ฉะนั้นผมก็เลยบอกว่า KM ก็เป็นสิ่งที่สำคัญ ก็เลยเน้นว่า K ไม่ได้มาจากความรู้ที่ได้มาจากปริญญา อย่างเช่นวันนี้ เราไปจบปริญญาตรีมา เราก็ได้ K ระดับหนึ่ง แต่ K อันนั้นมันต้องสด ทันสมัย ต้องปะทะกับความจริง ผมก็เลยใช้ทฤษฎีใน K อันหนึ่ง ผมเรียกว่า หนึ่งก็ต้องถามว่า หลังจากจบแล้ว คุณได้ความรู้แต่ละวันด้วยวิธีอะไร คล้าย ๆ กับคำว่า Acquire คือผมเอง ผมสนใจคำว่า Acquire อย่างเช้าวันนี้ ถ้าคนฟังรายการของเรา เขาก็จะ ได้มีโอกาสได้เห็นข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องวันแรงงาน ในลักษณะที่ลึก ทีนี้เขา Acquire เสร็จ เขาก็ต้องมี.. มันก็มาตัวที่อันหนึ่ง เขาเรียกว่า นอกจาก K แล้ว ก็ต้องมี LO

LO ในที่นี้ก็คือ Learning Organization แต่ก่อนจะมี Learning Organization หรือ Learning family หรือ Learning ชุมชน เขาก็ต้องมีวิธีการฟังข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล แบ่งปันข้อมูล แล้วก็ต้องคิด วิเคราะห์ให้เป็น อันนี้สำคัญที่สุดคือ เราฟังข่าวตอนเช้า ถ้าเราไม่นิ่ง ไม่วิเคราะห์ ไม่คิดเป็นยุทธศาสตร์ ไม่คิดการแก้ปัญหา อะไรอย่างนี้ เราก็ได้แต่บริโภค Information ใช่ไหม.

Information อันนั้นก็เลยยังไม่เป็น Knowledge ผมก็เลยเน้นว่ามี KM ก็ลำบากแล้วในเมืองไทย ก็จะต้องมี LO ด้วย LO ก็คือวัฒนธรรมการเรียนรู้นั่นเอง อย่างทฤษฎีผมที่ผมใช้อยู่เป็นประจำ แล้วก็จีรวัฒน์ก็คงเรียนตั้งแต่สมัยผมเรียนกับคุณ คือเวลาผมสอนหนังสือ ผมจะใช้วิธีการสอนที่มันน่าสนใจ กระตุ้น เร้าให้เขาคิดเป็น วิเคราะห์เป็น มีการโต้ตอบกัน คุณเป็นตัวอย่างที่ดี คุณชอบเรียนแบบนี้

พิธีกร : ครับ

ศ.ดร.จีระ : สองคุณชอบบรรยากาศที่มันไม่เครียด คือเด็กบางคนที่ธรรมศาสตร์ อาจจะนั่งหลังห้องสุด อาจจะเป็นคนเรียนเก่งที่สุดก็ได้ แต่ในชีวิตนี่ พอให้เขาพูดอะไรก็จะประหม่า แล้วก็ก้มหน้าก้มตา แล้วก็บอกว่าหนูไม่ทราบค่ะ ชีวิตนี้นี่ ถ้าเรามีความรู้ เราไม่แบ่งปัน เราไม่ share เราไม่ถกเถียงกัน ก็เป็นที่มาของทฤษฎี 4 L ของผม ซึ่งคงไม่ต้องอธิบายมากไปกว่านี้ เสร็จแล้วก็ไปเจอทฤษฎีของ Peter Senge ซึ่งเขาอยู่ที่ MIT เขาบอกว่าคนเราต้องรู้จริง คนเราต้องมีกรอบความคิดที่ถูกต้อง แต่ก่อนบอกว่า ฝนไม่ตกเดือนเมษา อย่าเชื่อ เดี๋ยวนี้ฝนตกแล้ว กรอบความคิด รถเคยทำเหมือนเกวียนใช่ไหม ต้องเอาล้อหลังวิ่ง เดี๋ยวนี้ล้อหน้าวิ่งก็ได้ ทีนี้บางคน อาจจะบอกว่า มีเงินแล้วไม่โกง ไม่จริงก็ได้ คือเราต้องฟังให้ดี เสร็จแล้วก็มีวิสัยทัศน์ร่วมกัน มองไปอนาคตร่วมกัน อย่างคุณกับคุณเจ้าของ Emporium ก็ต้องไปด้วยกัน ไม่ใช่สั่ง จีรวัฒน์ทำ จีรวัฒน์ไม่เห็นด้วย หรือจีรวัฒน์แนะนำเขา เขาไม่เห็นด้วย ถ้าไม่มี share vision กัน ยุ่ง แล้วก็ต่อมาก็คือการเรียนหนังสือเป็นทีม ซึ่งคนไทยลืมไป อยู่ห้อง King ก็จะรู้อยู่คนเดียว ผมมีเพื่อนคนหนึ่งที่เทพศิรินทร์ หนอนหนังสือมากเลย แล้วก็เรียนอยู่คนเดียว ในที่สุดอายุยี่สิบกว่า เขาก็บ้าไปเลย ตอนที่เขาไปเรียนปริญญาโทที่อังกฤษ คือมันไม่มีการเข้าใจถึงมุมมองของคนอื่น สิ่งเหล่านี้ก็เลย....

ฉะนั้นก็ไปที่การมีสังคมการเรียนรู้ก็คือ องค์กรแห่งการเรียนรู้ คือต้องมีวัฒนธรรมในการคิด วิเคราะห์ เอาไปปะทะความจริง ความจริงพระเจ้าอยู่หัวในเศรษฐกิจพอเพียงลึก ๆ นั่นแหละท่านก็สอนไว้ ให้คนเดินทางสายกลาง เป็นระบบ คิดในลักษณะบริหารความเสี่ยง อยากให้มันเกิดภูมิคุ้มกัน อะไรอย่างนี้ สิ่งเหล่านี้มันเรียนรู้ทั้งนั้นจีรวัฒน์ แล้วท่านก็บอกว่าทำได้ก็ต้องเป็นคนมีความรู้ที่ทันสมัย แล้วก็ต้องมีคุณธรรมจริยธรรม อะไรอย่างนี้ ฉะนั้นการเรียนเกี่ยวกับเรื่องสังคมการเรียนรู้ มันอยู่ในตัวเราเองอยู่แล้ว มันอยู่ที่ว่า มันจะเอาไปใช้เป็นประโยชน์หรือไม่ อย่างการอ่านหนังสือนี่ มันก็เป็นส่วนหนึ่งของ K ใช่ไหม

พิธีกร : ครับ

ศ.ดร.จีระ : แต่มันไม่พอ อ่านเสร็จเก็บไว้คนเดียว ไม่แบ่งให้คนอื่น อย่าง Bill Gates มีเพื่อนคนหนึ่งชื่อ Paul Allen ,มันอ่านเสร็จ มันก็คุยกันไปคุยกันมา อย่างผมแนะนำว่าเวลาผมไปสัมมนา ห้อง 3 – 400 คน ผมให้เขาจับมือกัน เป็น buddy กัน 2 คนคุยกัน เพราะว่าถ้าเป็นห้องไม่เกิน 30 คน ผมให้เขานั่งเป็นโต๊ะกลม แต่ถ้ามาฟังผม 4 – 500 คน ผมรีบให้เขาจับ buddy กันก่อน เอออาจารย์เขาพูดอย่างนี้ เราคิดยังไง ถ้าเราไปนั่งเฉย ๆ แล้วก็ฟังอย่างเดียว ไม่มีการ share idea เลย สมองคนไทยนี่มันไม่เก่งในการคิด จีรวัฒน์ แต่ถ้ามีเพื่อนมาช่วยคิด อย่างผมทำเรื่อง LO มานาน ผมก็เลยค่อนข้างจะรู้ไต๋คนไทยว่าหนึ่งให้โอกาสเขาคิด ให้โอกาสเขามีเพื่อนในการฟังสัมมนา เขาก็จะทำได้ดี จริงนะครับ แต่ถ้าเราบอกว่า เอ้าใครมีอะไรจะออกความเห็น คนไทยเงียบกริบเลย แล้วก็มีคนบ้าพูดอยู่คนหนึ่ง ไปที่ไหนมันพูดที่นั่น แล้วสิ่งที่มันพูดไร้สาระน่าดูเลย คือมันพูดเก่ง แต่คิดไม่เป็น อย่างนี้ ฉะนั้นผมเองค่อนข้างจะมีประสบการณ์เล็กน้อยในสิ่งเหล่านี้ แล้วก็คราวนี้เราทำเรื่อง LO แค่บริษัทข้ามชาติ บริษัทอื่นไม่ได้ ผมก็อยากให้กลายเป็น LN ก็คือ Learning Nation ก็หมายความว่า

พิธีกร : เป็นระดับประเทศแล้ว

ศ.ดร.จีระ : คือ Learning Nation มันก็มาจาก concept ของคุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ที่ท่านเขียนว่า

Village that learn

School that learn

Industry that learn

แล้วก็ Nation that learn

แล้วก็เผอิญไปเจอกับลีกวนยู มันบอกว่า Investing for the learning nation ผมก็เลยคิดว่าคุณพารณ คิดไว้ตั้งนานแล้ว ของคุณพารณ ท่านเอาแนวของผมไปทำให้ทุกคนในองค์กรในประเทศเรียน มีป้าคนหนึ่งที่มหาสารคาม สอน software ให้คนอื่น เพราะว่าเราไปให้เขา แล้วผมเคยเห็นปวช. ปวส. คนหนึ่งที่ปูนซีเมนต์หรือไง ออกมา present ต่อหน้าวิศวจุฬาฯ ใช่ไหม คือมันฝึกได้ครับท่านผู้ฟัง มันฝึกได้ ทีนี้ HR manager เมืองไทย มันก็อยู่ที่เขา ว่าเขาจะชอบสิ่งที่ผมพูดไหม เพราะว่าจะให้ปวช. ปวส. กล้าพูดต่อหน้า CEO นี่ มันก็ต้องสร้างบรรยากาศในการเรียนให้เขาได้ฝึก ผมเคยเห็นคุณพารณฝึกบ่อย ท่านชอบให้ผมไปดู

มีอาชีวะคนหนึ่งมีความรู้มากขึ้น เหมือนกลับมาผู้ใช้แรงงาน จีรวัฒน์ เราน่ามีสถาบันพัฒนาความรู้ของผู้ใช้แรงงาน ไม่ใช่ทักษะอย่างเดียว อย่างวันนี้เรามีสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นช่างกลึง ช่างไม้ ช่างอะไรนี่ ดีมากเลย ผมไม่ขัดข้องอะไรเลย แต่เวลาเราไปทำงาน ต้องใช้ภาษาอังกฤษ เราก็ต้องมีใช่ไหม เราต้องบริหารจัดการ เราต้องมี Emotional Intelligence เราต้องแก้ปัญหาในแต่ละวัน เราต้องมองอนาคตของเรา อายุ 40 แล้วจะทำอะไร เราต้องคิดเรื่องประชาธิปไตย เราต้องคิดเรื่องสิ่งแวดล้อม เราต้องคิดเรื่องการแข่งขันในโลก เราต้องรู้จักโลกาภิวัตน์ เราต้องรู้จัก FTA ซึ่งสำคัญมากเลย เพราะความรู้คือการมีไฟฉายในถ้ำมืด

พิธีกร : ใช่ครับ อาจารย์เคยพูดไว้

ศ.ดร.จีระ : ผมได้รับเชิญไปบ่อย ๆ ในช่วงแรก ๆ สิบกว่าปี เรื่องสังคมการเรียนรู้ ผมคิดถึงตัวผมเอง บางทีผมก็นึกถึงคุณ เออจีรวัฒน์ เรียนหนังสือแบบเปิดกว้าง open mind ใช่ไหม แล้ววันก่อนผมขอสรุปนิดหนึ่ง ผมเพิ่งไปเปิด course ล่าสุดให้ผู้บริหารระดับผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายของการไฟฟ้าเป็นรุ่นที่ 4 นะ ก็มีประธานคนหนึ่งเขาจบไปแล้ว เขาขึ้นจากผู้อำนวยการเป็นผู้ช่วยผู้ว่า เขาอยู่กับอาจารย์จีระ มีอย่างเดียวคือ มองอะไรกว้างไว้ อย่ามองแคบ คุณคณิตศาสตร์ดี คุณเก็บไว้ไม่ต้องมาบอกผมหรอก คุณสอบเข้าวิศวจุฬาฯ ได้ ไม่มีใครเขาว่าหรอก แต่พอคุณเป็นนักไฟฟ้า คุณต้องดูเรื่องพลังงานโลก ต้องรู้เรื่อง Global warming ต้องรู้เรื่องว่าชุมชนเขาไม่ชอบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ คุณจัดการได้ยังไง หรือคุณจะบริหารได้ยังไง ไม่งั้นวิศวะก็ไม่มีงานทำ นี่คือรายการวิทยุของผม ซึ่งจังหวะที่จะพูดแบบนี้ นาน ๆ ก็มีสักทีหนึ่ง

พิธีกร : ครับ ถือว่าเป็นของขวัญในวันแรงงานแทน 9 บาท นะครับอาจารย์ครับ

ศ.ดร.จีระ : 9 บาทก็ไม่พอ อยากให้ขึ้นเยอะกว่านี้ แต่ว่าคงต้องรออีกสักพักหนึ่ง

พิธีกร : ครับ แล้วเราพบกันใหม่ในสัปดาห์หน้าครับ อาจารย์ครับ

พิธีกร : แล้วกลับมาพบกับอาจารย์ได้ใหม่ในสัปดาห์หน้าครับ สวัสดีครับ