สวัสดีอีกครั้งครับพี่วิสุทธิ์
ผมเองทึ่ง ชื่นชม หลงไหล และสงสัยกับวัฒนธรรมหลายๆ อย่างของญี่ปุ่นนะครับ คุยกับเพื่อนบ่อยๆ ว่าประเทศนี้น่าสนใจเหลือเกิน
เรื่องหนึ่งที่ผมชอบมากคือ มุซาชิ มิยาโมโตะ ที่อาจารย์สุวินัย ภรณวลัย แปลไว้ เกล็ดความรู้ตอนท้ายของหนังสือเล่มนี้อธิบายถึงดาบคู่ของมุซาชิ ว่าไม่ได้หมายถึงดาบสองมือ แต่หมายถึงดาบที่มือและดาบที่ใจ
ศิลปะการป้องกันตัวหลายอย่าง โดยเฉพาะทางตะวันออกบ้านเราเน้นจิตใจมากกว่าร่างกาย
กลับมาที่เรื่องบันทึกคราวนี้
ผมเองก็เคยประสบปัญหาการหาจุดยืนของตัวเองอยู่เหมือนกัน ก็พอจะทราบความรู้สึกได้ ผมว่าสิ่งหนึ่งที่ผมเข้าใจในช่วงชีวิตที่ผ่านมา (ซึ่งน้อยกว่าพี่นิดหน่อย) คือการเอากำลังเข้าปะทะ ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ การตั้งใจจะสวนกระแส หรือเปลี่ยนกระแส สุดท้ายแล้วมันก็มักจะทำไม่ได้
ผมจึงไ้ด้ข้อสรุปกับตัวเองว่า สิ่งที่เราทำนั้นเราไม่ได้ทำเพื่อหวังจะให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แต่ทำเพื่อรู้ว่าแม้เราจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ในพริบตา แต่เราก็จะไม่เปลี่ยน คือทำมันไปเรื่อยๆ นั่นละ ได้ข้อสรุปแบบนี้แล้ว ผมว่ามันมีกำลังใจ มากกว่าจะทุรนทุรายว่าทำอะไรก็ไม่เห็นเกิดผลสักอย่าง
ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีหวัง แต่ต้องบอกว่าสิ่งที่ผมทำ ผมก็หวังอยู่เสมอครับ เพียงแต่รู้ว่าความผิดหวังมันคู่กัน
ระลึกถึงและเป็นกำลังใจให้ครับ