มุมมองของคุณ Mitochondria น่าสนใจมากครับ

แนวคิดค่าสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมนี้เป็นแนวคิดใหม่ที่ผมประยุกต์มากจากแนวคิดของตะวันตกครับ โดยหลักๆ แล้วก็เอามาจากแนวคิดของ Free Software Foundation ครับ

เรื่องนี้เป็นเรื่องทดลองที่ผมเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเมื่อนำมาปฎิบัติแล้วจะไปในทิศทางไหนครับ

ในกรณี KnowledgeVolution นั้น ในทางปฎิบัติแล้วผมยินดีอย่างยิ่งที่ มอ. หรือหน่วยงานไหนๆ จะนำ KnowledgeVolution ไปใช้ครับ และ สคส. ก็เช่นกัน เรื่องค่าใช้จ่ายในการพัฒนาซึ่งที่จริงแล้วก็ไม่ได้มากมายนัก ผมเชื่อว่า สคส. รับค่าใช้จ่ายตรงนี้ได้สบายมากครับ ส่วนเราสองคนนั้นใช้เวลาราชการทำ KnowledgeVolution เต็มๆ ครับ โดยเฉพาะเวลานั่งประชุม ถ้าเห็นผมนั่งประชุมที่ไหนแล้วพยักหน้าพลางพิมพ์ไปพลาง ขอให้เดาไว้ก่อนเลยว่ากำลังนั่งเขียนโปรแกรม (ฮา)

แต่ที่เราเสนอค่าสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมขึ้นมาเพราะเราอยากทดลองแนวความคิดใหม่ครับ ถ้าได้ผลลัพธ์ในแนวไหนก็อาจจะได้เป็น best practice ให้กับโครงการ open-source อื่่นๆ ที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทยโดยนักพัฒนาคนอื่นๆ ต่อไปครับ

ในการพัฒนา KnowledgeVolution นี้ ผมอยากทดลองของใหม่ๆ ที่นอกเหนือจากการพัฒนาหลายอย่างทีเดียวครับ อาทิเช่น ถ้าเราเอาจริงกับการใช้รูปแบบการพัฒนาแบบ open-source เราจะสามารถระดมนักพัฒนาจากหน่วยงานที่แตกต่างกันมาช่วยกันทำงานได้แค่ไหน แล้วรูปแบบการทำงานจะออกมาอย่างไร เรื่องนี้ตอนนี้ก็ยังทดลองอยู่ครับ

กลับมาเรื่องค่าสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมต่อครับ คำถามที่ว่าหากหน่วยงานจ่ายแพงกว่าแล้วจะชี้แจงอย่างไร ผมนึกดูแล้วคำตอบจะมีได้เป็นสองแนวครับ หนึ่งก็คือได้เป็น sponsor และได้โฆษณาองค์กร เรื่องนี้บางหน่วยงานอาจจะสนใจบางหน่วยงานอาจจะไม่สนใจ

อีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจคือเมื่อจ่ายค่าสนับสนุนแล้ว จะได้แบ่งปันความเป็นเจ้าของของซอฟท์แวร์ อืมม อาทิเช่น ตอนนี้ สคส. เป็นเจ้าของ 100% (ที่จริงแล้วด้วยสัญญาของ สคส. ความเป็นเจ้าของต้องแบ่งกับ สกว. และ สสส. ด้วย) เมื่อ มอ. ขอสนับสนุน ก็จะเพื่อได้ ownership กี่เปอร์เซ็นต์ ในลักษณะนี้ หน่วยงานก็จะได้นวัตกรรมมาเป็นส่วนหนึ่งของผลงานขององค์กรด้วย แต่จะไม่ได้ทั้ง 100% เท่านั้นเอง ผมไม่แน่ใจว่าลักษณะนี้จะเป็นที่น่าสนใจแค่ไหน

open-source projects หลายโครงการมี “owners” รายชื่อยาวเหยียดเชียวครับ แต่เนื่องจาก license เป็น GPL สิทธิ์ในการใช้งานกับความเป็นเจ้าของก็ไม่เกี่ยวกันอยู่แล้ว

มาช่วยกันคิดนะครับว่าเราจะทดลองในแนวทางไหน ตอนนี้เรามีตัวต้นแบบให้ทดลองแล้วก็ต้องลองกันดูครับ อาจผิดบ้างถูกบ้าง แต่ถ้าเราได้แนวความคิดที่กลายเป็น best practice ขึ้นมาได้นี่จะเป็นประโยชน์ในระยะยาวมากทีเดียวครับ