บทความตีพิมพ์ที่แนวหน้า ฉบับวันเสาร์ที่ 6 กันยายน 2551
วิกฤตครั้งนี้ คนไทยใช้เป็นบทเรียน
ช่วง 7 วันที่ผ่านมา สังคมไทยเรียนรู้ เรื่องการเมืองอีกมากมาย บทเรียนเหล่านี้น่าจะเป็นประโยชน์ในประชาธิปไตยไทยในระยะยาวอย่างน้อย 2-3 เรื่อง
การเมืองภาคประชาชน เริ่มมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น ต้องขอบคุณที่มีระบบทักษิณ ทำให้ปลุกจิตสำนึกคนไทยให้ออกมามีบทบาท สนใจการเมืองเพื่อส่วนรวมมากขึ้น
บทบาทของคนไทยไม่ว่าอยู่ที่ไหนของประเทศเริ่มผนึกกำลังกันมากขึ้น เป้าหมายเพื่อส่วนรวม ดูได้จากกลุ่มที่มาแสดงออก ทั้งที่มีอันตรายรอบด้าน แต่เขาเหล่านั้นก็ไม่เกรงกลัวว่าอะไรจะเกิดขึ้นที่จะกระทบถึงชีวิต
คนไทยกลุ่มนี้ ถึงยังไม่มากนัก ออกมาต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ของประเทศแต่เริ่มกระจายไปในหลายพื้นที่ในหลายจังหวัด หลายอาชีพ และทำให้ประชาชนหลาย ๆ ฝ่ายมีส่วนร่วมด้วย
คนที่มาชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตร เป็นผู้ที่เข้าใจและเรียนรู้ ต้องการให้บ้านเมืองไปสู่ความเป็นธรรมเน้นเรื่องคุณธรรม จริยธรรม น่าชมเชยเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะความอดทน กล้าหาญ และเสียสละ
ผมเริ่มสนใจข่าวการสนใจการเมืองของขบวนการนักศึกษา และขบวนการระดับนักเรียนมัธยมศึกษาที่ออกมามีส่วนร่วมมากขึ้น ทำให้เกิดมีความหวังขึ้น เพราะตั้งแต่ยุคคุณทักษิณเป็นต้น มาถึงยุคนี้มีแต่เน้นเรื่องวัตถุนิยม มอมเมาให้ประชาชนหลงระเริงไปกับค่านิยมที่ไร้สาระ ซึ่งปัจจุบันเริ่มเห็นบ้างแล้วว่า คุณค่าของคนไทยส่วนมากจะอยู่ตรงไหน
วันพฤหัสบดี ที่ผมเขียนบทความอยู่ มีข่าวว่าคุณเตช บุนนาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ตัดสินใจลาออก
คุณสมัคร จะมาออกรายการวิทยุเพื่อจะพูดกับประชาชน 7 โมงครึ่ง มีกระแสข่าวต่าง ๆ ว่า คุณสมัคร อาจจะถอดใจลาออก แต่พอผมได้ฟังก็เริ่มเข้าใจพฤติกรรมแท้จริงอย่างลึก ๆ ในคุณสมัครมากขึ้น และคงจะต้องขอฟันธงเกี่ยวกับคุณสมัคร อีก 2- 3 ประเด็นสำคัญ
ประเด็นแรก การเมืองของคุณสมัครเป็นการเมืองเพื่อตำแหน่ง อำนาจ เพราะคุณสมัครเองชำนาญเรื่องการโต้วาทีมาก โดยเฉพาะสมัยที่อยู่ธรรมศาสตร์ จึงนำมาใช้เป็นเครื่องมือการเมืองบ่อย ๆ การพูดของคุณสมัครในเช้าวันพฤหัสบดี จึงใช้ทักษะในการโต้วาทีเป็นส่วนใหญ่แต่ปัจจุบัน ผมต้องเรียนคุณสมัครด้วยความเคารพว่า การจะบริหารประเทศให้รอดพ้นจากปัญหาวิกฤติต่าง ๆ ในอนาคต คงไม่ใช่เน้นว่าใครพูดเก่ง มีแพ้ ชนะ แต่ควรจะพูดน้อย ทำมาก ต้องเสียสละอดทนที่จะให้ประเทศและส่วนรวมอยู่รอด
ในความรู้สึกของคุณสมัคร ยังคิดไม่ออกหรือใช่แว่นตาที่มัว มีเพื่อนนักข่าวคนหนึ่ง ได้ลองเปรียบเทียบคุณสมัคร กับ อดีตนายกฯ บิ๊กจิ๊ว เห็นได้ชัดว่า บิ๊กจิ๊วเป็นผู้นำที่เสียสละ เมื่อถูกกดดันจากการเมืองนอกสภา (ซึ่งรุนแรงน้อยกว่ายุคคุณสมัครมาก) ก็ลาออกไป ส่วนคุณสมัคร ก็จะดันทุรังต่อไปถึงจุดอะไรก็ไม่ทราบ พอไม่มีใครเอาด้วย ก็คงจะหาทางออกแน่นอน เมื่อดูรูปการแล้ว น่าจะอยู่ไม่นาน
ส่วนอีกประเด็นคือ เรื่องภาวะผู้นำ สิ่งที่คุณสมัครยังไม่เข้าใจคือ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตำแหน่งที่มีอำนาจล้นฟ้าก็จริง แต่เป็นตำแหน่งที่เกิดจากกฎหมายที่ให้อำนาจ แต่ปัจจุบัน ผู้นำยุคใหม่ไม่ใช่มีตำแหน่งทางกฎหมายเท่านั้น ต้องสร้างความศรัทธาให้เกิดจากหมู่บุคคลที่เกี่ยวข้อง ในที่นี้คงไม่ใช่แค่มีเสียงข้างมากเท่านั้น ประกอบไปด้วย สมาชิกพรรคพลังประชาชน และพรรคร่วมรัฐบาลเท่านั้น แต่หมายถึงประชาชนทั่ว ๆ ไป ซึ่งเป็นแนวคิดสำคัญที่คุณสมัครต้องเรียนรู้ หรือท่านแก่เกินไปที่จะปรับการเรียนรู้เพราะยุคใหม่ อำนาจ หรือ authority สำคัญน้อยกว่า “Trust” ศรัทธา
ในช่วงนี้ ผมมีโอกาสได้คุยกับบุคคลหลาย ๆ กลุ่ม มีท่านหนึ่งบอกว่าได้ยิน ดร.สารสิน วีระผล ยกตัวอย่างธุรกิจในยุคใหม่ ว่าจะต้องให้เกียรติผู้ที่มีหุ้นรายย่อยด้วย ในที่นี้ ไม่ใช่ 20 % ต่อ 80% รายย่อยคนเดียวก็ถือว่าเป็นรายย่อยที่สำคัญ หากมีเสียงขัดแย้งกับ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ก็ต้องรับฟัง และควรปฏิบัติตาม
บทเรียนหรือการเรียนรู้ครั้งนี้ คุณสมัครจะต้องปรับวิธีการคิดใหม่ ดังนั้น ผมจึงขอสนับสนุนแนวทางของคุณอภิสิทธิ์ ผู้นำฝ่ายค้าน ที่จะยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชนตัดสินใจอีกครั้งหนึ่ง และไม่ควรกลัวจะมีการประท้วงกันอีกรอบหลังเลือกตั้งแล้ว ผมเชื่อว่าการจะสร้างกระแสต่อต้านอะไรให้ ติด ไม่ใช่ของง่าย ๆ ต้องมีประเด็นที่มีเงื่อนไขที่พอดีและเหมาะสม และมีผู้สนับสนุน พันธมิตรจะทำอะไรต้องมีเหตุผลเช่นกัน ไม่ใช่จะประท้วงตลอดเวลา
อาทิตย์นี้ งานสร้างสังคมการเรียนรู้ต้องมีต่อไป สิ่งแรกคือ กลุ่มพวกเราจะเริ่มรายการทางช่อง TTV ซึ่งเป็นเคเบิ้ลท้องถิ่น ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เวลา 22.10 – 23.00 น. ชาวต่างจังหวัดจะได้มีโอกาสได้สัมผัสรายการ คิดเป็น...ก้าวเป็น กับ “ดร.จีระ” อาทิตย์ละ 3 วัน ผมภูมิใจที่มีโอกาสได้ทำงานเป็นประโยชน์ต่อท้องถิ่น หวังว่าจะต้องสร้างการมีส่วนร่วมในการตอบรับกลับ (Feedback) ว่าท้องถิ่นมีความคิดเห็นอย่างไร
ส่วนงานอื่น ที่ออก TNN 2 ไปแล้ว ผมสัมภาษณ์ผู้ใหญ่ระดับสูงหลายคน เช่น ล่าสุด ฯพณฯ พลอากาศเอกกำธน สินธวานนท์ องคมนตรี ท่านเป็นบุคคลที่น่านับถือและเป็นแบบอย่างที่ดี โดยเฉพาะท่านกรุณาแนะนำทางออกของวิกฤติการเมืองของประเทศไทยว่า
- ต้องทำอะไรมีเหตุผล
- หาคนกลางที่เป็นที่ยอมรับของทุก ๆ ฝ่ายมาประสานผลประโยชน์
- เน้นการศึกษา คนไทยที่มีคุณภาพเพื่อให้เกิดสังคมการเรียนรู้ คิดเป็น
ส่วนงานที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่ง คือหลักสูตร ผู้นำสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนขั้นสูง ซึ่งเป็นองค์กรการออมในระดับชุมชน ผมภูมิใจมากที่รับเกียรติเป็นประธานจัดโครงการ 80 ชั่วโมง และการออกไปเพิ่มความรู้ทัศนศึกษาต่างประเทศที่เกาหลี
ในพิธีเปิด พวกเราที่มูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ และ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ภูมิใจมากที่ ฯพณฯ อำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี ได้กรุณามาเปิดงานและกล่าวสุนทรพจน์ ซึ่งท่านได้มองเห็นขบวนการสหกรณ์ของเมืองไทย ด้วยความเข้าใจและเห็นคุณค่าสอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้การทำงานของผมกระจายไปสู่รากหญ้าได้อย่างแท้จริง
จีระ หงส์ลดารมภ์