บทความตีพิมพ์ที่แนวหน้า ฉบับวันเสาร์ที่ 11 ตุลาคม2551

ติดตามเหตุการณ์อย่างใกล้ชิดทั้งในไทยและในโลก

 

            ยินดีกับทีมงาน แนวหน้า ที่ได้ไปพักผ่อนต่างจังหวัดในอาทิตย์นี้ ผมเลยต้องส่งต้นฉบับเร็วเป็นพิเศษ ภายในวันอังคารนี้

            การเขียนของผมครั้งนี้จึงมีปัญหาที่ว่าเหตุการณ์ต่างในโลกและในประเทศของเรา กำลังเข้มข้นอย่างมาก

            ในประเทศของเรา ระหว่างที่เขียนเห็นบรรยากาศการ ประนีประนอม จากบทความสัปดาห์ที่แล้วยังมีความผันผวนอย่างมากเพราะคืนวันจันทร์ ที่ 6  วันที่ 7 กลุ่มพันธมิตรก็บุกล้อมรัฐสภา และมีการสลายการชุมนุมของตำรวจรุนแรงมีประชาชนบาดเจ็บกว่า 40 คน เพื่อไม่ให้มีการแถลงนโยบายในสภาของรัฐบาล นายกสมชาย ก็ไม่รู้ว่าการเมืองจะจบอย่างไร

        ผมเชื่อว่าไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น การหาทางออกของการเมืองไทยจะต้องอดทนและเดินหน้าแก้ปัญหาต่อไป ในที่สุดทุกฝ่ายคงจะมีทางออกร่วมกัน กว่าบทความจะตีพิมพ์ในวันเสาร์คงจะมีการคลี่คลายประเด็นการเมืองไปทิศทางที่มีความหวัง คนไทยทุกคนและภาครัฐก็ต้องช่วยกันประคับประคองให้ชาติของเราเดินไปข้างหน้าได้

            ช่วงนี้เป็นช่วงปรับการเมืองของไทยอีกรอบหนึ่ง ปรับเพื่อดึงเอาการเมืองที่มี มีคุณธรรม จริยธรรม กลับเข้ามาข้อสำคัญการมีส่วนช่วยของภาคประชาชนอย่างแท้จริงและเป็นประโยชน์ในระยะยาว

ระดับระหว่างประเทศยอมรับว่ารุนแรง น่ากลัวมาก คนไทยทุกคนไม่ว่าจะอยู่จุดไหน คนไทยควรจะต้องศึกษาและระมัดระวังการใช้ชีวิตอย่าประมาทอย่างมาก ๆ

            เรื่องแรก คือการแก้ปัญหาเรื่อง ระบบการเงิน ที่เริ่มมีปัญหามาจาก Sub-Prime ขณะนี้ลุกลามไปมาก ถึงแม้ว่าจะมีการผ่านกฎหมาย 7แสนล้านเหรียญ ของสภาคองเกรส สหรัฐฯ ให้กระทรวงการคลังนำไปซื้อหนี้เสียแต่ความมั่นใจประชาชนต่อระบบธนาคารของสหรัฐก็ยังมีไม่มาก สิ่งแรกคือ

·       ระบบวาณิชธนกิจสหรัฐฯที่เป็นปัญหาจะกระทบต่อ ธนาคารหลัก ทั่ว ๆ ไปของสหรัฐหรือไม่? การทำงานของธนาคารหลักที่รับเงินฝากและปล่อยกู้ เพื่อดำเนินธุรกิจ Real Sectorทั่ว ๆ ไปของสหรัฐจะมีปัญหาลุกลามมากกว่านี้หรือไม่

·       การชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐจากปัญหาเหล่านี้จะรุนแรงมากกว่านี้แค่ไหนเช่นคนอเมริกาตกงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องต่อไปแค่ไหน

·       ภาค Real Sector ยังทำงานได้ดีหรือไม่ และจะลุกลามไปยุโรป เอเชีย ต่อไปอย่างรุนแรง เป็นลูกโซ่หรือไม่

 ประเทศไทยจะปรับตัวในการดูแลเศรษฐกิจของเราอย่างไร ผลกระทบต่อประเทศของเราในระยะสั้น ระยะกลางและยาว จะเป็นอย่างไร การส่งออกจะเป็นอย่างไร และที่แน่ ๆ คือระบบสภาพคล่องของสถาบันการเงินของไทยถูกกระทบจะเป็นอย่างไร?

            ขอให้คนไทย ทุก ๆ คน ตั้งมั่นอยู่ในความไม่ประมาทและใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราเป็นที่พึ่ง

            สัปดาห์ที่แล้วผมได้ไปร่วมงาน นวัตกรรมแห่งชาติ  2008ซึ่ง ดร.ศุภชัย หล่อโลหการ เป็นผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ องค์กรนี้จัดการประชุมประจำปีทุก ๆ ปี และเน้นให้ประเทศของเรามีความสามารถในการดำเนินการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้แก่ระบบเศรษฐกิจและสังคมอยู่เสมอปีนี้ก็เลือกหัวข้อเกี่ยวกับการใช้ พลังงานที่มากจาพืช ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่อการแก้ปัญหา ราคาของพลังงานของโลกทีขึ้นและลง และช่วยลดภาวะโรคร้อนของโลกไปได้

            ผมเพิ่งทราบว่าไทยไม่ใช่เก่งเฉพาะการเกษตร พลังงาน เช่น ผลิต แก็สโซฮอล

เท่านั้น ประเทศไทยยังมีโอกาสใช้พืชเพื่อทำวัตถุ เช่น พลาสติกได้ด้วยซึ่งสามารถเป็นธุรกิจที่มีคุณภาพสามารถแข่งขันกับโลกภายนอกได้ ธุรกิจในไทยได้แสดงศักยภาพในเรื่อง Bioplastics ในหลาย ๆ รูปแบบอยู่ในระดับเอเชียได้

            ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ เลขาธิการของ UNCTADได้เดินทางมาร่วมงานด้วย ผมได้ฟังท่านกล่าวให้เห็นว่า การจะใช้พืชผลิตพลังงานเป็นเรื่องที่ประเทศกำลังพัฒนาในโลก สามารถดำเนินการได้อย่างดีแต่ต้องระมัดระวัง หลายเรื่องอย่างเช่น

·       การใช้ทรัพยากรน้ำให้เหมาะสมกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น

·       การใช้ความรอบคอบในเรื่องความสมดุลระหว่างอาหารและพลังงานไม่ให้ราคาอาหารโลกสูงขึ้นไป สร้างภาวะเงินเฟ้อให้แก่เศรษฐกิจโลก

ผมได้สัมภาษณ์ ดร.ศุภชัย เป็นกรณีพิเศษ ท่านผู้ฟังติดตามได้ในวันเสาร์ที่ 11 ตุลาคมนี้ เวลา 23.00 น. ทางช่อง TNN 2  จะได้เห็นบรรยากาศที่ผมกับ ดร.ศุภชัยได้คุยกันหลายเรื่องในฐานะเพื่อนร่วมรุ่นเศรษฐศาสตร์ ตั้งแต่ 30 ปีที่แล้ว

ต้องให้คนไทยระวังเรื่องภาวะวิกฤติการเงินของโลก อาจจะลามมาถึงไทย ดร.ศุภชัย ย้ำว่าเศรษฐกิจพอเพียงในสายตา ของ UN เป็นทางออกที่ดี ดร.ศุภชัย ตั้งข้อสังเกตว่า ทุนนิยมโลกจะไปกันทางไหน และจะทำงานได้ดีและเป็นบทบาทของรัฐบาลในการแทรกแซงตลาด และสนับสนุนให้เกิดนโยบายสาธารณ ดังเช่น การสร้างทุนมนุษย์ หรือการรักษาเรื่องสิ่งแวดล้อมก็ยังจำเป็น

ท่านเตือนว่าโลกาภิวัตน์ยุคสองที่กำลังมาต้องเป็นโลกาภิวัตน์ ที่เอเชียจะต้องมีบทบาทมากขึ้นกว่าในอดีต และเป็นยุคที่โลกจะพึ่งพาเอเชียมากขึ้นเพื่อความอยู่รอด

สุดท้ายผมได้ไปสอนหนังสือปริญญาโทภาคพิเศษของคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีการทำ Workshop กำหนดทิศทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจไทย มี 3 เรื่องที่น่าสนใจ สำคัญที่ประเทศไทยจะต้องเอาจริง

·       การศึกษาต้องเน้นคุณภาพมากขึ้นและสอดคล้องกับการเพิ่มปริมาณ

·       วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยเฉพาะในโรงเรียนและการพัฒนาชนบท

·       การสร้างคุณธรรม จริยธรรมให้ทรัพยากรมนุษย์ไทยมากขึ้น

 

                                   จีระ  หงส์ลดารมภ์

 

 

 

 

 

 

 

 

จีระ  หงส์ลดารมภ์