- ตอนเด็ก ๆ ผมต้อนวัวไปเลี้ยงที่โคกท้ายหมู่บ้าน ซึ่งอุดมไปด้วยพันธุ์ไม้พื้นบ้านหลากชนิด ครั้นต่อมาที่ดินหลายแปลงถูกใช้เป็นพื้นที่ในการปลูกยูคา ฯ ... ตอนนั้นผมไม่ค่อยเข้าใจอะไรมาก สัมผัสได้ด้วย "ตา" อย่างหยาบ ๆ ว่า หญ้าในแปลงดินนั้นหลายเกลี้ยงไปเลย จนไม่สามารถต้อนวัวเข้าไปเลี้ยงได้ ยิ่งได้ยินการตอกย้ำอย่างหาหูว่าต้นยูคา ฯ ทำให้ดินแห้งผาก เลยยิ่งคิดเตลิดไปใหญ่
- จนเมื่อโตขึ้นและได้เดินทางไปหลายแห่ง กลับพบว่า พื้นที่ปลูกยูคาฯ ในบางที่กลับมีหญ้าขึ้นปกคลุมผิวดินอยู่บ้างเหมือนกัน จึงเริ่มตั้งคำถามกับสภาพที่พบเจอ
- และเมื่อสังเกตดู หลายที่กลับเป็นลักษณะของการดูแลแบบบูรณาการ หญ้าที่พบส่วนหนึ่งเป็นแปลงหญ้าที่นำมาปลูกผสมผสานกันไปนั่นเอง และยังสามารถนำวัว - ควายเข้าไปเลี้ยงได้ด้วยเช่นกัน
- ....ภาพดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนความคิดของผมทีละนิดทีละนิด ...
- ......
- ทุกวันนี้, คนส่วนใหญ่ยอมรับกันโดยปริยายว่าต้นยูคา ฯ สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ มีการเปลี่ยนชื่อมาเป็น "ต้นกระดาษ" ซึ่งชื่อนั้นก็น่าจะหมายถึงสถานะที่ได้รับการยอมรับมากขึ้นด้วยกระมัง
- ....
- ขณะเดียวกัน ผมก็อดที่จะคิดถึงห้วงเวลาในวัยเด็กไม่ได้ เพราะในครั้งที่ต้อนวัวไปเลี้ยงนั้น ผมมักจะสลักถ้อยคำหลาย ๆ คำลงในตำต้นของต้นยูคา ฯ เพราะชอบลำต้นที่เกลี้ยงเกลา ตั้งตรงและดูสะอาดตา แต่ยอมรับว่าไม่ชอบกลิ่นของใบเจ้ายูคา ฯ อยู่เหมือนกัน
- นี่เป็นแต่เพียงเรื่องเล่าจากประสบการณ์ที่พบเห็นแบบหยาบ ๆ โดยปราศจากความรู้ในทางวิทยาศาสตร์ นะครับ