มีเพือนรุ่นน้องคนหนึ่งอ่านบันทึกนี้ของผมแล้วถามมา ผมเห็นว่าเป็นคำถามที่น่าจะเป็นประโยชน์กับคนอื่นๆ ที่สนใจคล้ายๆ กัน จึงนำมาลงไว้ในนี้ ดังนี้ครับ
ถาม - Satir เป็นทฤษฏีทางจิตวิทยา ใช่ไหมครับ
ตอบ - ใช่
ถาม - แล้วมีไว้เพื่อการบำบัดทางครอบครัวหรือสังคม (Family therapy)ใช่หรือไม่?
ตอบ - ใช่และไม่ใช่ ซาเทียร์เป็นจิตวิทยาเพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคคล โดยเน้นให้ทำความเข้าใจ "ผลกระทบ" ที่ครอบครัวมีต่อตัวเราแต่ละคน ทฤษฎีของซาเทียร์ไม่ใช่เป็นทฤษฎีทางสังคม(ใหญ่)
ถาม - ส่วนการอยู่กับปัจจุบัน หรือ "จดจ่อ" เกี่ยวข้องกับเรื่อง "ซาเทียร์"หรือไม่???
ตอบ - ผมคิดว่าไม่ (กระมัง) คือคิดว่าไม่เกี่ยวโดยตรง
ถาม - มาถึงเนื้อหาสาระ ใน 4 วัน แต่ละวันก็ไม่เหมือนกัน เชื่อมโยงกันอย่างไรครับ?
ตอบ -
- วันแรก Iceberg เป็นพื้นฐานของการเข้าใจตัวเองของปัจเจกบุคคล โดยให้เราได้ทำความเข้าตนเองว่า เบื้องหลังของพฤติกรรมที่เราแสดงออกทั้งหมดมีอะไรซ่อนอยู่ข้างใต้บ้าง
- วันที่สอง วิเคราะห์ทำความเข้าใจสาเหตุที่ทำให้เราแสดงพฤติกรรมต่างๆ เหล่านั้นออกมา (survival coping stances)
- วันที่สาม นำความรู้ความเข้าใจจาก ๒ วันแรก มาวิเคราะห์ผลกระทบจากความสัมพันธ์ที่สมาชิกในครอบครับมีต่อกัน โดยใช้เครื่องมือและกระบวนการที่ซาเทียร์เรียกว่า family mapping
- วันที่สี่ จากทั้ง ๓ วันแรก ทำให้เราได้เห็นจุดอ่อน(ข้อจำกัด) และศักยภาพของเรา เมื่อเห็นอล้วเราจะพัฒนาพลังต่างๆ (๘ ด้าน) - ขึ้นได้อย่างไร
ถาม - วันที่ 2 เป็นทฤษฏีของซาเทียร์ (Survival Coping Stance) เรื่องพฤติกรรมที่ต้องเผชิญในภาวะไม่ปกติ ทำอย่างไร?ให้เป็นปกติ หรือเพื่อ "การเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ" (Becoming More Fully Humen)
ตอบ - ทำได้โดย
- ทำความเข้าใจตัวเองและผู้อื่น
- เชื่อมโยงตัวเองกับจิตวิญญาณ
- ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง
ถาม - วันที่ 3 ทำแผนที่ครอบครัวหรือแผนที่สังคม (Family Mapping) โดยดูที่ผลกระทบ เพื่อนำไปสู่การอยู่รอดของชีวิต
ตอบ - แผนที่ครอบครัวไม่ได้ทำเพื่อนำไปสู่การอยู่รอดของชีวิต แต่เป็นการทำให้เห็นว่าการเรียนรู้ที่จะอยู่รอดของเราแต่ละคน เป็นผลมาจากครอบครัว(คนและสิ่งแวดล้อมในครอบครัว) อย่างไร เมื่อได้ทำแล้วเราจะรู้สึกดีกับทุกคนในครอบครัว อโหสิ ให้อภัย เกิดความรัก ความเมตตา เกิดความ "เชื่อมโยง" กับทุกคน (เพราะเรารู้ว่าทำไมสมาชิกในครอบครัวเราแต่ละคนจึงมีพฤติกรรมเช่นนั้น ลึกๆ แล้วทุนคนเป็นคนดี)
ถาม - วันที่ 4 เป็นการกล่าวถึง พลังชีวิตทั้ง 8 ด้าน (Mandala) ว่าแต่ละคนมีกันเท่าไหร่? แล้วจัดการอย่างไร?ให้สมดุลย์
ตอบ - จัดการโดย ๑.ลองให้คะแนนตัวเองในแต่ละด้าน จาก 1 - 10 เมื่อเห็นด้านใดบกพร่องก็หาทางพัฒนาด้านนั้นขึ้นมา อะไรที่ดี(มีพลัง)มากอยู่แล้วก็รักษาไว้หรือพัฒนาให้แกร่งกล้าขึ้นอีก พร้อมกับจัดพลังเหล่านั้นให้สมดุลย์ด้วยการไม่ละเลยด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งต้องใช้การสังเกตพิจารณาด้วยตัวเอง