ยินดีด้วยในความก้าวหน้าทางการศึกษาครับ
ขอบคุณครับที่ให้ความสนใจและติดตาม ดีเหมือนกันที่มีคนช่วยสะกิดเตือน
ตอนนี้ ผมเพียงดึงเอาจากในบล๊อกนี้ไปเรียบเรียงเป็นเอกสาร
แล้วก็ใช้แจกจ่ายเวลาไปเป็นวิทยากรหรือฝึกให้คนทำงานถอดบทเรียน
แล้วนำเอาความรู้จากประสบการณ์เดิมของตน วางแผนยกระดับตัวเองอย่างต่อเนื่อง
ได้ผลบ้างไม่ได้บ้าง แต่ก็ช่วยให้คนทำงานภาคปฏิบัติ โดยเฉพาะงานพัฒนาสุขภาพ
และการพัฒนาสาขาอื่นๆในชุมชน มีโอกาสตกผลึกการทำงานของตัวเอง
โดยไม่ต้องมีเทคนิควิธีการที่มากไปจนทำให้ต้องหลุดออกจากฐานการปฏิบัติ
เคยไปช่วยพาเครือข่ายจัดการสุขภาพชุมชน ของ สสจ สุราษฎร์ธานี
กับเครือข่ายสุขภาพชุมชน ของโรงพยาบาลสมุทรสาคร และกระทุ่มแบน
ก็พอใช้ได้ครับ วิธีการนี้จะเหมาะสำหรับการทำงานที่ต่อเนื่องนานๆ
หากทำเป็นครั้งคราว เพื่อให้ได้ออกมาอย่างต้องการนั้น พบว่ามีข้อจำกัดมากทีเดียว
คนที่เชี่ยวชาญทางวิชาการและคุ้นกับการวิจัยแบบดั้งเดิม
จะรู้สึกว่ามันอ่อนวิชาการไป ผู้นำชุมชน ภาคประชาคม
และคนทำงานในชุมชน ก็จะรู้สึกว่ามันเป็นวิชาการมากไป
แต่โดยรวมแล้ว ก็ทำให้คนที่มีช่องว่างทางวิชาการ และแตกต่างกันทางประสบการณ์
หรือบางที อาจจะเป็นกลุ่มชนชั้นกลางและคนทำมาหากิน ที่ต่างภาคสังคม
สามารถจะอยู่ในกระบวนการปรึกษาหารือ เรียนรู้เป็นกลุ่ม และปรึกษาหารือกัน
โดยใช้ความรู้ เรียนรู้ ค่อยคิดด้วยเหตุด้วยผล และมีวิถีแห่งการสร้างภูมิปัญญา
ได้ดีพอสมควรครับ
ผมลิ๊งค์ให้ไปตามนี้นะครับ
http://www.pohchang.org/webboard/index.php?topic=1126.0
อีกเรื่องหนึ่ง เป็นการสื่อด้วยภาพให้เข้าใจเรื่องภาววิทยา ญาณวิทยา และการจัดการความรู้ ในบางสังกัปที่ง่ายๆ แต่เป็นพื้นฐานที่สำคัญ
http://www.pohchang.org/webboard/index.php?topic=2111.0
สามารถโหลดออกมาได้ครับ แต่เป็นเรื่องนี้เรื่องเดียว
ส่วนการทำเป็นหนังสือนั้น ยังคงรวบรวมและทำอยู่ครับ หนังสื่อเรื่องการวิจัยนาบัวนั้น
หมดแล้วครับ แต่ผมมักถ่ายเอกสารและเข้าเล่มให้ดูดีไว้แจกจ่ายคนที่สนใจ
หากมีโอกาสแวะไปมหิดล ศาลายา ก็จะแบ่งปันให้กันได้ครับ
ผมมีกิจกรรมไปล่องเรือดูชุมชนสองฝั่งคลองทวีวัฒนา-บางกอกน้อย
กับทีมอาจารย์มหาวิทยาลัยศิลปากรด้วย ประทับใจมากเลย
อาจารย์สองท่าน ดูเหมือนว่าจะอยู่สาขาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ที่นี่ครับ
http://www.pohchang.org/webboard/index.php?topic=1812.0