สวัสดีคะ ครูสุนันทา
ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมให้นะคะ
- การรักษาใช้วิธีกายภาพบำบัด การSupport กล้ามเนื้อ และรับประทานยาลดปวด และถ้ามีอาการมาก คุณหมอจะพิจารณาการผ่าตัดคะ
- คุณครูอ่านเพิ่มเติมได้นะคะสำหรับการดูแลตัวเอง และ การปฏิบัติตัวในขณะนี้ คงไม่มีอะไรแตกต่างกว่าคนที่มีอาการปวดหลัง จากกล้ามเนื้อหลังอักเสบเครียดตึง ธรรมดา
- การทำกายภาพบำบัดที่ต้องใช้เครื่องมือ
- เครื่องมือทางกายภาพบำบัด
- 1. Lumbar traction เครื่องดึงกระดูกสันหลังให้แยกห่างออกจากันครับ ทำให้การกดทับของกระดูกสันหลังค่อยๆ ลดลง อาการปวดและชาร้าวลงขาจะค่อยๆ ดีขึ้นครับ
- 2. Ultrasound หรือ บางที่ใช้ Shortwave diarthermy ทำให้เกิดความร้อนลึกลงไปถึงเนื่อเยื่อภายใน ถึงข้อต่อกระดูกสันหลังเละเส้นประสาท กระตุ้นการซ่อมแซมและลดการอักเสบของเส้นประสาทลงได้ครับ
- 3.Interferential current กระแสไฟฟ้าไอเอฟซี ที่ผ่านการแปลงรูปคลื่น และความแรง ติดตามบริเวณที่ปวด ช่วยลดอาการปวดร้าวลงที่ขาได้ครับ ความรู้สึกที่ได้รับตอนรักษาจะมึนๆ ยุบยิบๆ พอเสร็จจะรู้สึกเบาขึ้น
- 4. Trunk stabilizer exercise ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อน้าท้องและหลังมัดลึก คือ transversus abdominis และ multifidus mucle ซึ่งมีส่วนสำคัญในการให้ความแข็งแรงมั่นคงของข้อต่อกระดุกสันหลัง ฝึกโดย -นอนหงาย เอาหมอนรองใต้เข่า จากนั้นแขม่วท้องให้มากที่สุด จากนั้นหายใจเข้าออกโดยที่ท้องยังแขม่ว หรือกระเพื้อมให้น้อยที่สุด หายใจ 3 - 5 ครั้ง แล้วจากนั้นก็ผ่อนท้องหายใจปกติ ทำซ้ำ 10 - 15 ครั้ง
- 5.ท่าบริหารเพื่อเปิดช่องไขสันหลัง นอนหงาย ชันเข่า จากนั้นงอสะโพกทั้งสองข้างเข้ามาแล้วเอามือกอดเข้ามาชิดลำตัวให้มากที่สุด ไม่ต้องยกหัวขึ้น ยืดค้างไว้ 15 วินาที ทำซ้ำ 10 ครั้ง (ถ้าทำแล้วปวดมากขึ้นไม่ต้องทำต่อ) คำแนะนำ สำหรับผู้ทีเป็นดรหมอนรองกระดุกเสื่อมนะคะ ถ้าไม่ผ่าตัด -ลดน้ำหนักลง เพราะน้ำหนักตัวมีผลต่อแรงกดที่กระดุกสันหลังเมื่อเรานั่งหรือยืน ถ้าน้ำหนังมากแรงกดก้มาก ช่องที่ให้เส้นประสาทออกมาก็ยิ่งแคบลงไปใหญ่(Intervertebral foramen)
- คุณครุปฏิบัติถุกต้องแล้วคะ ที่
- 1-หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ก้มๆ เงยๆ หรือยกของหนักๆ หรือแม้แต่การนั่งรถนานๆ เพราะคนไข้ที่มารักษาเมื่อรู้สึกเบาขึ้นก็จะเผลอไปทำนู่นทำนี่ แล้วมันก็กลับมาปวดมากกว่าเดิม แล้จะมาย้อนถามนักกายภาพว่าทำไม คงต้องถามตัวเองมากกว่านะ
- 2.-ถ้าจำเป็นอาจต้องใส่เสื้อพยุงหลัง (Lumbar support) แต่ไม่แนะนำให้ใส่ตลอดเวลา ใส่เท่าที่จำเป็น เช่นตอนนั่งรถ เดิน หรือทำกิจกรรมต่างๆ เพราะเสื้อพยุงจะมาทำหน้าที่แทนกล้ามเนื้อท้องและหลังช่วยรับน้ำหนัก และเพิ่มแรงดันในช่องท้องแทนกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อเมื่อไม่ได้ทำงานนานๆ ก็จะอ่อนแรงลงเรื่อยๆ ความมั่นคงก็จะลดลง แต่คนไข้ส่วนใหญ่มักจะติดการใส่เสื้อและละเลยการออกกำลังกายกล้ามเนื้อหน้าท้องและหลังมัดลึก 10 เดือน ผ่านไป
การรักษาของแต่ละคนจะขึ้นกับอาการและการพิจารณาของหมอและคนไข้ร่วมกันคะ
- คุณครูลองอ่านในเวบต่อไปนี้นะคะ
- http://www.thaiminispine.net/Spine/Article_Detail.aspx?id=64 บทความระบบประสาทคะ มีภาพให้ดุชัดเจนคะ
- http://www.thaispine.com/Back-pain.htm http://www.thaispinecenter.com/Abstract/discrepla.html http://www.phyathai.com/phyathai/new/th/specialcenter/popup_cms_detail.php?cid=107&type=List
ขอให้หายและแข็งแรงเร็ว ๆนคะ