- ขออนุญาตเสริมว่า เวลาเรา "ฟัง" มันเหมือนกับว่า เราเป็นผู้รับสารนะครับ แต่จริงๆผู้ฟังเป็นทั้งผู้รับและผู้ส่งสาร คือมันเป็นการสื่อสาร เป็นปฏิสัมพันธ์
- เข้าใจเอาเองแบบงูๆปลาๆนะครับ ว่า deep listening เป็นการฟังที่ส่งผลต่อดุลยภาพของอำนาจ คือเป็นการทำให้อำนาจของแต่ละฝ่าย (หมายถึงผู้ฟัง และผู้เล่า) มีความสมดุล หรืออย่างน้อย เป็นไปในทิศทางที่สอดคล้อง (hamony) กัน ทำให้เกิดการรวมเป็นพลัง จากนั้น สุดแต่ว่าจะมีใครเอาพลังนี้ไปใช้อย่างไร จะเอาไปสร้างหรือทำลายโลกก็ได้ แต่ต้องมีเจ้าภาพจัดการ
- การวัดผลในขณะจัดเวทีก็เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จนะครับ แต่ถ้าจะให้ดีก็ทำต่อเนื่องไปเลย คือติดตามดูว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวันของกลุ่มหรือไม่ อย่างไร แต่ต้องใช้มือดี และใจที่เหนียวแน่นกับงานอย่างนี้ และยังต้องพัฒนาเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง
- เนี่ย ถ้าผมเป็นกรรมการผู้อนุมัติงบล่ะก็ คุณเอกคงรับงบไปทำเรื่องนี้อย่างน้อยสามปีแน่นอนครับ :-)