บทความตีพิมพ์ที่แนวหน้า ฉบับวันเสาร์ที่ 27 กันยายน 2551
Paradox: การเมืองไทย
ผมชอบคำว่า Paradox ที่จะอธิบายบางอย่างให้เห็นชัด ถ้าจะแปลเป็นไทยก็คือ “แนวสวนกัน” อยากให้คนไทยคิดว่าทุกวันนี้อะไรเกิดขึ้น จับประเด็น และนำมาวิเคราะห์ให้ได้ เพราะมีข่าวการเมืองออกมามากมาย เลยจับประเด็นกันไม่ถูกว่าอะไรคืออะไร
ผมขอฝากแนวคิดเกี่ยวกับการเมืองที่เกิดแนวสวนกันไว้ 3 – 4 เรื่อง
· เรื่องแรก คือ คุณภาพของ ครม. ในปี 2551 เปรียบเทียบกับอดีต ยกตัวอย่างสมัยพ่อผม (นายสุนทร หงส์ลดารมภ์ ) เป็นรัฐมนตรีคลัง เมื่อประมาณกว่า 40 ปีที่แล้ว ท่านเล่าให้ฟังว่า งบประมาณแค่ปีละ 8 พันล้านบาท แต่ ครม. ถึงจะเป็นรัฐบาลที่มีเผด็จการ (สมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์) แต่คุณภาพไม่ต้องถาม คุณถนัด คอมันตร์ สุนทร หงส์ลดารมภ์ วันนี้คนไทยคงยังจำได้
ปัจจุบันประเทศเจริญด้านวัตถุมาก งบประมาณปี 2552 มีถึง 1.8 แสนล้าน แต่หารัฐมนตรีว่าการคลังที่ดีไม่ได้ และที่มีอยู่ในปัจจุบันท่านผู้อ่านลองวิเคราะห์ดูแล้วกัน
· แนวสวนทางเรื่องการเมืองก็คือบทบาทของสื่อมวลชนกับการเสนอข่าวการเมือง
สิ่งแรกก็คือ ผมชอบข้อเขียนของ “ใต้ฝุ่น” จากไทยรัฐว่าประเทศไทยบริโภคข่าวการเมืองมาก คนไทยได้อะไร? ผมคิดว่าประการหนึ่ง “สับสน” ประการที่ 2 “เบื่อ” ประการที่ 3 “แค้น” ถ้าประเทศไทยเป็นสังคมฐานความรู้ข้อมูลการเมืองก็น่าจะเป็นประโยชน์มาก แต่จะทำให้คนไทยฉลาดหรือเปล่า จึงคิดแนวสวนกัน Paradox ทางการเมืองคือ คนไทยบริโภคสื่อแบบบริโภคนิยม (Consumption) ไม่ใช้เป็น การลงทุน (Investment) สื่อการเมืองก็จะสร้างปัญหาต่อไป
· Paradox (แนวสวนทาง) การเมือง คนไทยและสื่อจะสนใจเฉพาะก่อนตั้ง ครม. ใครจะมา ใครอยู่มุ้งไหน แต่ไม่เคยมีสื่อเน้นว่าที่เหมาะสมควรเป็นใคร รายการของไทยพีบีเอสโทรถึงผมว่าในระบบธุรกิจเราจะเลือก CEO แบบไหน ก็บอกไปว่า แบบที่ทำให้ธุรกิจของเขาไม่เจ๊ง แต่การเมืองไทยไม่สนเรื่องนี้ มักจะเลือกตามโควตาอยู่เสมอ จึงเป็นที่มาของการเมืองใหม่ที่อยากเข้ามาแก้ปัญหาเหล่านี้
เรื่องเศรษฐกิจโลก นอกจากเรื่องการเงินระหว่างประเทศแล้ว ดู 3 – 4 เรื่อง
· ราคาน้ำมันเริ่มขยับอีกแล้ว จะขยับแบบไหน ยุค 147 เรียกว่า ยุค “ฆ่าธุรกิจทุกชนิด” “Demand Destruction” คือ รับไม่ไหว ดูกันให้ดีครับว่าจะขึ้นแค่ไหน
· ส่วนอีกเรื่องหนึ่ง คือ คุณปู่ Warren Buffet ซึ่งผมชื่นชมในความสามารถของท่านที่ลงทุนอะไรรวยแหลก และเป็นตัวแบบที่ “ยั่งยืน” รวยแล้วช่วยสังคมอย่างมากมาย อย่างน้อยเขามาร่วมช่วยลงทุนในการแก้ปัญหา ตั้ง 5 พันล้านเหรียญสหรัฐที่ Goldman Sachs พยุงธุรกิจ แสดงว่าอเมริกายังพอมีความหวัง
· สาม พอมีปัญหาการเงิน คะแนนของ Obama กลับถีบตัวขึ้น น่าสนใจว่าคนอเมริกายังรังเกียจผิวสีอยู่บ้าง แต่มีความมั่นใจว่า Obama น่าจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจการเงินได้ดีกว่า Mc Cain
· สี่ กระทบไทย และ เปลี่ยนวิกฤติ เป็นโอกาสได้อย่างไร Lehman Brothers เคยมาซื้อหนี้ ปรส. คนไทยก็ซื้อของถูกคืนซิครับ ยุคนี้ เอเชียรวยจริง เพราะผ่านความเจ็บปวดมาแล้ว ผมมองปัญหาของโลกแบบ “เข้าใจ” และสร้างมูลค่าเพิ่ม
· แต่ที่จะต้องระวังก็คือ ความล้มเหลวเรื่องการเงินครั้งนี้ จะนานแค่ไหน ความต้องการของสินค้าจากไทยในอเมริกาจะลดลงแค่ไหน ต้องดูให้ดี
ผมอยากจะเล่างานที่น่าสนใจของผม 3 เรื่อง
ต่อจากคราวที่แล้ว เขาค้อ เขาค้อเป็นเขาที่ใช้ตากอากาศและจัดสัมมนาได้ดี เพราะมีอากาศบริสุทธิ์มาก แบบสวิสเซอร์แลนด์เลย อยากให้ท่านผู้อ่านได้มีโอกาสไปที่ดี ๆ ของประเทศไทย
ที่ประทับใจมาก คือ ได้ไปฝึกผู้อำนวยการอาชีวะศึกษา 2 รุ่น กว่า 120 คน มีความสุข ที่ได้เห็นภาพที่แท้จริงของระดับ ผอ. อาชีวะ บางคนดูแลเด็กอาชีวะถึง 6 พันกว่าคน บางแห่งมีการเรียนสาขาปิโตรเคมีที่ตลาดต้องการ และทั้ง 120 คนได้ให้ความเป็นกันเองและไว้ใจผมให้เป็นผู้นำในการสร้างให้เขาเกิดความเป็นเลิศอย่างแท้จริง และยั่งยืน
ผมค้นพบว่า เมืองไทย ยังมีของดี ๆ อยู่มาก สรุปว่า ผอ.อาชีวะ มีศักยภาพที่เรามองไม่เห็น ซึ่งในอนาคต ต้องหาบุคคล หรือ แรงบันดาลใจให้เขาได้ ปลดตัวเขาออกมาจากกล่อง
เข้าทฤษฎี 4L’s ของผม คือ Learning Opportunities เพราะบรรยากาศดี ๆ อากาศ บริสุทธิ์ ความรู้ก็จะโลดแล่น ทั้ง 120 คน ก็จะไปต่อยอดกันที่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ในเดือนพฤศจิกายน
นอกจากนี้ ผมขอบคุณ รศ. ไว จามรมาน ผู้อำนวยการสถาบันทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และทีมงานที่กรุณา เชิญผมไปเป็น Keynote เรื่องพระเจ้าอยู่หัวกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สรุปได้ว่า
- ความสำเร็จของพระองค์ท่านเรื่องคน สะสมมากว่า 60 ปี ต่อเนื่อง และต่อเนื่อง
- พระองค์ท่านมองคนยากจนเป็นหลัก ให้โอกาสส่วนล่างของสังคม เรียกว่ามองฐานรากของสังคม
- พระองค์ทรงศึกษาปัญหาอย่างแท้จริง มีการสร้าง ศูนย์พัฒนาหลาย ๆ แห่งและใช้ทฤษฎีทั้งทางวิทยาศาสตร์ มิติทางสังคม และภูมิศาสตร์ ทำให้เกิดการเข้าใจและรู้ถึงปัญหาอย่างจริงจัง
- พระองค์ทรงสอนให้คนไทยรอบคอบ เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ประมาท และไปสู่ความยั่งยืน
- พระองค์ท่านทรงเป็นนักการทูตภาคประชาชนในระดับนานาชาติ อย่างแท้จริง ผมรู้สึกภาคภูมิใจทุกครั้งที่ได้มีโอกาสจัดกิจกรรมเพื่อน้อมนำปรัชญาของพระองค์ท่านเผยแพร่สู่ชาวโลกได้รับทราบ



ภาพบรรยากาศการแสดงปาฐกถา เรื่อง “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับการ
พัฒนาทรัพยากรมนุษย์” โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ณ โรงแรมริชมอนด์
เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2551 จัดโดย สถาบันทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัย
ธรรมศาสตร์
งานสุดท้ายของผม คือ โครงการธุรกิจและภาคราชการ ซึ่งเขาเริ่มใช้การ Search ข้อมูลของผมทาง Internet กลุ่ม Exxon Mobil ที่เชิญผมไปพูดให้ IT กว่า 300 คน ใน 2 รุ่น ผมเคยทำงานเครียดในช่วงหนุ่ม ๆ แต่ก็พยายามบริหารลดความเครียดได้สำเร็จ เพราะรู้จักตัวเอง รู้จักแบ่งเวลา และรู้จักการออกกำลังกาย และมีชีวิตทีสมดุล Work / Life Balance
คนไทยบางกลุ่มยังปรับตัวไม่ได้ คงจะเครียดต่อ กระทบต่อสุขภาพมากและขาดกำลังใจมาก
ส่วนเรื่องการทำงานอย่างมีความสุข ผมใช้ 12 กฎเหล็กในการทำงานอย่างมีความสุขของจีระ ซึ่งมีดังต่อไปนี้
1. สุขภาพทางร่างกาย และจิตใจพร้อม ไม่หักโหม
2. ชอบงานที่ทำ (Passion)
3. รู้เป้าหมายของงาน (Purpose)
4. รู้ความหมายของงาน (Meaning)
5. มีความสามารถที่จะทำให้สำเร็จ
6. เรียนรู้จากงานตลอดเวลา
7. ได้ความรู้จากลูกค้าและผู้ร่วมงาน
8. เตรียมตัวให้ดี อย่าประมาท (Preperation)
9. ทำงานในสิ่งที่ถนัดและได้ใช้ศักยภาพเต็มที่
10. ทำงานเป็นทีม อย่าทำงานคนเดียว
11. ทำงานที่ท้าทาย
12. ทำงานที่มีคุณค่า (Enrichment)
ท่านผู้อ่าน ๆ มีกี่ข้อครับ

ศ. ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ บรรยาย เรื่อง “ทำงานอย่างไรจึงไม่เครียดและมีความสุขกับการทำงาน” ให้แก่บุคลากรของ Exxon Mobil จำนวน 300 คน ที่อาคารหะรินธร สาทรเหนือ เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2551
จีระ หงส์ลดารมภ์