นมัสการครับพระคุณเจ้า

ขอแสดงความคิดเห็นครับท่าน

มีบาตรไม่โปรด...อาจจะเพราะเข้าใจว่าการบิณฑบาตมีคุณค่าเพียง...ขอข้าวฉัน

มีโบสถ์ไม่ลง...อาจจะเพราะคิดว่าการลงโบสถ์มีคุณค่าเพียง...การสวดและฟังปาฏิโมกข์

มีอาบัติไม่ปลง...อาจจะเพราะคิดว่าปลงอาบัติมีคุณค่าเพียง...อาบัติเล็กน้อยไม่ปลงก็คงไม่เป็นไร

แล้วจะบวชอยู่ทำไม...อาจจะเพราะคิดว่าสึกไปอาจไม่ได้ดีเท่าที่บวช (นัยทางธรรม คือ ได้เจริญศล นัยทางโลก คือ ได้รับลาภสักการะ)ถ้าได้ดีกว่า เมื่อใจไม่ปรารถนาจะทำกิจสงฆ์ ก็คงออกไปแล้ว...ใช่ไหมครับ..

อันที่จริงกระผมคิดว่าว่า...

ทุกวันนี้ขาดการปลูกจิตสำนึกเรียนคุณค่าแท้ของกิจกรรม พิธีกรรม ประเพณี วัฒนธรรม ทำให้ทั้งพระทั้งฆราวาส(บางส่วน) เข้าใจผิด ติดแค่เปลือก และเลือกที่จะไม่ทำ

การบิณฑบาต...นอกจากได้ข้าวฉันยังอัตภาพให้เป็นไปเพื่อปฏิบัติธรรมแล้ว...ยังเป็นการอนุเคราะห์ชาวบ้านผู้ประสงค์จะทำบุญและเป็นการสร้างความคุ้นเคยกันในฐานะพุทธบริษัทอีกด้วย...

การลงโบสถ์...นอกจากได้สวดและได้ฟัง..ยังได้แสดงถึงพลังความสามัคคีของสงฆ์และได้พบปะแสดงสาราณียธรรมต่อกัน

การปลงอาบัติ...ไม่ควรคิดว่าอาบัติเล็กน้อยไม่ต้องมาปลงกัน...เพราะอาบัติเล็กน้อยสั่งสมกันทุกวันจนกลายเป็นอาจิณก็อันตรายต่ออบายภูมิเหมือนกัน...การปลงอาบัติจึงเป็นการป้องกันอบายภูมิและเป็นการแสดงจิตสำนึกรู้รับผิดชอบในการปฏิบัติพระธรรมวินัยด้วย

ขอขอบพระคุณและอนุโมทนาที่ท่านได้นำความรู้ดี ๆ มาให้ญาติโยมเสมอ ๆ ครับ

นมัสการครับ