บทความตีพิมพ์ที่แนวหน้า ฉบับวันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม2551

  

นมัสการสัมภาษณ์หลวงพ่อคูณ เรื่องการศึกษา

            ผมคิดมานานแล้วว่า ศาสนาพุทธกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นเรื่องเดียวกัน แต่หลายครั้งที่นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการพยายามแยกออกจากกัน

            กรณีศึกษาที่น่าสนใจ สมัยที่ผมเรียนเทพศิรินทร์ ชื่อโรงเรียนมัธยมวัดเทพศิรินทร์ ได้คุณภาพ จริยธรรมไปด้วย เล่นฟุตบอลให้โรงเรียนต้องไปกราบขอพรจากท่านเจ้าคุณก่อนการแข่งขันทุก ๆ ครั้งก็มีความสงบดี มีสมาธิดี

            คุณพ่อผม นายสุนทร หงส์ลดารมภ์ ได้ดีก็เพราะเคยเป็นเด็กวัด คุณลุงผมท่านมหากิมซึ่งบวชเป็นพระมาก่อนพาคุณพ่อในวัยเด็กจากอำเภอพยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ มาเป็นเด็กวัดมหาธาตุ เรียนจบที่เทพศิรินทร์และไปต่างประเทศ เท่าที่ทราบท่านนายกชวน หลีกภัยและอีกหลายคนก็เป็นเด็กวัดเป็นส่วนใหญ่

คุณหมอเสม พริ้งพวงแก้ว บอกเมื่อช่วงผมเป็นนายกสมาคมนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ ให้นำชื่อโรงเรียนวัดเทพศิรินทร์กลับมา

            สัปดาห์นี้นอกจากมีเหตุการณ์มากมายเกี่ยวกับการเมืองและการตัดสินคดีอดีตนายกฯ คุณทักษิณ ชินวัตร ผมยังมีเรื่องจะเล่าหลายเรื่อง

            ผมได้มีโอกาสไปนมัสการหลวงพ่อคุณ ปริสุทโธ ที่วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา และได้สัมภาษณ์ท่านออกรายการคิดเป็น ก้าวเป็นกับดร.จีระ ทาง TNN8  วันพุธที่ 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา  9.10 –10.00  น. และ 22.00 – 22.50 น. เป็นความโชคดีและบุญของผมและทีมงานทีได้เจอและใกล้ชิดหลวงพ่อคูณ นานกว่า 45 นาที

 เหตุผลแรกมาจากโอกาสที่ผมได้ไปฝึกอบรมผู้บริหารอาชีวะอย่างต่อเนื่อง และมีเหตุการณ์ 2 เรื่องบรรจบกันคือ

§       รองผู้อำนวยการประภารัตน์ วงศ์ศักดา ที่วิทยาลัยบริหารธุรกิจและการท่องเที่ยวนครราชสีมา เป็นลูกศิษย์ สามีของท่านคือ ผ.อ.สำเร็จ วงศ์ศักดา เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ

§       ในวันอังคารและพุธที่ผ่านมาผมไปช่วยสมาคมนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ฝึก Knowledge Camping ความรู้กับเทพศิรินทร์ 10 แห่ง รวมนักเรียนกว่า 200 คน ที่อำเภอมวกเหล็ก เมื่อเสร็จถือโอกาสต่อเนื่องประสานงานท่าน ผ.อ. สำเร็จ วงศ์ศักดาไปนมัสการพระคุณเจ้าหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ

ในชีวิตผมประทับใจและซาบซึ้งหลวงพ่อคูณ ในหลายเรื่อง แต่เรื่องสำคัญคือ เรื่องการศึกษา หลวงพ่อคูณได้ลงทุนจัดหาทรัพยากรมากกว่า 500 ล้านบาท สร้างวิทยาลัยเทคนิคหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธและยกให้เป็นสมบัติของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งวิทยาลัยแห่งนี้ตั้งได้ทั้งที่ยากจน ที่อำเภอด่านขุนทด ห่างไกลจากตัวเมือง แต่ปัจจุบันเป็นวิทยาลัยอาชีวะที่มีชื่อเสียงทางด้านสร้างเด็กในอำเภอด่านขุนทดให้มีทักษะ มีวินัย มีคุณภาพ สาขาที่เปิดสอนมีตั้งแต่ ปวช.และปวส. ตั้งแต่ช่างไฟฟ้า ช่างกล ช่างกลึง และวิชาทางด้านบริหารจัดการ ปัจจุบันมีนักเรียนกว่า 2,200 คน

            ผมได้สัมภาษณ์หลวงพ่อคูณว่าทำไม? หลวงพ่อฯ จึงสนใจเรื่องการศึกษา ท่านบอกว่าการพัฒนาคนเป็นเรื่องจำเป็นที่ทำให้หลุดพ้นจากความยากจน หลวงพ่อเคยเล่าให้ครูที่วิทยาลัยฯฟังว่า ที่ดินมีจำกัด แต่สมองมนุษย์ไม่จำกัด

            ผมเองได้มีโอกาสไปช่วยทุนมนุษย์ในภาคอีสานอยู่เสมอและบุคคล 2 ท่านคือ คุณวันชัย ภูนาคพันธุ์ และอาจารย์สิริกร แพงทองซึ่งท่านหนึ่งอยู่อำเภอด่านขุนทดเป็นผู้นำเกษตรกรที่มีความรู้สนใจการหาความรู้อย่างต่อเนื่อง และอาจารย์สิริกร ซึ่งปัจจุบันเป็นรองผู้อำนวยการอยู่วิทยาลัยเทคนิคหลวงพ่อคูณฯ ซึ่งเป็นลูกศิษย์  HR พันธุ์แท้ของผมที่ติดตามแสวงหาความรู้กับผมอย่างต่อเนื่อง จะช่วยกันในการพัฒนาทุนมนุษย์ในภาคอีสานต่อไป

            วิธีการพัฒนาคือจะให้เด็กอีสานและผู้ที่ทำงานไม่เน้นวัตถุนิยม แต่เน้นการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นผสมกับความรู้ใหม่ ๆ มากที่สุด

            จุดสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่วิทยาลัยเทคนิคหลวงพ่อคูณประสบความสำเร็จ คือมีผู้นำและผู้บริหารดี มีคุณธรรมและทำงานต่อเนื่อง ท่าน ผ.อ.สำเร็จ ได้เข้ามารับใช้หลวงพ่อคูณตั้งแต่การก่อสร้าง กว่า 20 ปี และเป็น ผ.อ.คนเดียวและคนแรก การบริหารจัดการจึงมีความเป็นอาชีพและโปร่งใสปราศจากการเมือง ผมยังได้สัมภาษณ์ท่าน ผ.อ.ในรายการฯของผมด้วย

            ผมตั้งข้อสังเกตว่าคนไทยมีฐานะอยู่ได้แล้ว  บางกลุ่มอยู่ในกรุงเทพฯ หรือหัวเมืองใหญ่ ๆจะสนับสนุนการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรมแบบนี้จริงหรือไม่? เพราะประเทศไทยอยู่ได้ด้วยการผนึกกำลังกันระหว่างฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายเอกชน ฝ่ายประชาชนและฝ่ายศาสนาฯ

            หลายคนที่เป็นศิษย์หลวงพ่อคูณที่เป็นห่วงท่าน ปีนี้ท่านอายุ 85 ปีแล้ว แต่สุขภาพของหลวงพ่อคูณก็ไม่ดีนักอ่อนแอไปมาก แต่ขวัญกำลังใจยังมีอยู่ ท่านกล่าวว่า ความตายเป็นเรื่องธรรมชาติ ตายก็รู้เอง

            สัปดาห์ที่แล้วมีการสัมมนาทางวิชาการหลายเรื่องที่อยากนำมาแบ่งปัน เช่น การจัดสัมมนาในโครงการปริญญาเอก สาขานวัตกรรมการจัดการของมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา มีลูกศิษย์ที่เรียนอยู่ 11 คน ช่วยกันจัดฯและนำเสนอแนวคิดที่เรียนมาเพื่อกระจายไปยังกลุ่มอื่น ๆ ที่ไม่ได้เป็นลูกศิษย์ ผมเรียกว่า Outreach

            สรุปว่าจะอยู่ในโลกาภิวัตน์ได้ต้องสร้างทุนมนุษย์ให้มีคุณภาพ

§       คิดเป็น (ทุนทางปัญญา)

§       ทำเป็น (Execution)

§       ทุนแห่งสุข (Happiness Capital)

§       ทุนแห่งความคิดสร้างสรรค์ (Creativity Capital)

มีผู้ทรงคุณวุฒิได้มาร่วมออกความเห็นที่น่าคิดและน่าฟัง  3 ท่าน คือ คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ คุณดนัย จันทร์เจ้าฉาย  ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ และ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ แต่ละท่านได้ให้มุมมองที่น่าสนใจมาก ผู้อ่านนำไปใช้ได้

คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ เน้น Super Human Capital for Globalization ต้องเน้นการสร้างผู้นำด้วย

§        มีปัญญา

§       มีคุณธรรม

§       กล้าตัดสินใจ

§       กล้าหาญ ในสิ่งที่ถูกต้อง

§       มีมารยาท บุคลิกภาพที่เหมาะสม

ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ เน้นและยกตัวอย่างบุคคล 2 คนของโลก 2 คน คือ Obama กับ Ophra Winfrey  คือปรับตัวให้เข้ากับความหลากหลายทางรัฐบาลไปสู่ความเป็นเลิศได้

คุณดนัย จันทร์เจ้าฉาย เน้น

§       คนทำธุรกิจต้องมีคุณธรรม และจริยธรรม

§       เรียนรู้จากภูมิปัญญาของคนไทย และตะวันออกผสมกับตะวันตก

§       องค์กรแห่งการเรียนรู้ ขอเปลี่ยนเป็น Living and Sharing Organization  

§       คุณค่า มีความหมายมากกว่าคำว่า มูลค่า

ส่วน อดีตหัวหน้าพรรคการเมืองอย่าง ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ กลุ่มข้างล่างและผู้ตามด้วย

§       มองให้ครบ อย่ามองผู้นำระดับบนเท่านั้น มองล่างด้วย

§       คนไทยเก่งเพราะอะไร ต้องดูความถนัด เช่น เก่งในการบริการและเก่งในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ไม่เก่งในทางคิดอย่างเป็นระบบ และหัวอ่อน

§       คนไทยทั่ว ๆ ไปดีอยู่แล้วแต่ผู้นำบางครั้งไปยัดเยียดของไม่ดี เช่นการเมืองยัดเยียดให้ประชาชนคนไทยแบมือขอนักการเมืองไม่พึ่งตัวเอง

ถ้าแฟน แนวหน้า ต้องการก็ส่งโทรศัพท์ ชื่อและที่อยู่มาถึงคุณเอราวรรณ แก้วเนื้ออ่อน โทรศัพท์ 02-619-0512-3 ผมจะพิมพ์สรุปแบบละเอียดถอดเทปทุกคำพูดประมาณ 100 หน้า มอบให้ผู้สนใจมาจองและจะมี Execution Summary อีก 2- 3 หน้า และจะแปลเป็นภาษาอังกฤษด้วย

สุดท้าย Knowledge Camping ของเทพศิรินทร์ 10 แห่ง ปีนี้เป็นปีที่ 10 แล้ว ผมได้ไปทุก ๆ ปี แต่ปีนี้ไปเป็น Coach 2 วัน 1 คืน ให้เด็กมองอนาคตโลกและประเทศไทยใน 10 ปี มี 5 เรื่องที่สรุปได้

§       เศรษฐกิจโลกจะเป็นอย่างไรกระทบไทยอย่างไร วิกฤติโลกอาจจะเป็นโอกาสของไทย

§       พลังงานและภาวะโลกร้อน

§       แก้ปัญหาการขัดแย้ง ในระดับโลกและประดับประเทศ จะรุนแรงมากขึ้น แต่ระดับโลก Obama ถ้าได้เป็นอาจจะมีแนวโน้มสมานฉันท์มากขึ้น แต่ในไทยต้องมีการศึกษาคิดเป็นวิเคราะห์เป็น  

§       สร้างคุณธรรม จริยธรรม อย่าโลภ รู้จักพอ อย่าบ้าอำนาจ เน้นเศรษฐกิจพอเพียงต้องเอาจริง

§       สร้างวิธีการเรียนรู้คิดเป็น วิเคราะห์เป็น ดีที่สุดและทุก ๆ ระดับ

              ผมขอฝากให้ผู้อ่านทุกท่านตั้งอยู่ในความไม่ประมาทกับผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ต้องตั้งสติให้ดีครับ

 

 

จีระ  หงส์ลดารมภ์