .....
อนาคต ระบบเศรษฐกิจและสังคมของตำบล จะไม่สามารถดำรงได้ เพราะเศรษฐกิจฐานรากจะพังตาม ระบบเศรษฐกิจกระแสหลัก กระแสโลกดัวย
ขอความสุขและสันติ ความเป็นอยู่ ปากท้องของชาวบ้านจะยังอยู่ได้ต่อไป ถ้าคล้อยตามกระแสหลัก กระแสโลกก็จะหลีกไม่พ้น นำไปสู่ ภาวะการตกงาน ภาวะข้าวยากหมากแพง ภาวะเงินเฟ้อ ภาวะตลาดผูกขาด ระบบการเงินที่วันหนึ่ง คำนึงแต่ผู้ที่มีรายได้สูง ไม่คำนึงถึง เกษตรกรตาสีตาสา ระบบเกษตรกรรมที่ จะพัฒนาเป็น อุตสาหกรรมการเกษตร ปลูกข้าวก็ต้องปลูก เป็นพันไร่ เลี้ยงไก่ก็เลี้ยงกัน เป็นแสนตัว เลี้ยงวัวก็เลี้ยงกันเป็นฟาร์มมากกว่าพันตัว เลี้ยงปลาก็เลี้ยงกันเป็นบ่อสิบไร่ ร้อยไร่ขึ้นไป ......
เมื่อถึงวันนั้น ระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นที่พึ่งตนเอง เท่านั้นจะเลี้ยงเกษตรกร ตาสีตาสายายมาได้มีอยู่ มีกิน ตลอดไปจนกระทั่งจบชีวิต ระบบสวัสดิการที่ชุมชนสร้าง เพื่อตอบสนองงานบุญงานประเพณี ความสัมพันธ์เอื้ออาทรซึ่งกันและกัน..ฯลฯ เมื่อถึงวันนั้น เราจะเห็นว่า "เมื่อ ฟ้าสีทอง ผ่องอำไพ เกษตรกรชาวบ้าน จะมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างพอเพียง เลี้ยงตัวเอง เลี้ยงครอบครัว เลี้ยงชุมชนอย่างมีความมั่นคง และยั่งยืนตลอดไป"